The Good, The Bad, and The DNF

posted on 09 May 2008 10:49 by maxtreme  in C-Club, EroticRomance, F-Club, Paranormal

ไม่ได้รีวิวหนังสือเสียหลายวันนะคะ วันนี้ก็เลยกลับมาพร้อมกับรีวิวหนังสือสามเล่ม ที่ได้ความหมายอย่างชื่อบลอก

เราเริ่มกันที่ The Good แล้วกัน

หนังสือภาคต่อในชุด IAD หรือ Immortals after dark หนังสือชุดแนวพารานอมอลที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดชุดนึง และเล่มนี้ก็ถือว่าเป็นตอนต่อในชุดที่ไม่น่าผิดหวัง อาจะไม่ดีเท่า No rest for the wicked แต่แม็กซ์ก็ไม่ได้คาดหวังให้มันดีขนาดนั้น

สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับชุดนี้ แม็กซ์เล่าแบบย่อ ๆ นะคะ IAD เป็นเรื่องราวของกลุ่มสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ไม่ใช่มนุษย์ พวกนี้ประกอบไปด้วยทุกอย่างที่คุณคิดว่าไม่มีอยู่จริง ทั้งแวมไพร์, มนุษย์หมาป่า, แม่มด, เดม่อน (ที่ไม่ใช่ปีศาจ), นางไซเรน, และอื่น ๆ

แต่คอนเซ็ปต์ของเรื่องที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดก็เป็นเรื่องของแวมไพร์ ที่เครสลีย์ โคลคนแต่งกำหนดให้ไม่มีชีวิตอย่างจริงจัง (นั่นคือหัวใจไม่เต้น เลือดไม่ไหลเวียน ดังนั้นจึงไร้สมรรถภาพทางเพศไปโดยปริยาย) จนกว่าเขาจะได้พบกับไบร์ด (Bride) ของเขา ผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่จะปลุกเขาให้ฟื้นกลับมามีชีวิต

เล่มนี้เป็นเรื่องราวของคอนราด เวิร์ท น้องชายคนเล็กสุดในบรรดาพี่น้องตระกูลแวมไพร์เวิร์ท (ซึ่งเป็นพระเอกไปก่อนหน้าเล่มนี้แล้วสองคน ส่วนอีกคนก็เป็นพระเอกในเรื่องสั้นที่ถูกเลื่อนกำหนดการออกขายจากปีนี้ไปเป็นปีหน้าโน่นเลยค่ะ) เขาเป็นแวมไพร์โดยไม่อยากเป็น เพราะพี่ชายของเขานิโคไลย์ และเมอร์ด็อคซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ก่อนหน้า (หลังจากตายในการรบ) ไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่า ครอบครัวของพวกเขาตายหมดแล้ว คอนรอดและเซบาสเตียนพี่ชายคนที่สาม ตายจากความพยายามปกป้องบ้านของพวกเขาจากผู้บุกรุก ก่อนหน้านั้นน้องสาวของพวกเขาสามคนตายเพราะโรคระบาด นิโคไลย์และเมอร์ด็อคไม่อาจยอมรับความสูญเสียได้อีก และทำในสิ่งที่ขัดกับความต้องการของน้องชาย

เปลี่ยนเขาเป็นแวมไพร์ และคอนราดไม่ได้ต้องการชีวิตเช่นนั้น เขาสติแตก นี่เป็นคำอธิบายเดียว เขาหนีไปจากพี่ชายเพราะทนไม่ได้ที่พวกนั้นเปลี่ยนเขาเป็นสิ่งที่เขาตามล่ามาตลอดชีวิต (คอนราดเป็นหนึ่งในกลุ่มนักล่าแวมไพร์ตอนที่เขามีชีวิต) แต่สุดท้ายเพื่อเอาชีวิตรอด เขาก็ถลำลึกกลายเป็นแวมไพร์อันตราย เป็นนักฆ่ามือหนึ่ง แม้จะยังคงสภาพพระเอกอยู่ด้วยการฆ่าเฉพาะคนเลว แต่เพราะเขาดื่มเลือดพวกนั้น ทำให้ความทรงจำอันเลวร้ายเข้ามาอยู่ในสมอง

