Fallen Angels // Mary Jo Putney

posted on 27 Aug 2008 08:59 by maxtreme  in A-Club, B-Club, C-Club, Historical

Fallen Angels ไม่ใช่ชื่อหนังสือนะคะ แต่เป็นชื่อชุดของหนังสือแนวย้อนยุคของนักเขียนที่ชื่อแมรี่ โจ พุธเน่ย์

บลอก ในวันนี้เป็นการตอบคำถามที่ถามแม็กซ์เกี่ยวกับหนังสือแนวย้อนยุคที่แม็กซ์ ชอบมากที่สุด เราใช้เวลาคิดหนักและคิดนานกับคำถามนี้นะคะ และบอกเลยว่า อาจจะมีหนังสือเล่มอื่นที่แม็กซ์ชอบมากกว่า แต่ขอบอกเลยว่าไม่มีหนังสือชุดไหนที่แม็กซ์ชอบมากกว่าชุดนี้ (ในการประเมินความชอบโดยรวมของหนังสือทั้งหมดในชุด เพราะบางเรื่องแม็กซ์อาจจะชอบมาก อย่าง Devilish ในชุดมัลโลเรน แต่เมื่อรวมกับเล่มอื่นในชุดแล้วก็ยังสู้ชุดนี้ไม่ได้)

แม็กซ์เริ่ม อ่านโรแมนซ์จากแนวปัจจุบัน แนวย้อนยุคหลายเล่มที่เริ่มอ่านก็ไม่น่าประทับใจ จนกระทั่งแม็กซ์ไปห้องสมุดแล้วเจอกับเรื่อง Thunders and Roses อย่างบังเอิญ แล้วเพื่อนคนนึงที่อยู่ในชมรมห้องสมุดเดียวกันพูดกะแม็กซ์ว่า "ทำไมไม่ยืมเล่มนี้ไปลองอ่านล่ะ สนุกดีนะ" 

ด้วยความเกรงใจ และไม่มีต้นทุนอะไร (ห้องสมุดใช้ยืมฟรี) ก็เลยเอามา แล้วก็โชคดีอีกว่าช่วงนั้นเป็นวันหยุดยาวอีสเตอร์ ก็เลยมีเวลา หลังจากอ่านหลายต่อหลายเล่มที่อยากอ่านจบไป ในที่สุดก็นั่งจ้องเรื่องนี้ จ้องไปจ้องมา ก็ไม่ได้ท้องเหมือนปลากัดหรอกนะคะ แต่ตัดสินใจหยิบมาอ่าน

และแมรี่ โจ พุธเน่ย์ก็ได้แฟนตลอดชีวิตอย่างแม็กซ์ไปเลย

Background ของชุด 

Fallen Angels หรือเทวดาตกสวรรค์ไม่ใช่หนังสือแนวพารานอมอลหรอกนะคะ แต่เป็นชื่อนี้ถูกใช้เป็นชื่อชุดเพราะว่า ชื่อของพระเอกซึ่งเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนอีตัน (ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนชื่อดังของอังกฤษเขา เหล่าลูกขุนนางมาเรียนกันเพียบ) ล้วนแต่มีที่มาเป็นชื่อของเทวดา (หรือเซ็นต์ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่เซ็นต์เซย่า)

กลุ่ม Fallen angels ดั้งเดิมมีสี่คน นิโคลัส, ราฟาเอล, ลูเซียน, และไมเคิล แต่ก็ด้วยความดังอีกนั่นแหละที่ทำให้สุดท้ายแล้วชุดนี้ขยายออกไปเป็น 7+3 ซึ่งเราจะพูดต่อไป 

เล่มแรก Thunders and Roses (เขียนปี 1993)

 

พล็อต เรื่องเล่มนี้เป็นไปตามสูตรทุกอย่าง นิโคลัสพระเอกของเราเป็นลูกครึ่งยิปซี และนั่นเป็นเหตุผลทำให้เขาไม่ได้รับการยอมรับจากผู้เป็นปู่เพราะสายเลือดที่ ไม่บริสุทธิ์ นิคเดินทางกลับจากยุโรปหลังจากร่อนเร่อยู่ที่นั่นหลายปีระหว่างสงครามอังกฤษ - ฝรั่งเศส เขาละทิ้งอังกฤษบ้านเกิดไปหลังจากภรรยาของเขาเสียชีวิตลงในอุบัติเหตุรถม้า ที่หลายคนสงสัยว่าเขาเป็นตัวการ

นิคเป็นพระเอกโรแมนซ์ย้อนยุคของแท้ เสเพลและไม่ใส่ใจในอาณาเขตที่ตนเองเป็นเจ้าของ และนั่นทำให้แคลร์ซึ่งเป็นลูกสาวของนักเทศน์ประจำหมู่บ้านที่ต้องพึ่งพานิ คทนไม่ได้ เธอเดินทางมาพบเขาที่บ้าน และพยายามทำให้เขาสนใจความเป็นไปของคนในหมู่บ้านที่บัดนี้กำลังเดือดร้อนจาก ภาวะสงคราม และก็เหมือนพระเอกโรแมนซ์ทั่วไป นิคไม่ยอมทำความดีอะไรง่าย ๆ ถ้านางเอกของเราไม่ยอมให้บางอย่างกับเขาก่อน และเขาก็เรียกร้องให้แคลร์ยอมให้เขาจูบวันละครั้ง แล้วเขาจะยอมหันมาสนใจหมู่บ้านตามที่เธอต้องการ

