Fallen Angels // Mary Jo Putney

posted on 27 Aug 2008 08:59 by maxtreme in A-Club, B-Club, C-Club, Historical

Fallen Angels ไม่ใช่ชื่อหนังสือนะคะ แต่เป็นชื่อชุดของหนังสือแนวย้อนยุคของนักเขียนที่ชื่อแมรี่ โจ พุธเน่ย์

บลอก ในวันนี้เป็นการตอบคำถามที่ถามแม็กซ์เกี่ยวกับหนังสือแนวย้อนยุคที่แม็กซ์ ชอบมากที่สุด เราใช้เวลาคิดหนักและคิดนานกับคำถามนี้นะคะ และบอกเลยว่า อาจจะมีหนังสือเล่มอื่นที่แม็กซ์ชอบมากกว่า แต่ขอบอกเลยว่าไม่มีหนังสือชุดไหนที่แม็กซ์ชอบมากกว่าชุดนี้ (ในการประเมินความชอบโดยรวมของหนังสือทั้งหมดในชุด เพราะบางเรื่องแม็กซ์อาจจะชอบมาก อย่าง Devilish ในชุดมัลโลเรน แต่เมื่อรวมกับเล่มอื่นในชุดแล้วก็ยังสู้ชุดนี้ไม่ได้)

แม็กซ์เริ่ม อ่านโรแมนซ์จากแนวปัจจุบัน แนวย้อนยุคหลายเล่มที่เริ่มอ่านก็ไม่น่าประทับใจ จนกระทั่งแม็กซ์ไปห้องสมุดแล้วเจอกับเรื่อง Thunders and Roses อย่างบังเอิญ แล้วเพื่อนคนนึงที่อยู่ในชมรมห้องสมุดเดียวกันพูดกะแม็กซ์ว่า "ทำไมไม่ยืมเล่มนี้ไปลองอ่านล่ะ สนุกดีนะ" 

ด้วยความเกรงใจ และไม่มีต้นทุนอะไร (ห้องสมุดใช้ยืมฟรี) ก็เลยเอามา แล้วก็โชคดีอีกว่าช่วงนั้นเป็นวันหยุดยาวอีสเตอร์ ก็เลยมีเวลา หลังจากอ่านหลายต่อหลายเล่มที่อยากอ่านจบไป ในที่สุดก็นั่งจ้องเรื่องนี้ จ้องไปจ้องมา ก็ไม่ได้ท้องเหมือนปลากัดหรอกนะคะ แต่ตัดสินใจหยิบมาอ่าน

และแมรี่ โจ พุธเน่ย์ก็ได้แฟนตลอดชีวิตอย่างแม็กซ์ไปเลย

Background ของชุด 

Fallen Angels หรือเทวดาตกสวรรค์ไม่ใช่หนังสือแนวพารานอมอลหรอกนะคะ แต่เป็นชื่อนี้ถูกใช้เป็นชื่อชุดเพราะว่า ชื่อของพระเอกซึ่งเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนอีตัน (ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนชื่อดังของอังกฤษเขา เหล่าลูกขุนนางมาเรียนกันเพียบ) ล้วนแต่มีที่มาเป็นชื่อของเทวดา (หรือเซ็นต์ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่เซ็นต์เซย่า)

กลุ่ม Fallen angels ดั้งเดิมมีสี่คน นิโคลัส, ราฟาเอล, ลูเซียน, และไมเคิล แต่ก็ด้วยความดังอีกนั่นแหละที่ทำให้สุดท้ายแล้วชุดนี้ขยายออกไปเป็น 7+3 ซึ่งเราจะพูดต่อไป 

เล่มแรก Thunders and Roses (เขียนปี 1993)

 