สามร้อยปีผ่านไป คอนราดอยู่ในสภาพกึ่งบ้า เห็นภาพหลอน และเมื่อเขาโดยบรรดาพี่ชาย (ที่ตอนนี้แต่งงานแฮปปี้แล้ว) จับไปขัง โดยหวังให้เขากลับคืนฟื้นสติ และตัดสินใจเรื่องสำคัญ ดังนั้นเขาก็ได้เห็นนาโอมิ อดีตนักบัลเลย์ที่จบชีวิตลงอย่างกระทันหัน และกลายเป็นวิญญาณสิงอยู่ในบ้านที่คอนราดถูกขังไว้ เขาคิดว่าเธอคือภาพหลอน

ถ้าให้แม็กซ์ประเมินนะคะ ก็คงบอกว่า เรื่องนี้สอบผ่านฉลุย (ระดับเกรดบีบวก) ในเรื่องโรแมนซ์ เพราะแม็กซ์เชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างคอนราดและนาโอมิ เชื่อว่าเขาจะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง เป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อเธอ ความสัมพันธ์ของสองคนนี้เป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดในเรื่อง มันพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายแล้ว คำว่ารัก ไม่จำเป็นเลย และนี่คือสิ่งที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดในโรแมนซ์ เรื่องราวที่ตัวละครผูกพันกันมากจนกระทั่งไม่จำเป็นต้องบอกรัก ไม่ต้องย้ำเช้าย้ำเย็นว่าฉันรักเธอ จากนั้นก็ตบโครมล้มคว่ำ เพราะเข้าใจผิด

เรื่องนี้มีการเข้าใจผิดค่ะ มีฉากที่คอนราดทิ้งนาโอมิไป เพราะคิดว่าเธอมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง แต่เขาคิดได้เอง ไม่ต้องมีตัวละครอื่นมาชี้นำ มาพิสูจน์ และนั่นเป็นสิ่งที่แม็กซ์ชอบ

แต่อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่ในเรื่องทุ่มให้กับความสัมพันธ์ระหว่างคอนราดและนาโอมิ ก็เลยทำให้องค์ประกอบอื่นขาดหายไปด้วย ในฐานะส่วนหนึ่งของชุด แม็กซ์ไม่รู้สึกว่าเล่มนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดในชุดนี้เพิ่มขึ้นเลย นั่นอาจเพราะคอนราดคือคนนอก เขาเป็นแวมไพร์นอกแถว (ไม่ใช่พวกดีอย่างที่พี่ชายเขาเป็น) ทำให้เขาไม่รู้เรื่องวงใน นาโอมิยิ่งแล้วใหญ่ เธอเป็นผีมาแปดสิบปี ไม่รู้กระทั่งว่ามีสิ่งมีชีวิตเหนือมนุษย์อยู่ในโลกด้วยซ้ำ

แล้วการแก้ปัญหาการอยู่กันไม่ได้ ระหว่างคนและผีของคอนราดและนาโอมิ ดูมันง่ายจัง แต่อย่างว่านะคะ แม็กซ์เลือกความง่ายอย่างนี้มากกว่าการเลือกฉากจบอย่างที่วีได้รับในเรื่อง Lover Unbound ค่ะ

อย่างที่บอก เล่มนี้คือ The Good Read คะแนนที่ 73

มาถึง The Bad

หลายคนบอกว่า บลอกของแม็กซ์สนุกก็ตอนแม็กซ์ด่าหนังสือนี่แหละ ซึ่งถ้าคำพูดนั้นจริง ก็คิดว่า บลอกวันนี้คงถูกใจใครหลายคน

ปกติแม็กซ์จะให้โอกาสนักเขียนอย่างน้อยสองเล่มนะคะ ก่อนจะตัดสินใจตามอ่านงานของเธอต่อไปหรือไม่ ถ้าเล่มแรกแย่ แม็กซ์ยังให้โอกาสเล่มสอง ถ้าเล่มสองดีขึ้น แม้ยังไม่ถูกใจ ก็อาจตามกันไปเล่มสาม