นางเอกของเราก็เป็น นางเอกโรแมนซ์ขนานแท้เช่นกัน เพราะเธอก็ช่างเสียสละเพื่อคนอื่น  อย่างที่บอกค่ะเล่มนี้ตามสูตร แต่จุดเด่นของเรื่องนี้ที่ทำให้เข้ามาอยู่ในใจของแม็กซ์ได้ก็คือการดำเนิน เรื่อง เพราะเมื่อยิ่งอ่านไป เราก็จะได้พบว่านิโคลัสไม่ใช่คนที่เราคิด เขามีอดีต และความเจ็บปวด รวมทั้งการทรยศที่ไม่ควรมีใครต้องเจอ

และ แคลร์ก็ไม่ใช่สาวน้อยตาใส อันที่จริงเธอจดจำเขาได้ พ่อของเธอเป็นติวเตอร์ให้เขาตอนที่เขาถูกพรากมาจากมารดาที่เป็นยิปซีในวัย เด็ก เธอมองเห็นประกายความดีในตัวเขา และคิดว่าเธอสามารถทำให้เขากลายเป็นคนที่ดีขึ้นได้ (มันเป็นความเชื่อที่แม็กซ์ไม่คิดจะทำในชีวิตหรอกนะคะ แต่มันสนุกที่ได้อ่านในเล่มนี้ และแมรี่ โจ เขียนได้น่าเชื่อ)

หนังสือ เล่มนี้แนะนำให้แม็กซ์เริ่มต้นความคลั่งไคล้ที่มีต่อตัวร้าย โดยเฉพาะเมื่อนิโคลัสพาแคลร์เข้าลอนดอน และแนะนำให้รู้จักเหล่าเพื่อนรักสมัยเรียนของเขา นิโคลัสไม่คาดคิดว่าเพื่อนที่เขารักที่สุดอย่างไมเิคิลจะเปลี่ยนไป และกลายเป็นศัตรูคนสำคัญ นิคไม่รู้เหตุผล และไม่เข้าใจ แต่ไมเคิลดูเหมือนจะพยายามอย่างจริงจังที่จะฆ่าเขา เหตุผลทั้งหมดมันซ่อนอยู่ในอดีต อดีตที่นิคพยายามลืม 

น่าแปลกที่ฉาก ที่แม็กซ์จดจำได้มากที่สุดในเล่มนี้ ไม่ใช่ฉากระหว่างพระเอกนางเอก เป็นฉากที่เมื่อหลังเกิดอุบัติเหตุเหมืองถล่มที่นิคและเหล่าคนงานติดอยู่ภาย ใน คนงานคนนึงเสียสละและช่วยนิคให้ออกมาข้างบนได้ ทั่งที่ในเวลานั้นเขายังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเลยว่าเป็นคนดี และเมื่อคนงานคนนั้นซึ่งสุดท้ายก็รอดตายเช่นกันถูกถามคำถามว่าทำไมถึงช่วยนิ ค ก็ให้คำตอบที่ฮานะ แต่เราว่าลึกซึ้งที่สุด "เพราะเขารู้ว่าถ้าเขาตาย เขาจะได้ไปสวรรค์ เขาไม่มีอะไรติดค้างกับพระเจ้า ในขณะที่นิคมีโอกาสเยอะมากที่จะลงนรก ดังนั้นเขาควรเสียสละให้นิครอดตายเพื่อจะได้มีเวลาไถ่บาปของตัวเอง"

คะแนนที่ 83

เล่มที่สอง Dancing on the wind (เขียนปี 1994)


เล่ม นี้ถ้านับเวลาตามเนื้อเรื่องจะเป็นเล่มสองในชุดในนะคะ แต่ออกขายเป็นเล่มที่สาม (เขียนทีหลัง) เล่าเรื่องของลูเซียน หนึ่งในแก็งค์ Fallen Angels ที่ก็ทำตัวสมกับชื่อลูเซียนด้วยการเป็นหัวหน้าสายลับใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ (อันนี้แม็กซ์ตั้งข้อสังเกตนะ มีใครเห็นอย่างเราบ้างไหมว่า พระเอกที่ชื่อลูเซียนนี่จะต้องมีอาชีพเป็นสายลับกันเป็นส่วนใหญ่) และเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน เล่มนี้เขียนก่อนเรื่อง Lord of Ice ของแกลเลน โฟลีย์นะคะ (เพราะพล็อตสองเรื่องนี้มันโคตรจะเหมือนกัน ต้องให้เครดิตแมรี่ โจก่อนค่ะ)

