Skin Deep & Without a Trace // Nora Roberts
posted on 28 Jan 2012 13:53 by maxtreme in C-Club, Categoryเมื่อช่วงปลายปี (และต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้) แม็กซ์อยู่ในโหมดซื้อหนังสือซ้ำค่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่เราชอบมาก ๆ ที่เราซื้อเก็บเอาไว้แล้ว แม็กซ์เกิดอาการอยากซื้อมาเก็บไว้เป็นสแปร์อีกสักฉบับ นั่นเพราะสิ่งที่เราเรียนรู้จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมาก็คือ ไม่มีอะไรแน่นอน เกิดน้ำท่วมฉับพลัน หนังสือที่เก็บเอาไว้ก็ลอยไปกับน้ำแบบไม่มีวันกลับคืนมาได้ และเล่มที่เราชอบมาก ๆ บางเล่มก็เริ่มหมดไปจากท้องตลาด ถ้าเราไม่ซื้อเก็บไว้ตอนนี้ ตอนที่จำเป็นต้องซื้อ (เพราะฉบับเดียวที่มีอยู่ในความครอบครองสูญหายไป) เราก็อาจจะซื้อไม่ได้แล้ว แม้จะมีเงินก็ตาม
ด้วยความคิดนั้น แม็กซ์จึงซื้อเรื่อง O'Hurley's Return ของนอรา โรเบิร์ตส์มาค่ะ เพราะแม้เราจะมีเล่มเดี่ยว ๆ เรื่อง Skin Deep และ Without a Trace อยู่แล้ว แต่ก็ไม่เสียหายที่จะเก็บสำรองเอาไว้ และเมื่อซื้อมาแล้ว เราก็เลยเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะอ่านอีกครั้ง
O'Hurley's Return ของนอรา โรเบิร์ตส์
ซึ่งมีเรื่อง Skin Deep และ Without a Trace รวมอยู่ในเล่ม
Skin Deep ของนอรา โรเบิร์ตส์
เรื่องนี้เป็นเล่มที่สามในชุดโอเฮอร์ลีย์ เรื่องราวของพี่น้องสามฝาแฝดสาว กับอีกหนึ่งพี่ชายในตระกูลที่พ่อแม่ทำอาชีพเป็นนักแสดงรับจ้าง ที่เดินทางไปทั่ว ชีวิตที่ไม่มีหลักแหล่ง และอารมณ์ศิลปิน
เรื่องชุดนี้เริ่มต้นที่ The Last Honest Woman ที่เล่าเรื่องของแอ็บบี ม่ายสาวผู้หันหลังให้กับวงการแสดง ใช้ชีวิตเป็นภรรยา และแม่ แต่เธอก็ถูกขุดคุ้ยโดยนักเขียนนามว่าดีแลน ครอสบี
เล่มสอง Dance to the Piper เล่าเรื่องของดาราละครบรอดเวย์หน้าใหม่ที่กำลังจะได้รับโอกาสครั้งใหญ่ในงานแสดงครั้งสำคัญ แมดดี โอเฮอร์ลีย์ต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับเธอโดยสิ้นเชิง รีด วาเลนไทน์อยู่ในวงการ แต่เขาคือนายทุน และคงไม่มีวันเข้าใจศิลปินที่เธอเป็น
แม็กซ์เฉย ๆ กับสองเล่มแรกนะคะ อ่านจบแล้วก็จบเลย จำอะไรไม่ค่อยได้ด้วยซ้ำ แต่มาปิ๊งเรื่องในชุดนี้จัง ๆ ก็กับเรื่อง Skin Deep ที่เล่าเรื่องพี่สาวคนโตในสามฝาแฝด ดาราฮอลีวู้ดสุดเซ็กซีชื่อดัง อย่างเชนเทล โอเฮอร์ลีย์