แต่สำหรับเล่มนี้ มันสยองขวัญพันลึกเกินกว่าจะมีโอกาสที่สองค่ะ

ขอเว้ากันซื่อ ๆ เลยนะ แม็กซ์เห็นเล่มนี้ และความคิดแรกคือ เซ็กส์ จะไม่ให้คิดได้ยังไง ดูปกซะสิ และถ้ายังไม่เก็ต ก็ดูว่าหนังสือเล่มนี้พิมพ์ด้วยสนพ.อะไร มันคืออโฟรไดท์เซียนะคร้าบท่าน ถ้าไม่ชอบเซ็กส์ ก็ไม่ควรหยิบงานของสนพ.นี้มาตั้งแต่ต้น

แล้วชื่อเรื่องอีกล่ะ Dark Master คุณคาดหวังอะไรจากเล่มนี้ แม็กซ์คิดถึงแนว BDSM พระเอกและนางเอกที่มีความผูกพันกันเป็นพิเศษกับเชือก และอุปกรณ์ตัวช่วยหลายอย่าง

สิ่งที่แม็กซ์ได้คืออะไรรู้ไหม

รีแกน นางเอกซึ่งเข้าใจว่าคงเป็นคนรวย ที่ไร้สมอง ขอย้ำ ไร้สมอง ไร้สมอง ไร้สมอง (เก็ตไหม) เธอหมดตัวเพราะผู้จัดการที่ดูแลทรัพย์สินทั้งหมดของเธอขโมยเงินของเธอ และหนีไป แต่นางเอกของเราก็ยังมีความหวัง เธอมีมรดกจากป้าเป็นร้านเซ็กส์ช็อป ที่เธอตั้งความหวังว่าจะช่วยกู้สถานการณ์

สาวน้อยของเราก็เลยกลายเป็นคนขายของในร้านเซ็กส์ช็อป แต่ก่อนที่เธอจะเริ่มอาชีพที่มีเกียรติอันนี้ รีแกนก็ได้รับเลือกให้เป็นราชินีแห่งแวมไพร์ (พล็อตมันดูคล้ายชุดเบ็ตซี่ของแมรี่ เจนิสนะ แต่ขอบอกว่า ชุดนี้ดีกว่าพันเท่า) ต้องเป็นภรรยาของกษัตริย์ที่ไร้น้ำยา (ในเรื่องการปกครอง) ที่ชื่อชาร์โดว์

รู้ไหมคะว่าอะไรทำให้เรื่องนี้ได้รับการให้อภัยจากแม็กซ์ นั่นเพราะชาร์โดว์เหมาะสมกับรีแกนเหลือเกิน คนโง่กะคนเง่ามาเจอกัน ชาวบ้านไม่ต้องเดือดร้อน ลองคิดดูถ้าสองคนนี้ไปแต่งงานกะคนอื่น จะสร้างความเสียหายแค่ไหน แต่สองคนนี่เจอกันเอง ความเลวร้ายก็อยู่ในวงจำกัดสักหน่อย

ชาร์โดว์เป็นกษัตริย์แวมไพร์ที่จำเป็นต้องแต่งงานกับมนุษย์ เพื่อสร้างพลังของตัวเองให้เข้มแข็ง เพื่อศัตรูจะได้กลัว ไม่กล้าท้าทาย (ทำไมถึงต้องเป็นมนุษย์ และทำไมต้องแต่งงาน มีคำอธิบายนะคะ แต่มันไม่เมคเซ้นต์สักกะนิด) นักทำนายเลือกรีแกน (ด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่แม็กซ์คิดว่า ก็คงมีหล่อนนี่แหละที่โง่พอคู่ควรกะชาร์โดว์) เขารีบเดินทางไปเอาตัวเธอมา เซ็กส์ตามมาอย่างช่วยไม่ได้ (ก็มันเป็นอโฟไดท์เซียนี่นา)