พล็อต เรื่องเล่มนี้เป็นไปตามสูตรทุกอย่าง นิโคลัสพระเอกของเราเป็นลูกครึ่งยิปซี และนั่นเป็นเหตุผลทำให้เขาไม่ได้รับการยอมรับจากผู้เป็นปู่เพราะสายเลือดที่ ไม่บริสุทธิ์ นิคเดินทางกลับจากยุโรปหลังจากร่อนเร่อยู่ที่นั่นหลายปีระหว่างสงครามอังกฤษ - ฝรั่งเศส เขาละทิ้งอังกฤษบ้านเกิดไปหลังจากภรรยาของเขาเสียชีวิตลงในอุบัติเหตุรถม้า ที่หลายคนสงสัยว่าเขาเป็นตัวการ

นิคเป็นพระเอกโรแมนซ์ย้อนยุคของแท้ เสเพลและไม่ใส่ใจในอาณาเขตที่ตนเองเป็นเจ้าของ และนั่นทำให้แคลร์ซึ่งเป็นลูกสาวของนักเทศน์ประจำหมู่บ้านที่ต้องพึ่งพานิ คทนไม่ได้ เธอเดินทางมาพบเขาที่บ้าน และพยายามทำให้เขาสนใจความเป็นไปของคนในหมู่บ้านที่บัดนี้กำลังเดือดร้อนจาก ภาวะสงคราม และก็เหมือนพระเอกโรแมนซ์ทั่วไป นิคไม่ยอมทำความดีอะไรง่าย ๆ ถ้านางเอกของเราไม่ยอมให้บางอย่างกับเขาก่อน และเขาก็เรียกร้องให้แคลร์ยอมให้เขาจูบวันละครั้ง แล้วเขาจะยอมหันมาสนใจหมู่บ้านตามที่เธอต้องการ

นางเอกของเราก็เป็น นางเอกโรแมนซ์ขนานแท้เช่นกัน เพราะเธอก็ช่างเสียสละเพื่อคนอื่น  อย่างที่บอกค่ะเล่มนี้ตามสูตร แต่จุดเด่นของเรื่องนี้ที่ทำให้เข้ามาอยู่ในใจของแม็กซ์ได้ก็คือการดำเนิน เรื่อง เพราะเมื่อยิ่งอ่านไป เราก็จะได้พบว่านิโคลัสไม่ใช่คนที่เราคิด เขามีอดีต และความเจ็บปวด รวมทั้งการทรยศที่ไม่ควรมีใครต้องเจอ

และ แคลร์ก็ไม่ใช่สาวน้อยตาใส อันที่จริงเธอจดจำเขาได้ พ่อของเธอเป็นติวเตอร์ให้เขาตอนที่เขาถูกพรากมาจากมารดาที่เป็นยิปซีในวัย เด็ก เธอมองเห็นประกายความดีในตัวเขา และคิดว่าเธอสามารถทำให้เขากลายเป็นคนที่ดีขึ้นได้ (มันเป็นความเชื่อที่แม็กซ์ไม่คิดจะทำในชีวิตหรอกนะคะ แต่มันสนุกที่ได้อ่านในเล่มนี้ และแมรี่ โจ เขียนได้น่าเชื่อ)

หนังสือ เล่มนี้แนะนำให้แม็กซ์เริ่มต้นความคลั่งไคล้ที่มีต่อตัวร้าย โดยเฉพาะเมื่อนิโคลัสพาแคลร์เข้าลอนดอน และแนะนำให้รู้จักเหล่าเพื่อนรักสมัยเรียนของเขา นิโคลัสไม่คาดคิดว่าเพื่อนที่เขารักที่สุดอย่างไมเิคิลจะเปลี่ยนไป และกลายเป็นศัตรูคนสำคัญ นิคไม่รู้เหตุผล และไม่เข้าใจ แต่ไมเคิลดูเหมือนจะพยายามอย่างจริงจังที่จะฆ่าเขา เหตุผลทั้งหมดมันซ่อนอยู่ในอดีต อดีตที่นิคพยายามลืม 