เชนเทลไม่ได้อยู่ในวงการภาพยนตร์เพียงเพราะหน้าตา แต่เธอเต็มไปด้วยความสามารถ เมื่อประกอบกับความเซ็กซีชนิดที่ยากจะห้ามใจ ก็ยิ่งทำให้เสน่ห์ของเชนเทลเกินจะต้านทาน นั่นเป็นพรจากพระเจ้า เพราะมันช่วยให้เธอเริ่มต้นอาชีพในธุรกิจที่ยากเย็นนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นปราการขวางกันไม่ให้คนมองเห็นเชนเทลตัวจริง เธอกลายเป็นเพียงรูปภาพ สาวสวย ร้ายกาจอย่างที่ภาพของเธอปรากฎในภาพยนตร์ หญิงสาวผู้ทีชายทุกคนใฝ่ฝันถึง
และหนึ่งในชายที่ฝักใฝ่เธอ กำลังคุกคามเชนเทลอย่างหนัก เขาติดตาม ส่งจดหมายข่มขู่ (เรื่องนี้เขียนในยุคที่ยังไม่มีอีเมลล์) และโทรศัพท์คุกคาม ทุกอย่างเริ่มน่ากลัวมากขึ้น จนในที่สุดตัวแทนของเชนเทลก็ตัดสินใจเรียกเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยมาดูแลคดีนี้
ควินน์ ดอแรนเป็นอดีตทหาร อดีตสายลับ แต่เขาก็เป็นนักธุรกิจในชีวิตใหม่ล่าสุด เขาก็เหมือนกับหลายคนที่เมื่อแรกพบ ไม่อาจมองผ่านรูปลักษณ์ภายนอกของเชนเทล แต่ความใกล้ชิดที่มากขึ้น เขาเอาตัวเองลงไปในการดูแลสวัสดิภาพของเชนเทล ปกป้องเธอ ทำให้ควินน์มีโอกาสที่แทบไม่เคยมีใครได้รับ เขาเข้าถึงตัวตนที่เชนเทล โอเฮอร์ลีย์เป็น และควินน์ก็ฉลาดพอจะรู้ว่า นั่นคือคนที่เขารอคอยมาตลอดชีวิต
การกลับมาอ่านใหม่อีกครั้งนึงของแม็กซ์สำหรับเล่มนี้ ความรู้สึกเราเปลี่ยนไปพอสมควรเลยค่ะ จากความทรงจำของเรา นี่เป็นหนังสือของนอรา โรเบิร์ตส์เล่มที่เราชอบมาก ๆ และเป็นเล่มที่เรามักแนะนำให้เพื่อน ๆ อ่าน แต่พออ่านอีกครั้ง เราคงต้องใช้คำว่าผิดหวัง เราไม่ได้รักเรื่องนี้เหมือนอย่างที่เราจดจำได้ จังหวะการดำเนินเรื่องช้าเกินไป คาแร็คเตอร์ไม่มีความลึกเพียงพอ ทุกอย่างดูช้าไปเสียหมด
นั่นทำให้เราตั้งคำถามตัวเองว่า อะไรในเล่มนี้ที่ทำให้เราตกหลุมรักมันในครั้งแรกที่อ่าน หลังจากทบทวนความทรงจำอยู่นานก็นึกออกค่ะ
เรื่องนี้สมัยที่เราอ่าน (สิบกว่าปี ++) เป็นเรื่องแรก ๆ ที่นางเอกมีคาแร็คเตอร์แบบเชนเทล สาวสวยเซ็กซีที่ไม่ลังเลที่จะใช้เสน่ห์ความเป็นหญิงของตัวเองในการเอาชนะเกมส์ที่เธอเล่นอยู่ เชนเทลไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาที่ไม่ประสาเรื่องโลก เธอเป็นนางเอกคนแรก ๆ ที่เราอ่านที่มีเปลือกห่อหุ้ม และเป็นคาแร็คเตอร์ที่น่าค้นหา แทนที่จะเป็นพระเอกอย่างที่เราอ่านในยุคนั้น เชนเทลคือศูนย์กลางของเรื่อง
และเชนเทลก็คือคนที่วิ่งหนีความรัก โรแมนซ์ยุคแรก ๆ ที่แม็กซ์อ่านเป็นไปตามสูตร ที่พระเอกมักเป็นฝ่ายปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง แต่เล่มนี้เป็นเชนเทลที่พยายามเดินหนีไปจากควินน์ และเขาต่างหากที่รู้ตัวก่อนว่า ตกหลุมรักเธอ และทำทุกอย่างเพื่อให้เชนเทลยอมรับความรู้สึกของตัวเอง