ในฐานะหนังสือชุด Fallen Angels สอบผ่านในเรื่องที่ว่าคนอ่านไม่จำเป็นต้องอ่านเล่มก่อนหน้าเพื่อที่จะอ่าน เล่มนี้ได้รู้เรื่อง Dancing on the wind เป็นเอกเทศจากเล่มอื่นในชุด อันที่จริงแทบจะไม่มีตัวละครอื่นเข้ามายุ่งในเรื่องด้วยซ้ำ 

ธีมของ เล่มนี้ก็คือ คู่แฝด เพราะเริ่มต้นเรื่องลูเซียนเดินทางกลับมาอีตันอย่างคนหัวใจสลาย เขาสูญเสียพ่อแม่ และน้องสาวที่เป็นแฝดกับเขาในอุบัติเหตุ จากคนที่มีครอบครัวอันอบอุ่น เขากลายเป็นคนตัวคนเดียวในโลก และก็มีแต่เพื่อนที่อีตันเท่านั้นที่เป็นจุดเชื่อมต่อเดียวกับเขาเอาไว้ 

เวลา ผ่านไปลูเซียนกลายเป็นหัวหน้าสายลับใหญ่ที่สุดในเกาะอังกฤษ เขาขอร้องให้เพื่อนรักอีกคนอย่างราฟาเอลเดินทางไปยุโรปเพื่อติดต่อกับเคาส์ เตสสาวชาวฮังการี (ซึ่งคุณจะได้อ่านเรื่องนี้ต่อไป) ส่วนเขาจัดการค้นหาคนทรยศ และนั่นหมายถึงเขาต้องแทรกตัวเข้าไปในสมาคมลับที่เชื่อในลัทธิซาตาน

ไม่ มีอะไรเกี่ยวกับซาตานในลัทธินั้น นอกจากฟรีเซ็กส์และเหล้า ที่นั่นเขาได้พบกับหญิงสาวลึกลับ คนที่เป็นครั้งแรกในชีวิตทำให้เขารู้สึกบางอย่าง เธอต้องการบางอย่างจากสมาคมลับแห่งนี้ แต่เธอไม่ไว้ใจเขามากพอที่จะบอกความจริงทั้งหมด

คนที่ชอบอ่านเรื่อง ราวของตัวละครที่ฉลาด และทันกันน่าจะชอบเล่มนี้ค่ะ เพราะคิทนางเอกของเราก็ไม่เป็นรองหัวหน้าสายลับอย่างลูเซียนเลย เธอมีเป้าหมายและภารกิจ ที่บังเอิญลูเซียนยืนขวางอยู่

จุดอ่อนในเล่ม นี้สำหรับแม็กซ์คงอยู่ที่แม็กซ์ไม่รู้สึกถึงอารมณ์ต่อเชื่อมกันระหว่างคิท และลูเซียนมากนัก อาจเพราะธีมหลักในเรื่องเป็นการพูดถึงความรักระหว่างพี่น้องที่เป็นคู่แฝด และการตามหาคนที่คิทต้องการเจอตัว (ซึ่งก็คือคู่แฝดของเธอนั่นแหละ) ทำให้เรารู้สึกเหมือนไม่ได้รู้จักทั้งสองคนนี้ดีมากนัก และนี่คือข้อเสียเดียว (แต่ใหญ่นะ) สำหรับเรา

คะแนนที่ 63

เล่มที่สาม Petals in the strom (ดัดแปลงจากเรื่อง The Controversial countess เขียนใหม่ปี 1993)

เล่ม นี้เป็นเรื่องที่ดัดแปลงมาจากนิยายเก่าของแมรี่ โจเองและสำหรับคนที่มีทั้งสองเวอร์ชั่นก็ขอบอกว่า ถึงเปลี่ยนไปเยอะค่ะ เพิ่มเติมหลายฉาก แต่สาระสำคัญของเรื่องยังคงเหมือนเดิม

ราฟาเอลหรือ เรฟเป็นคนที่มีบรรดาศักดิ์สูงที่สุดในกลุ่ม Fallen Angels และเขาก็มีความทรนงตัวดังเช่นที่คนในบรรดาศักดิ์ของเขามี และนั่นทำให้เขาตัดสินใจพลาดครั้งสำคัญในชีวิต

ในวัยหนุ่ม (ยี่สิบต้น ๆ) เขาพบรักกับมาร์ก๊อต ลูกสาวของนายทหารชาวอังกฤษ ความรักดูดดื่มและรวดเร็ว เพียงชั่วข้ามคืนเขาก็หมั้นหมายกับเธอ และฝันถึงอนาคตอันแสนหวาน แต่ทุกอย่างก็พังทลายลง เขาพบว่าเธอทรยศเขากับชายอื่น เขาถอนหมั้น และทำให้เธอไม่อาจใช้ชีวิตในเกาะอังกฤษได้ มาร์ก๊อตจากไปพร้อมกับชื่อเสียงที่ป่นปี้ 