สำหรับหนังสือที่ชื่อว่าดาร์ค มาสเตอร์ แม็กซ์รับไม่ได้กับพระเอกอย่างชาร์โดว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ตัดสินใจอะไรไม่เป็น ไม่เด็ดขาด ยอมตามใจอย่างไม่มีเหตุผลกับการกระทำของรีแกน โง่ขนาดไม่รู้ว่าใครเป็นตัวร้าย โง่ยิ่งกว่าที่ไม่เชื่อว่าคนคนนั้นเป็นตัวร้าย ทั้งที่น้องชายสองคนลากตัวคนร้ายมารับโทษ

กว่าจะเชื่อต้องนั่งดูวีดีโอถ่ายตอนสารภาพผิด

แถมยังไร้พาว์เวอร์ขนาดควบคุมความพยายามก่อกบฎในเรื่องไม่ได้เลย ผู้ร้ายทำได้ทุกอย่างตามใจชอบ

แล้วรีแกนล่ะ เธอทำอะไรถึงได้ซวยต้องมาเป็นนางเอกให้กับผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องอย่างชาร์โดว์ ก็เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้เรื่องพอกันไงคะ เรื่องไม่ได้บอกชัดเจนว่าเธอทำอะไรถึงได้มีเงิน แต่เธอก็สูญเสียทั้งหมดไปให้กับความเกียจคร้านที่ไม่ยอมตรวจสอบดูแลเงินของตัวเอง แล้วยังฝัน/หวัง/บ้าว่าจะกู้ฐานะและใช้ชีวิตอย่างอิสระด้วยการเปิดร้านเซ็กส์ช็อป โอ้ หล่อนเป็นนางเอกที่มีศักดิ์ศรีมากที่ไม่ยอมรับความช่วยเหลือของพระเอก (นี่เสียดสีนะ ถ้าไม่รับมุข)

หนังสือเล่มนี้ไม่มีอะไรเหมือนอย่างที่โฆษณาไว้ กับชื่อเรื่องแม็กซ์คาดหวังจะเจอพระเอกที่แม็กซ์อาจจะไม่ชอบ เพราะเหี้ยมเกินไป แต่ก็ไม่ใช่เลย ชาร์โดว์เป็นทุกอย่างในด้านตรงข้าม

พอกันทีค่ะกับนักเขียนคนนี้ คะแนนที่ 17

และสุดท้าย The DNF สำหรับคนที่ไม่รู้ คำนี้ย่อมาจาก Did Not Finish แปลว่า อ่านไม่จบคร้าบ (และคงไม่อ่านอีกเป็นแน่) มันเลวร้ายกว่าแย่นะ

แม็กซ์เป็นคนชนิดที่ไม่ฟังความเห็นใครเกี่ยวกับหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ค่อยเชื่อหากคนบอกว่าหนังสือเล่มนี้แย่หรือเลวร้ายยังไง เพราะหลายครั้ง ความแย่นั้นกลับเป็นสิ่งที่แม็กซ์ชอบ (ในทางกลับกัน หากคนแนะนำว่าหนังสือดี แม็กซ์ก็รับมาเก็บไว้นะคะ แต่ไม่ใช่ตัวแปรในการตัดสินใจซื้อ ยกเว้นคนบอกเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยและแน่ใจว่ารสนิยมต้องการอย่างแรง)

และเล่มนี้ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่ได้รับคำวิจารณ์ว่า ห่วย แย่ เลวร้ายถึงเลวร้ายมาก

แต่แม็กซ์ก็ยังคงเป็นแม็กซ์ที่ไม่ฟัง

แม็กซ์สนใจหนังสือเล่มนี้เพราะมันเป็นแนว Urban Fantasy ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวที่แม็กซ์ชอบ ปกหนังสือก็ดูน่าอ่านมาก หนังสือเล่มนี้ถูกวางให้เป็นเล่มแรกในหนังสือชุดที่เล่าเรื่องกิลเลี่ยน คีย์ นักจิตวิทยา และในขณะเดียวกันก็เป็นทหาร ได้รับเชิญให้ไปดูแลอาการของแวมไพร์ในโรมาเนีย แต่นั่นเป็นเพียงฉากหน้า แท้จริงแล้วเธอไปเพื่อสืบความลับเกี่ยวกับแผนการครองโลกของแด็กคูล่า