นอกจากนี้เรื่องนี้เป็นเล่มแรก ๆ ที่ผสมผสานแนวสืบสวนเข้าไปกับโรแมนซ์ที่เราได้อ่าน ซึ่งเป็นส่วนที่ลงตัวสำหรับเรา
แต่เรื่องเศร้าก็คือ สำหรับแม็กซ์แล้ว เล่มนี้ไม่ผ่านบททดสอบของกาลเวลาค่ะ เพราะเมื่อกลับมาอ่านใหม่อีกครั้งนึง เราได้อ่านหนังสือเรื่องอื่น (ที่อาจจะเขียนโดยนอราเองด้วยซ้ำ) ที่ลงตัว และไหลลื่นกว่านี้
คะแนนที่ 63
Without a Trace ของนอรา โรเบิร์ตส์
เรื่องนี้เป็นเล่มที่สี่ในชุด และเป็นเรื่องราวของเทรซ โอเฮอร์ลีย์ พี่ชายคนโตที่ตลอดสามเล่ม น้องสาวสามคนของเขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า เทรซหายไปไหน หรือทำอะไรอยู่
เมื่อสิบปีก่อนเทรซซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะแสดงโอเฮอร์ลีย์ที่พ่อของเขาเป็นผู้นำได้โต้เถียงแตกคอกับบิดาอย่างรุนแรง สำหรับเด็กหนุ่มที่อยากมีอิสระ เทรซอยากเห็นโลกภายนอก อยากเดินทาง แต่พ่อของเขากลับต้องการดึงรั้งลูกชายเอาไว้ ทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรง และพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดต่อกันและกัน มันจบลงด้วยการที่เทรซจากไปสู่อิสระที่เขาต้องการ และพ่อของเขาก็ประกาศไม่ให้เขากลับมาอีก
สิบปีแห่งการผจญโลก แห่งการเดินทาง แห่งการค้นหาความฝัน เทรซจบลงที่เมืองท่องเที่ยวในอเมริกากลาง สายลับในองค์กรลับสุดยอด เทรซได้ใช้ความสามารถในการแสดงที่สืบมาจากสายเลือดในธุรกิจเปื้อนเลือด เทรซกลายเป็นสายลับมือหนึ่ง แต่เขาหมดไฟในการทำงาน และไม่ต้องการอะไรนอกจากแค่นอนอาบแดดไปวัน ๆ
จนกระทั่งจิลเลียน ฟิทซ์แพทริคเดินเข้ามาในชึวิตเขา
ด็อกเตอร์จิลเลียน ฟิทซ์แพทริค หญิงสาวที่แตกต่างจากเทรซโดยสิ้นเชิง เธอมาจากตระกูลผู้ดีมีเงิน ได้รับการศึกษาในโรงเรียนคาทอลิคชั้นสูง สำเร็จการศึกษาจากสถาบันชื่อดัง ความรู้สูง ฉลาด และประสบความสำเร็จ แต่ทุกอย่างที่เธอมี และเป็น ก็ไม่อาจช่วยชีวิตพี่ชายของเธอที่ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายจับตัวไปได้ และมีเพียงเทรซเท่านั้นที่เป็นความหวัง
การจับคู่กันของความแตกต่าง นั่นคือเสน่ห์ของเรื่องนี้ เทรซในสภาพที่คนอ่านได้พบเขาตอนต้นเรื่อง เป็นชายที่ไร้จุดมุ่งหมาย เขาอยากกลับบ้าน แต่กลัวจะไม่ได้รับการต้อนรับจากบิดา ดังนั้นเขาจึงปล่อยทุกอย่างไปวัน ๆ หลีกเลี่ยงที่จะคิดถึงอนาคต การได้พบกับจิลเลียน และเธอมอบเป้าหมายให้กับเขา นั่นคือสิ่งที่เทรซต้องการ
และภารกิจช่วยเหลือพี่ชายของจิลเลียนก็ทำให้ทั้งคู่เรียนรู้ว่า เจ้าความแตกต่างที่ดูเหมือนจะทำให้ห่างไกลกัน กลายเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาเหมาะสมกันมากที่สุด
ในขณะที่เรื่อง Skin Deep ไม่ผ่านบททดสอบแห่งกาลเวลา เรื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องที่เราชอบมากที่สุดเรื่องนึงเหมือนเดิมค่ะ เสน่ห์ของเรื่องยังคงมีครบถ้วน แม็กซ์ชอบเทรซกับหน้ากากที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา เราคิดว่า นอราฉลาดมาก ๆ ที่มอบความเป็นสายลับให้กับเทรซ ก่อนที่เราจะอ่านเล่มนี้ แม็กซ์คาดเดาว่า เทรซจะเป็นใคร และกำลังทำอะไรอยู่ในระหว่างที่เขาหายตัวไปจากครอบครัว การเขียนให้เขาป็นสายลับ เราว่าสุดยอดมาก สำหรับชายผู้รักการผจญภัย และมีความสามารถด้านการแสดง นอราเขียนเรื่องน้องสาวสามคนของเขามีอาชีพด้านงานบังเทิง แต่ฉีกแนวให้เทรซไปเป็นสายลับ เลยทำให้เล่มนี้แตกต่างจากเล่มอื่น ๆ ในชุด
แม็กซ์ตกหลุมรักตัวตนที่เทรซรับบทบาทในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นนักค้าอาวุธชาวฝรั่งเศส มาเฟียอิตาเลียน แต่ที่เหนืออื่นใด ทุกบทบาทที่เทรซเล่นในเรื่องสมจริงมาก ๆ
ส่วนจิลเลียนก็เป็นคาแร็คเตอร์ที่ลงตัว ด้วยความยาวของหนังสือที่ไม่มากนัก ในเล่มนี้เราไม่ได้เห็นจิลเลียนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่อง แต่พฤติกรรมของเธอในขณะที่ตามหาช่วยเหลือพี่ชาย ก็บ่งบองถึงสติปัญญาของเธอ ที่สำคัญเธอมองเห็นเทรซที่แท้จริง แม้ว่าเขาจะสวมบทบาทตัวละครมากมาย
เช่นเดียวกับควินน์ จิลเลียนเป็นคนที่ไขว่หาความรัก เธอไม่กลัวที่จะรักเทรซ และมั่นใจว่าเขาเองก็รักเธอ แม้เทรซจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ จิลเลียนจัดการด้วยความมั่นใจในความรักที่เทรซมีให้ต่อเธอ ในการรวมความครัวเขากลับมาอีกครั้ง ทำให้เทรซย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น และสิ่งที่เขาถวิลหามาตลอด นั่นก็คือ ครอบครัว
เล่มนี้เรารู้สึกว่า ลงตัวทั้งในส่วนของโรแมนซ์ และแอคชั่น ซึ่งเมื่อคิดว่า หนังสือถูกจำกัดความหนาเอาไว้ นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย มันอาจจะไม่สนุกเท่ากับเรื่องแนวนี้ที่หนากว่า ยาวกว่าหลายเล่ม แต่เล่มนี้ลงตัวในแบบของมัน
ฉากที่ฮาที่สุด และเป็นฉากที่เราจดจำได้แม่นยำที่สุด ก็คงเป็นฉาก (สปอยล์) ในงานแต่งงานของเชนเทล เมื่อเทรซและควินน์เผชิญหน้ากัน และประัจักษ์ต่อความจริงที่ว่า ทั้งคู่รู้จักกันมาก่อนในธุรกิจการเป็นสายลับ ในอดีตเมื่อนานมาแล้วควินน์เป็นคู่หูของเทรซ และควินน์ก็อึ้งต่อความจริงว่า ตัวเองคิดไม่ออก ทั้งที่เทรซและเชนเทลหน้าตาคล้ายกันมาก
คะแนนที่ 73