เกือบสิบปีผ่านไป  เรฟได้รับการขอร้องจากลูเซียนเพื่อนซึ่งเป็นหัวหน้าสายลับ ให้เดินทางไปยุโรปเพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับการประชุมสันติภาพหลังสงครามสสงบ เพื่อพบกับเคาส์เตสสาวชาวฮังการีซึ่งเป็นสายลับของอังกฤษ

และคนที่เขา ได้พบก็คือมาร์ก็อต ซึ่งบัดนี้คือแม็กกี้ สายลับสาวผู้แปลงกายเป็นเคาส์เตสจาโนส และมีเส้นสายและกุมความลับหลายอย่างของอังกฤษไว้  เรฟพบว่าเขายังไม่เคยลืมเธอไปจากใจ แม้จะไม่อาจให้อภัยกับการทรยศของเธอได้

แต่ การได้พบกับแม็กกี้อีกครั้ง เรฟก็ได้พบกับความจริงที่น่าเจ็บปวดที่ว่า คนที่ทรยศในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ใช่เธอ แต่เป็นเขาที่ไม่รักและเชื่อใจเธอมากพอ และก็เป็นเขานั่นเองที่ขับไล่เธอออกจากความปลอดภัยในอังกฤษ ไปสู่สงครามและความเจ็บปวดที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนนึงได้พบ มาร์ก็อตเสียพ่อไปในการจลาจล ส่วนเธอก็ปางตายจากการถูกรุมโทรม และนั่นเปลี่ยนแปลงเธอจากหญิงสาวใสซื่อมาสู่สายลับอันตราย งานของเธอเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอมีชีวิต มันมอบเป้าหมายในการมีชีวิตอยู่ต่อให้เธอ 

หนังสือเล่มนี้อ่านยากนะคะ เพราะอดีตของนางเอกที่ไม่โสภานัก แต่อยากให้อ่านกัน มันไม่สนุก และเจ็บปวด ซึ่งแม็กซ์คิดว่า เราเองก็ไม่ใช่คนที่เปิดกว้างมากพอหรอก เพื่อนคนนึงของเราให้ข้อคิดที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ ตรงที่ทำไมคนแต่งถึงใจร้ายกับแม็กกี้เอามาก ๆ ไม่ใช่เพราะเธอชอบแต่งเรื่องให้รันทดหรอกนะ แต่เพื่อเป็นการสั่งสอนเรฟในความผิดพลาดของเขา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เจ็บปวดไปกับอดีตของแม็กกี้ไม่ใช่ตัวเธอ (ซึ่งเธอยอมรับและทำใจกับมันได้แล้ว) แต่เป็นตัวเรฟเอง ที่รับรู้ว่าทุกอย่างที่เกิดกับแม็กกี้เป็นเพราะเขา ผู้ชายที่ควรจะรักเธอมากที่สุด 

อย่างที่บอกค่ะ คะแนนไม่ค่อยสูงเท่าไหรที่ 60

เล่มที่สี่ Angel Rogue (ดัดแปลงจากเรื่อง The Rogue and the Runaway เขียนใหม่ปี 1995)

เล่มนี้เป็นเล่มที่แม็กซ์ชอบมากทีสุดในชุด แต่ก็เป็นเล่มที่ไม่ค่อยจะอยู่ในชุดเท่าไหรนักหรอกค่ะ โรบินพระเอกไม่ใช่เพื่อนนักเรียนร่วมรุ่นกับ Fallen Angels คนอื่น ๆ ความสัมพันธ์ที่เขามีต่อกลุ่มนี้ก็ผ่านมาร์ก็อตนางเอกของเรื่อง PITS

โร บินเป็นสายลับเกษียณอายุที่กลับมาอยู่บ้านในชนบท ปัญหาของเขาก็เหมือนกับสายลับทุกคน นั่นคือการว่างงานและความน่าเบื่อ จนกระทั่งเขาบังเอิญได้พบกับแม็กซี่  สาวน้อยลูกครึ่งอินเดียนแดงที่ออกเดินเท้าไปยังลอนดอนเพื่อสืบหาความจริง เกี่ยวกับการตายของพ่อ แรกพบเขาก็รู้ว่าตัวเองไม่อาจปล่อยให้สาวน้อยคนนี้ผจญภัยในถนนที่อันตราย ระหว่างทางไปลอนดอนตามลำพังได้ เขาทำทุกอย่างเพื่อให้เธอยอมรับเขาเป็นเพื่อนร่วมทาง

มันเป็นการเดินทางที่โรบินคิดว่าเขาช่วยเหลือแม็กซี่ แต่เมื่อถึงจุดหมายกลับเป็นเธอที่ช่วยเหลือดวงวิญญาณของเขาไว้ 

นั่น เพราะโรบินไม่ใช่เจมส์ บอนด์ที่ไร้ความรู้สึก ทุกอย่างที่เขากระทำไปในนามของประเทศชาติ มันหลอกหลอนเขาทุกขณะจิต เขาฆ่าคนที่อาจจะเป็นเพื่อน ทรยศคนที่ช่วยเหลือเขาด้วยความจริงใจ ทุกอย่างเพื่อประเทศ และมันกัดกร่อนดวงวิญญาณของเขา การเดินทางไปกับแม็กซี่ทำให้เขาค้นพบความสุขที่แท้จริงในชีวิตอีกครั้ง 

