เดี๋ยวจะถูกหาว่าเชยไม่อินกับสถานการณ์ วันนี้แม็กซ์ก็เลยขอมีส่วนร่วมกับมหกรรมกีฬาระดับโลกที่กำลังแข่งกันอยู่ในขณะนี้สักหน่อยนะคะ

อันที่จริงแม็กซ์วางแผนจะไปดูกีฬาโอลิมปิคครั้งนี้เชียวนะคะ แต่ด้วยที่ชีวิตจำเป็นต้องเลือก และถึงเราจะรักกีฬามากแค่ไหน ความรักที่มีให้กับหนังสือมันมากกว่า ดังนั้นเมื่อต้องเลือก แม็กซ์จึงเลือกใช้วันลาพักร้อนซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิดเพื่อไปร่วมงานหนังสือ RT Convention ที่พิสต์เบิร์ค แทนที่จะไปกรุงปักกิ่งเพื่อโอลิมปิค

เหตุผลของตัวเองก็เพราะแม็กซ์เคยไปดูโอลิมปิคมาแล้วครั้งนึง เมื่อปี 2000 ที่กรุงซิดนี่ย์ ดังนั้นก็เลยเลือกที่จะไม่ไป ทั้งที่ปักกิ่งก็ห่างจากกรุงเทพไปแค่ห้าชั่วโมง

บอกตัวเองตอนที่เลือกแล้วล่ะว่าจะไม่เสียใจ แต่ตอนนี้ก็ชักจะไม่แน่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อเห็นการถ่ายทอดสดของทีวีเมืองไทยที่แสนจะอนาถ ตอนนี้ก็เลยเกิดความอยากไปดูด้วยตาตัวเองที่โน่น เพราะถึงแม้จะไม่มีเงินพอที่จะซื้อตั๋วเข้าไปดูในทุกประเภทกีฬาที่ตัวเองชอบ แต่ก็เห็นว่าตารางการถ่ายทอดของทีวีเมืองจีน ดีกว่าเมืองไทยแหง

ว่าด้วยการพิธีเปิด ขอข้ามไปไม่พูดถึงส่วนการแสดงนะคะ เราเป็นพวกตาบอดทางศิลปก็เลยวิจารณ์ไม่ถูกว่ามันดียังไง แต่ถ้ามองอย่างคนตาถั่วนิดนิด ก็เห็นว่ายิ่งใหญ่ดี และใช้คนมากสมกับเป็นประเทศที่มีคนเยอะที่สุดในโลก

แม็กซ์ขอพูดในส่วนที่ตัวเองถนัดดีกว่า แม็กซ์ชอบที่จีนเลือกหลีหนิงมาเป็นคนจุดคบเพลิงนะคะ ตอนแรกที่ข่าวออกมาบอกว่าเหยามิงนักบาสฯอาจจะเป็นจุด แม็กซ์แอนตี้อย่างรุนแรง เพราะเครดิตในโอลิมปิคของเฮียเหยาไม่มีอะไรเลย (อันที่จริงเครดิตของเฮียเหยาทางด้านบาสก็ยังไม่มีอะไรเลย เขาไม่เคยได้แชมป์อะไรที่สำคัญสักอย่าง) เขาอาจจะเป็นคนดัง แต่เขาไม่เหมาะที่จะได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่นี้

แต่หลี่หนิงคืออีกเรื่องนึง โอลิมปิคครั้งแรกของแม็กซ์คือปี 1984 แม็กซ์อายุไม่ถึงสิบขวบ และได้ดูโอลิมปิคเป็นครั้งแรก หลี่หนิงคือชื่อของนักกีฬาที่แม็กซ์จดจำได้ดีที่สุด เพราะเขาคือคนที่พิสูจน์ให้แม็กซ์เห็นว่า คุณไม่จำเป็นต้องเป็นฝรั่งก็เก่งในเรื่องกีฬาได้ โดยเฉพาะในกีฬาที่ก่อนหน้านั้นเต็มไปด้วยความสำเร็จของฝรั่งตะวันตก

เขาเป็นความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดสำหรับโอลิมปิคครั้งแรกของแม็กซ์

การได้เห็นเขาอีกครั้ง พุงพุ้ยแต่ยังแข็งแรงพอที่จะเดินบนอากาศไปรอบสนาม เป็นการรื้อฟื้นความทรงจำที่ดี