น่าแปลกที่ฉาก ที่แม็กซ์จดจำได้มากที่สุดในเล่มนี้ ไม่ใช่ฉากระหว่างพระเอกนางเอก เป็นฉากที่เมื่อหลังเกิดอุบัติเหตุเหมืองถล่มที่นิคและเหล่าคนงานติดอยู่ภาย ใน คนงานคนนึงเสียสละและช่วยนิคให้ออกมาข้างบนได้ ทั่งที่ในเวลานั้นเขายังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเลยว่าเป็นคนดี และเมื่อคนงานคนนั้นซึ่งสุดท้ายก็รอดตายเช่นกันถูกถามคำถามว่าทำไมถึงช่วยนิ ค ก็ให้คำตอบที่ฮานะ แต่เราว่าลึกซึ้งที่สุด "เพราะเขารู้ว่าถ้าเขาตาย เขาจะได้ไปสวรรค์ เขาไม่มีอะไรติดค้างกับพระเจ้า ในขณะที่นิคมีโอกาสเยอะมากที่จะลงนรก ดังนั้นเขาควรเสียสละให้นิครอดตายเพื่อจะได้มีเวลาไถ่บาปของตัวเอง"

คะแนนที่ 83

เล่มที่สอง Dancing on the wind (เขียนปี 1994)


เล่ม นี้ถ้านับเวลาตามเนื้อเรื่องจะเป็นเล่มสองในชุดในนะคะ แต่ออกขายเป็นเล่มที่สาม (เขียนทีหลัง) เล่าเรื่องของลูเซียน หนึ่งในแก็งค์ Fallen Angels ที่ก็ทำตัวสมกับชื่อลูเซียนด้วยการเป็นหัวหน้าสายลับใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ (อันนี้แม็กซ์ตั้งข้อสังเกตนะ มีใครเห็นอย่างเราบ้างไหมว่า พระเอกที่ชื่อลูเซียนนี่จะต้องมีอาชีพเป็นสายลับกันเป็นส่วนใหญ่) และเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน เล่มนี้เขียนก่อนเรื่อง Lord of Ice ของแกลเลน โฟลีย์นะคะ (เพราะพล็อตสองเรื่องนี้มันโคตรจะเหมือนกัน ต้องให้เครดิตแมรี่ โจก่อนค่ะ)

ในฐานะหนังสือชุด Fallen Angels สอบผ่านในเรื่องที่ว่าคนอ่านไม่จำเป็นต้องอ่านเล่มก่อนหน้าเพื่อที่จะอ่าน เล่มนี้ได้รู้เรื่อง Dancing on the wind เป็นเอกเทศจากเล่มอื่นในชุด อันที่จริงแทบจะไม่มีตัวละครอื่นเข้ามายุ่งในเรื่องด้วยซ้ำ 

ธีมของ เล่มนี้ก็คือ คู่แฝด เพราะเริ่มต้นเรื่องลูเซียนเดินทางกลับมาอีตันอย่างคนหัวใจสลาย เขาสูญเสียพ่อแม่ และน้องสาวที่เป็นแฝดกับเขาในอุบัติเหตุ จากคนที่มีครอบครัวอันอบอุ่น เขากลายเป็นคนตัวคนเดียวในโลก และก็มีแต่เพื่อนที่อีตันเท่านั้นที่เป็นจุดเชื่อมต่อเดียวกับเขาเอาไว้ 

เวลา ผ่านไปลูเซียนกลายเป็นหัวหน้าสายลับใหญ่ที่สุดในเกาะอังกฤษ เขาขอร้องให้เพื่อนรักอีกคนอย่างราฟาเอลเดินทางไปยุโรปเพื่อติดต่อกับเคาส์ เตสสาวชาวฮังการี (ซึ่งคุณจะได้อ่านเรื่องนี้ต่อไป) ส่วนเขาจัดการค้นหาคนทรยศ และนั่นหมายถึงเขาต้องแทรกตัวเข้าไปในสมาคมลับที่เชื่อในลัทธิซาตาน

ไม่ มีอะไรเกี่ยวกับซาตานในลัทธินั้น นอกจากฟรีเซ็กส์และเหล้า ที่นั่นเขาได้พบกับหญิงสาวลึกลับ คนที่เป็นครั้งแรกในชีวิตทำให้เขารู้สึกบางอย่าง เธอต้องการบางอย่างจากสมาคมลับแห่งนี้ แต่เธอไม่ไว้ใจเขามากพอที่จะบอกความจริงทั้งหมด