หนังสือ เล่มนี้ไม่มีตัวร้ายนะคะ แต่นั่นไม่สำคัญเลย การไ้ด้เดินทางร่วมไปกับโรบินและแม็กซี่ การได้รู้จักตัวละครอย่างพวกเขาเป็นเรื่องสำคัญกว่า หนังสือเล่มนี้ทำให้แม็กซ์รู้ถึงคุณค่าของหนังสือแนว Road Romance ที่ก่อนหน้านั้นไม่รู้ว่ามันสนุกตรงไหน

แล้วแม็กซ์บอกรึยังว่า โรบินเ็ป็นพระเอกที่แม็กซ์ใช้เทียบกับผู้ชายทุกคนที่แม็กซ์รู้จักในชีวิต จริง ผู้ชายที่หัวเราะได้เสมอแม้ในยามที่หัวใจของเขาเจ็บปวดที่สุด

คะแนนที่ 97

เล่มห้า Shattered Rainbows (ปี 1996)


เล่มนี้เป็นหนังสือในดวงใจของใครหลายคนค่ะ แต่สำหรับแม็กซ์ เล่มนี้ก็ยังเป็นรองอีกหลายเล่มในชุด ด้วยเหตุผลที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า คนเรารสนิยมต่างกันจริง ๆ เพราะเหตุผลที่แม็กซ์ชอบเล่มนี้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ก็คือเหตุผลที่ทำให้เพื่อนของแม็กซ์หลายคนรักเล่มนี้

ขอเตือนสปอยล์ก่อนแล้วกันค่ะ เล่มนี้ต่างกับเล่มอื่นนิดนึงตรงที่เกี่ยวเนื่องกับ Thunders and Roses เยอะหน่อย เพราะพระเอกในเล่ม ไมเคิลเป็นตัวเกือบร้ายใน T&R เขาตกเป็นเหยื่อของผู้หญิงเจ้าเล่ห์ที่เล่นกับความรักของเขา เพราะเธอ ไมเคิลทรยศเพื่อนรักอย่างนิโคลัส เป็นชู้กับเมียเพื่อน และเมื่อหล่อนตายลง เขาก็ตกเป็นเครื่องมือในการแก้แค้น จนเกือบฆ่าเพื่อนรักลงกับมือ 

ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ไมเคิลจะเข็ดกับความรัก และผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว จนกระทั่งเขาได้เจอกับแคธเทอลีน เมลเบิร์น ภรรยาสาวและแสนจะเพรียบพร้อมของเพื่อนนายทหารของไมเคิล ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่พวกเขาได้รู้จักกัน ไมเคิลก็ได้รับรู้ว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร แต่เพราะเขาคือคนที่ไร้เกียรติและเคยทำพลาดกับผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้ว เขาไม่กล้าจะกระทั่งคิดให้อะไรมันเกินเลยไปกว่านี้ 

และเช่นเดียวกัแคธเทอลีนก็มีศีลธรรมพอที่แม้จะรู้ว่า ตนเองเลือกผู้ชายผิดมาเป็นคู่ชีวิต และไมเคิลมีค่าเหนือสามีของเธอเพียงใด เธอก็เลือกที่จะไม่ทรยศคำสาบานที่ให้ไว้กับพระเจ้า เรื่องราวของความรักที่เจอกันช้าเกินไปกับคนสองคนที่มีเกียรติเกินกว่าจะให้ความรักทำลายคุณธรรมทุกอย่างที่ตัวเองมี 

ประเด็นนี้แหละที่ชนะใจเพื่อนของแม็กซ์หลายคน แต่สำหรับแม็กซ์มันรันทดไปหน่อยน่ะค่ะ สงสารทั้งไมเคิลและแคธเทอลีน อ่านไปน้ำตาก็ร่วงเผาะ สงสารก็สงสาร คนแต่งใจร้ายมาก ๆ ที่เลือกแคธเทอลีนที่มีเจ้าของแล้วให้เขา แต่ก็เพราะโรแมนซ์ที่สุดท้ายทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดีแหละค่ะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องรักระหว่างรบ ฉากหลังของเรื่องเกิดในช่วงก่อนศึกที่วอเตอร์ลู แมรี่ โจเขียนบรรยายฉากได้ดีมาก ทำให้เราเข้าใจสถานการณ์และความตึงเครียดก่อนศึกครั้งใหญ่ครั้งนั้น ไมเคิลเป็นทหาร เป็นนักรบที่พร้อมยอมตายเพื่อชาติ แคธเทอลีนเป็นภรรยาของนายทหารที่ต้องเตรียมใจกับการจากไปได้ทุกเมื่อของสามี และเราต้องไม่ลืมความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ระหว่างชายและหญิงสองคนที่น่าทึ่ง