และในวันนี้การได้เห็นความสำเร็จขั้นแรกของไมเคิล เฟลป์ในปฏิบัติการค้นหาแปดเหรียญทองของเขา ก็ทำให้แม็กซ์นึกย้อนไปถึงเด็กอายุสิบห้าปีที่เราได้เห็นในโอลิมปิคที่ซิดนี่ย์ ในวันนั้นเขาเป็นเด็กชายตัวสูงเก้งก้างลงแข่งผีเสื้อสองร้อยเมตร และเข้าที่ห้า นักข่าวชาวญี่ปุ่นที่นั่งข้างแม็กซ์หันมากระซิบบอกแม็กซ์ว่า เด็กชายคนนี้แหละจะเป็นหนึ่งในนักว่ายน้ำที่เก่งที่สุดในโลก แม็กซ์มองหน้าเขาอย่างงงงง และคิดในใจว่า "มันมาบอกกูทำไม" คงไม่ต้องบอกว่าเวลานั้น แม็กซ์ยังกรี๊ดสลบกับเด็กอีกคนที่ชื่อว่าเอียน ธอร์ป

สองปีถัดมาไมเคิลได้แชมป์โลกครั้งแรก และเหรียญโอลิมปิค และเขากำลังจะทำในสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ในการทำลายสถิติจำนวนเหรียญทองที่มากที่สุดในการแข่งขันโอลิมปิค

แม็กซ์ไม่เชียร์อเมริกันในการแข่งโอลิมปิค อยากให้จีนเป็นเจ้าเหรียญทองมากกว่า แต่ก็ขอยกเว้นเอาไว้สำหรับเฟลป์แล้วกัน

และจะไม่พูดถึงโอลิมปิคโดยไม่พูดถึงนักกีฬาไทยได้ยัง วันนี้เราได้เหรียญทองเหรียญแรก จากนักกีฬาที่น่าจะเป็นเจ้าของสถิติชื่อยาวที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิค กับ Prapawadee Jaroenrattanatarakoon เรื่องราวของเธอเหมาะที่จะนำมาสร้างเป็นหนังฮอลล์มาร์คอย่างยิ่งเพราะทั้งขมขื่น ซาบซิ้ง และจบลงด้วยดี นักกีฬาที่พลาดกระทั่งโอกาสที่จะได้เข้าร่วมโอลิมปิคเมื่อสี่ปีก่อน บาดเจ็บในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิต (มีใครเห็นเทปตอนที่ข้อศอกเธอหลุดบ้าง สยองมาก) และกลับมาอย่างยิ่งใหญ่

วันนี้เป็นของเธอค่ะ

อย่างที่บอกเรื่องราวของประภาวดี (ขออภัยถ้าสะกดผิด) สร้างแรงบันดาลใจให้หลายคน แต่โอลิมปิคก็เป็นที่มาของหลายเรื่องที่แม็กซ์รู้สึกว่ามันสร้างแรงบันดาลใจนะ เรื่องราวที่ทีวีเมืองไทยไม่เคยทำข่าว หรือกระทั่งจะรู้เรื่อง หนึ่งในนั้นที่วันนี้แม็กซ์อยากเล่าก็คงจะเป็น เฟลิกซ์ ซานเซส

เฟลิกซ์เป็นนักกีฬาสัญชาติโดมินิกัน ทั้งที่เขาเกิดในอเมริกา แต่เพราะพ่อแม่ของเขาเป็นชาวโดมินิกันอพยพ เขาตัดสินใจเลือกสัญชาติโดมินิกัน เพราะรู้ว่าโอกาสในการติดทีมชาติอเมริกันมันยากมาก แต่โดมินิกันเปิดรับเขาเต็มที่ และส่งเขาเป็นตัวแทนนักกีฬาลงแข่งวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรในโอลิมปิคที่ซิดนี่ย์

ที่ซิดนี่ย์เขาไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยซ้ำ สิ่งที่เขาทำหลังจากนั้นก็คือการไม่ยอมถอดป้ายชื่อที่ข้อมือของตัวเอง (ซึ่งใส่เพื่อเป็นการแสดงตัวในโอลิมปิคที่ซิดนี่ย์) อีกเลยนับจากความพ่ายแพ้ในโอลิมปิคที่ซิดนี่ย์ และทุกครั้งที่เขาท้อ เขาก็จะก้มลงมองป้ายชื่อนั้น และนึกถึงความล้มเหลวของตัวเองที่ซิดนี่ย์

เฟลิกซ์ชนะการแข่งขันทั้งหมด 43 รายการติดต่อกันในระหว่างนั้น รวมทั้งการชิงแชมป์โลก และกีฬาโอลิมปิคที่เอเธนส์ เขาเป็นนักกีฬาคนแรกของประเทศโดมินิกันที่ได้เหรียญทอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีๆ

#1 By ดีๆ (124.157.236.229) on 2009-09-22 13:13