คนที่ชอบอ่านเรื่อง ราวของตัวละครที่ฉลาด และทันกันน่าจะชอบเล่มนี้ค่ะ เพราะคิทนางเอกของเราก็ไม่เป็นรองหัวหน้าสายลับอย่างลูเซียนเลย เธอมีเป้าหมายและภารกิจ ที่บังเอิญลูเซียนยืนขวางอยู่

จุดอ่อนในเล่ม นี้สำหรับแม็กซ์คงอยู่ที่แม็กซ์ไม่รู้สึกถึงอารมณ์ต่อเชื่อมกันระหว่างคิท และลูเซียนมากนัก อาจเพราะธีมหลักในเรื่องเป็นการพูดถึงความรักระหว่างพี่น้องที่เป็นคู่แฝด และการตามหาคนที่คิทต้องการเจอตัว (ซึ่งก็คือคู่แฝดของเธอนั่นแหละ) ทำให้เรารู้สึกเหมือนไม่ได้รู้จักทั้งสองคนนี้ดีมากนัก และนี่คือข้อเสียเดียว (แต่ใหญ่นะ) สำหรับเรา

คะแนนที่ 63

เล่มที่สาม Petals in the strom (ดัดแปลงจากเรื่อง The Controversial countess เขียนใหม่ปี 1993)

เล่ม นี้เป็นเรื่องที่ดัดแปลงมาจากนิยายเก่าของแมรี่ โจเองและสำหรับคนที่มีทั้งสองเวอร์ชั่นก็ขอบอกว่า ถึงเปลี่ยนไปเยอะค่ะ เพิ่มเติมหลายฉาก แต่สาระสำคัญของเรื่องยังคงเหมือนเดิม

ราฟาเอลหรือ เรฟเป็นคนที่มีบรรดาศักดิ์สูงที่สุดในกลุ่ม Fallen Angels และเขาก็มีความทรนงตัวดังเช่นที่คนในบรรดาศักดิ์ของเขามี และนั่นทำให้เขาตัดสินใจพลาดครั้งสำคัญในชีวิต

ในวัยหนุ่ม (ยี่สิบต้น ๆ) เขาพบรักกับมาร์ก๊อต ลูกสาวของนายทหารชาวอังกฤษ ความรักดูดดื่มและรวดเร็ว เพียงชั่วข้ามคืนเขาก็หมั้นหมายกับเธอ และฝันถึงอนาคตอันแสนหวาน แต่ทุกอย่างก็พังทลายลง เขาพบว่าเธอทรยศเขากับชายอื่น เขาถอนหมั้น และทำให้เธอไม่อาจใช้ชีวิตในเกาะอังกฤษได้ มาร์ก๊อตจากไปพร้อมกับชื่อเสียงที่ป่นปี้ 

เกือบสิบปีผ่านไป  เรฟได้รับการขอร้องจากลูเซียนเพื่อนซึ่งเป็นหัวหน้าสายลับ ให้เดินทางไปยุโรปเพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับการประชุมสันติภาพหลังสงครามสสงบ เพื่อพบกับเคาส์เตสสาวชาวฮังการีซึ่งเป็นสายลับของอังกฤษ

และคนที่เขา ได้พบก็คือมาร์ก็อต ซึ่งบัดนี้คือแม็กกี้ สายลับสาวผู้แปลงกายเป็นเคาส์เตสจาโนส และมีเส้นสายและกุมความลับหลายอย่างของอังกฤษไว้  เรฟพบว่าเขายังไม่เคยลืมเธอไปจากใจ แม้จะไม่อาจให้อภัยกับการทรยศของเธอได้

แต่ การได้พบกับแม็กกี้อีกครั้ง เรฟก็ได้พบกับความจริงที่น่าเจ็บปวดที่ว่า คนที่ทรยศใ