ทั้งหมดนี่เป็นครึ่งแรกของเล่มค่ะ ส่วนครึ่งหลังเป็นเรื่องราวของแคธเทอลีน (ที่เป็นหม้ายตามระเบียบแล้ว) ขอให้ไมเคิลช่วยในการเดินทางไปยังเกาะสกายเพื่ออ้างสิทธิในมรดก สำหรับแม็กซ์รู้สึกว่าทั้งสองช่วงนี้ดูแยกจากกันมากไปหน่อย ทำให้เรื่องดูสะดุดและไม่ค่อยเ้ข้ากันเท่าไหร อารมณ์ของเรื่องก็เปลี่ยนไปพอสมควร และส่วนนี้แหละที่เรามองว่าเป็นข้อด้อย

เล่มนี้เป็นหนังสืออีกเล่มที่พล็อตอาจจี้จุดใครหลายคน รวมทั้งแม็กซ์ด้วย ที่ไม่ค่อยชอบเรื่องที่นางเอกกำลังแต่งงานอยู่แล้วดันมาเจอกับพระเอก แต่พูดเลยนะคะว่า ถ้าใครไม่อ่านเรื่องนี้เพราะพล็อตนี้ ก็เท่ากับว่าคุณพลาดหนังสือที่ดีมากที่สุดเรื่องนึงไปเลย

คะแนนที่ 83

เล่มที่หก River of fire (เขียนปี 1996)

 

 

พูดตามตรงก็คือ ชุด Fallen Angels ควรจะจบตั้งแต่ Shattered Rainbows ไปแล้วล่ะ เพราะสมาชิกคนสุดท้ายในกลุ่มก็แต่งงานไปอย่างแฮ็ปปี้แล้ว แต่ด้วยความดังของชุด ก็เลยต้องมีเสริมนิดเสริมหน่อยนะคะ โดยพระเอกในเล่มนี้เป็นตัวละครที่ออกมามีบทใน Shattered Rainbows โดยเป็นเพื่อนทหารของไมเคิล

และเช่นเดียวกับหนังสือทุกเรื่องของแมรี่ โจ ที่การหาข้อมูลของเธอแน่นปึกมาก เพราะหลังจากอ่านเล่มนี้ไปแล้ว แม็กซ์ก็กลายเป็นแฟนของนักวาดภาพนามโกแกงไปอย่างไม่รู้ตัว เพราะการบรรยายที่ทำให้เห็นภาพชัดเสียจนแม็กซ์อยากเห็นของจริง

เคนเน็ธอาจจะเป็นขุนนางมีบรรดาศักดิ์ แต่มรดกที่หลงเหลือไว้ให้เขาหลังจากสงครามสงบกลับเป็นบ้านร้าง และหนี้สินกองโต ดังนั้นเมื่อเขาได้รับข้อเสนอจากอดีตผู้บังคับบัญชาให้ช่วยสืบเกี่ยวกับการตามอย่างลึกลับของหญิงสาวคนนึง เขาจึงตอบตกลง แม้นั่นจะทำให้เขาต้องปลอมตัว และหลอกลวงคนอื่นก็ตาม

แต่แล้วการสืบหาความจริงครั้งนี้ก็พาเคนเน็ธเข้าไปสู่ความฝันในวัยเด็กที่เขาลืมเลือน ในอดีตเขารักการวาดภาพ แต่เพราะนั่นไม่ใช่งานอดิเรกที่เหมาะสมกับลูกชายขุนนาง เขาถูกบังคับให้ละทิ้งมันไป แต่ในตัวตนที่ถูกสร้างขึ้น เขาเข้าไปในบ้านของนักวาดรูปชื่อดังเพื่อสืบเกี่ยวกับการตายของภรรยาของชายคนนั้น เขาแฝงกายเข้าไปในฐานะของศิลปินที่มีความใฝ่ฝันจะเรียนรู้จากนักวาดรูปชื่อดัง 

และที่นั่นเขาก็ได้พบกับรีเบคก้า ลูกสาวของนักวาดรูปชื่อดัง หญิงสาวที่วิถีการใช้ชีวิตที่ผิดแปลกจากคนอื่น ทำให้เธอกลายเป็นคนนอก ความใฝ่ฝันจะเป็นนักวาดรูปของเธอยิ่งกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้เธอไม่ได้รับการยอมรับในสังคม แต่สำหรับเคนเน็ธที่ตลอดชีวิตก็เป็นคนนอก ทั้งสองเกิดมาเพื่อกันและกัน

ยอมรับค่ะว่า ตอนอ่านเรื่องนี้ เราล่องลอยไปกับสังคมแบบโบฮีเมียในเรื่อง การบรรยายความใฝ่ฝันที่จะถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นรูปภาพชัดเจนและสวยงามมาก แม็กซ์ชอบภาษาและการบรรยายเรื่องในเล่มนี้มาก ๆ 

คะแนนที่ 83

เล่มที่เจ็ด One Perfect Rose (เขียนปี 1997)

 

 