ปัญหาแรกก็คือ การเขียน ไม่ใช่ว่าภาษายากหรอกนะคะ แต่ทาเลียเขียนไม่เป็นภาษามนุษย์ การดำเนินเรื่องสะดุด การตัดไปตัดมาของ Point of view (ซึ่งอธิบายง่าย ๆ ก็คือ ปกติจะมีความคิดของตัวละครในเรื่อง ซึ่งก็แล้วแต่ว่าฉากนั้นจะให้ใครเป็นคนเล่าเรื่อง) แต่ในเล่มนี้ มันสลับกันจนงงโคตร หนังสือก็ตัดตอนในแต่ละฉากอย่างไม่มีเหตุผล ไม่ต่อเนื่อง อ่านแล้วเวียนเฮดมาก

แล้วยังตัวละครซึ่งแม็กซ์ถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการเขียนเรื่องแนว UF เพราะว่าตัวละครนี่แหละจะเป็นคนดำเนินเรื่องทั้งชุด ไม่ใช่แค่จบภายในเล่มเดียว ถ้าเขาเหล่านั้นไม่น่าสนใจ หนังสือมันก็ฟุบ และแม็กซ์ของบอกว่ากิลเลี่ยนไม่มีอะไรน่าสนใจเลย พระเอก (หรือคนที่น่าจะเป็นพระเอก ยังไม่รู้ เพราะมันเพิ่งเล่มแรกในชุด) ก็ไม่น่าสนใจ อันที่จริงกิลเลี่ยนติดจะน่ารำคาญด้วยซ้ำ

เหตุผลที่แม็กซ์อ่านเล่มนี้ไม่จบเป็นเพราะพล็อตเรื่องไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีทิศทาง ไม่มีอนาคต

ไม่มีคะแนนให้เช่นกันค่ะ เพราะว่าอ่านไม่จบ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สองเล่มหลังรีวิวได้ฮามากค่ะ
ขอบคุณสำหรับรีวิวสนุกๆ

#1 By น้องซิน (58.9.220.39) on 2008-05-09 14:14

55555555555555555555555555
ฮาตรงนี้แหละ กัดเจ็บมาก

รู้ไหมคะว่าอะไรทำให้เรื่องนี้ได้รับการให้อภัยจากแม็กซ์ นั่นเพราะชาร์โดว์เหมาะสมกับรีแกนเหลือเกิน คนโง่กะคนเง่ามาเจอกัน ชาวบ้านไม่ต้องเดือดร้อน ลองคิดดูถ้าสองคนนี้ไปแต่งงานกะคนอื่น จะสร้างความเสียหายแค่ไหน แต่สองคนนี่เจอกันเอง ความเลวร้ายก็อยู่ในวงจำกัดสักหน่อย

#2 By dd (203.121.139.98) on 2008-05-12 09:43

เราเพิ่งอ่าน Dark Needs at Night's Edgeจบจ้า หลังจากที่แทบไม่อ่าน/ซื้อ โรฯตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
ยกเว้น อินเดทที่ไล่ซื้อปกแข็งมา2เล่มแล้วก็ไล่อ่านใหม่ตั้งเล่ม1 ที่ซื้อเพราะอ่านสปอยล์ของคุณแม็กซ์นี่แหละ
เห็นด้วยนะคะ ที่การแก้ปัญหาต่างๆมันออกจะดูง่ายไปหน่อย แต่เรื่องทั้งหมดก็ดูลงตัวดี ในจุดที่ไม่มากไป ยอมรับได้

ขอบคุณนะคะที่มาเล่าให้ฟัง ไม่ง้นเราคงพลาดหนังสือดีๆไป big smile

#3 By dd (203.121.139.98) on 2008-05-26 09:32