หนังสือเล่มสุดท้ายในชุด (อย่างเป็นทางการ) และเป็นเล่มที่น้ำตาร่วงมากที่สุดแล้ว

เล่าเรื่องของสตีเฟ่น เคนย่อน พี่ชายของไมเคิล ท่านดยุคแห่งแอชเบอร์ตันผู้สุขุม เย็นชา และสมบูรณ์แบบ แม็กซ์พูดตรง ๆ เลยนะคะว่าไม่คิดว่าตัวเองจะชอบเล่มนี้ เพราะไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าสตีเฟ่นเป็นตัวละครทีน่าสนใจ ในเล่มที่เขาออกมามีบท (Shattered Rainbows) เขาก็เป็นแค่พี่ชายพระเอก เขาสมบูรณ์แบบทุกอย่าง หล่อเหลา ร่ำรวย เก่งกาจ ไม่มีอะไรน่าท้ายทาย แค่ตัวละครที่ออกมาผ่านหน้ากระดาษ

แต่ก็เป็นแมรี่ โจ พุธเน่ย์ที่พิสูจน์ว่าเธอเป็นนักเขียนที่มากกว่านักเขียนคนอื่น เธอโยนสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดกับคนสักคนให้กับสตีเฟ่น และโชคก็เป็นของคนอ่านที่ได้อ่านเรื่องราวการเดินทางเพื่อค้นพบตัวเองของเขา

ในฉากเปิดเรื่อง สตีเฟ่นได้รับแจ้งจากหมอส่วนตัวว่าเขากำลังจะตาย ด้วยวัยเพียงสามสิบกว่าปี มันเร็วเกินไป แม้เขาจะรู้สึกไม่สบายอย่างหนักมาตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่เขาไม่คิดว่ามันจะเลวร้ายอย่างนี้ เขายังไม่ได้ใช้ชีวิต ตลอดเวลาเขาเป็นลูกชายตัวอย่าง เป็นคนรับผิดชอบ เป็นคนดูแลทรัพย์สมบัติของตระกูล ในขณะที่น้องชายกลายเป็นฮีโร่ในสงคราม เขาต้องอยู่โยงเฝ้าบ้าน และดูแลให้ทุกอย่างเรียบร้อย 

แต่ความจริงก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เขามีอาการป่วย และหมอที่รักษาเขาก็เป็นหมอประจำครอบครัวยืนยันถือเวลาอันน้อยนิดของเขา 

ความตายเป็นแรงกระตุ้นที่ดี เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่สตีเฟ่นทำบางอย่างที่ไม่เคยทำ เขาหนีไปจากความรับผิดชอบ หนีไปจากทุกอย่างที่ตัวเองรู้จัก เพื่อเรียนรู้ว่า แท้จริงแล้วสตีเฟ่น เคนย่อนคือใคร นอกจากการเป็นเพียงแค่ดยุคแห่งแอชเบอร์ตันที่คนอื่นรู้จักกัน

แม็กซ์น่ะน้ำตามร่วงตั้งแต่สตีเฟ่นเริ่มนับถอยหลังเวลาแห่งการมีชีวิตอยู่ของเขาแล้ว การเดินทางนำสตีเฟ่นไปพบหญิงสาว แม่ม่ายแห่งคณะละคร ผู้หญิงที่เขาอาจมีชีวิตอยู่จนแก่ก็ไม่มีสิทธิได้พบ แต่ความตายที่ใกล้เข้ามา นำเขามาพบกับเธอ โรสลินด์ หญิงสาวที่สำคัญต่อเขามากที่สุด หญิงสาวที่ทำให้เขาสัมผัสความรักเป็นครั้งแรก

ความรักที่อาจจะสายเกินไป

หนังสือเล่มนี้สวยงาม ทั้งการเขียน ตัวละคร แต่ก็ต้องยอมรับว่า เพื่อให้เล่มนี้จบอย่างมีความสุข ความน้ำเน่าหลายอย่างก็ต้องเ้ข้ามามีส่วนในเรื่องแต่แม็กซ์ว่าคนแต่งหาทางออกให้กับการตายของสตีเฟ่นได้ดีนะคะ แม็กซ์ชอบน่ะ ไม่ถึงกับเป็นปาฏิหาริย์ มีเหตุผลรองรับได้ ส่วนที่แม็กซ์ว่ามันน้ำเน่าก็คงเป็นเรื่องชาติกำเนินของโรสลินด์น่ะ 

แล้วก็ไม่ใช่ไม่ชอบนะคะ หลังจากเสียน้ำตาเป็นปี๊บไปกับเล่มนี้ อะไรก็ได้ที่ทำให้ตัวละครมีความสุขอย่างสมบูรณ์ แม็กซ์ก็เอาทั้งนั้นแหละ 

คะแนนที่ 90

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เคยลองอ่านงานของแมรี่ โจ พุธเน่ย์ แต่ไม่ปิ๊งค่ะ
พยามยามจะอ่านแต่หลับก่อนทุกที

#1 By dd (203.121.139.98) on 2008-08-27 14:44

อ่านรีวิวของคุณแม็กซ์แล้ว รู้สึกเหมือนพลาดหนังสือดีๆ ไปอีกเยอะเลยค่ะ

#2 By กิ๊กกิ๊ก1300 (125.25.72.13) on 2008-08-27 18:29

ขอบคุณมากค่ะ ประทับใจชุดนี้กับเรื่องของโรบิน(แต่ยังไม่ได้อ่านที่เหลือเลย)เสียดายที่สำนักพิมพ์ที่แปลไม่แปลผลงานของเธออีก ภาษาอังกฤษ ก็ไม่ค่อยแข็งแรงด้วย ตอนนี้ได้มีแรงกระตุ้นแล้ว

#3 By เจ้ข้อง (124.121.2.82) on 2008-08-27 18:54

เจ้ข้องคะ เตรียมทิชชูด้วยนะพี่ สงสัยได้ใช้เยอะแน่เลยค่ะ

#4 By กิ๊กกิ๊ก1300 (125.25.72.13) on 2008-08-27 19:17

อ่านแค่รีวิวยังแล้วเศร้าจัง

#5 By thasorn (203.185.69.34) on 2008-08-28 08:19

เคยอ่าน Angel Rougue กับ Petal in the strome

ชอบทั้งคู่ค่ะ แต่เล่มสองอ่านยาก + เหนื่อยมากๆ กว่าจะจบนีี้ก็เฮ้อ - -

#6 By e-namtan on 2008-09-06 16:57

ชอบหนังสือชุดนี้แบบคลั่งไคล้เลยค่ะ (ฟังดูโรคจิตแปลกๆ) ดีใจจังที่มีคนเขียนถึงด้วย

เราเฉยๆกับ DitW เหมือนกันค่ะ ทั้งๆที่โฮกลูเซียนค่อนข้างมากในเล่มแรก ทำไมน้อ ทำไม PitS ก็เฉยๆ

กรีดร้อง คุณ max เป็นแฟนโรบินเหมือนเราเลย <3333 (จับมือๆๆ) ถ้าให้จัดลำดับหนุ่มที่เราปลื้มที่สุดในนิยายโรแมนซ์ โรบินจะติดท็อปทรีแน่นอน

เหมือนเราจะมีเรื่องที่โปรดปรานหลายๆเรื่องคล้ายกันนะคะ ขอบคุณนะคะที่ทำบ๊อกนี้ขึ้นมา

#7 By chihaya on 2009-10-14 12:02

ตอนที่อ่านเล่มแรก T&R คลั่งลูเซียนมาก ๆ อยากอ่านเรื่องของเขา แต่พอได้อ่านก็เป็นเล่มที่ผิดหวังที่สุด อารมณ์ของเรื่องสู้เล่มอื่นไม่ได้เลยค่ะ ไม่รู้สึกถึงความรู้สึกระหว่างเขากะคิทเท่าไหร

จับมือด้วยค่ะ โรบินเป็นพระเอกในนิยายโรแมนซ์ที่ชอบมาก ๆ

คุณ chihaya อ่านเรื่อง Uncommon Vows รึยังคะ อยากรู้ว่าคิดยังไงน่ะค่ะ

#8 By max on 2009-10-14 13:11

เหมือนกันเลยค่ะ ลูเซียนนี่โผล่มาหน้าไหน เราจะดี๊ด๊าเป็นพิเศษ จึงช้ำใจมากมายที่เรื่องของเจ้าตัวไม่สนุกอย่างที่หวังไว้ (หรือว่าเราหวังมาก เลยผิดหวังมากก็ไม่รู้)

Uncommon vows เป็นผลงานสมัยแรกๆปะคะ จำไม่ได้เหมือนกันว่าอ่านไปแล้วหรือยัง จริงๆเราอ่านของ MJP ครบทุกเล่ม ยกเว้น The diabolical baron และเล่มใหม่ๆที่ออกหลัง Marriage spell (ซึ่งยังไม่ได้ซื้อเลย รู้สึกสำนึกในสถานะแฟนพันธุ์แท้ของตัวเองที่ตกต่ำลงจัง ^^; )

เข้าเรื่องๆ UV นี่ สารภาพว่าจำเรื่องไม่ได้เลยค่ะ เพิ่งไปเปิด amazon ดู แล้วก็พบว่า มันคือ Medieval Romance นั่นเอง เป็น genre ที่เราเฉยๆน่ะค่ะ เดาว่า ตอนนั้นอ่านแล้วก็คงเรื่อยๆ (มั้ง) แต่หน้าปกคุ้นตามากมาย

#9 By chihaya on 2009-10-14 18:34

เป็นแฟนคลับของ MJP เช่นกันค่ะ แต่ก็ต้องยอมรับว่า เรื่องระยะหลังของเธอเทียบกะยุคเก่า ๆ ไม่ค่อยได้ แต่ก็ยังตามอ่านด้วยความภักดีค่ะ

อ่าน MJP เก่า ๆ เกือบทุกเล่มค่ะ ยกเว้น Dearly Beloved ที่ทำใจไม่ได้ (ประเด็นที่คุณchihayaน่าจะพอเดาได้)

เรื่องที่ออกหลัง TMS คือเรื่อง Loving a Lost Lord ก็สนุกดีนะคะ ย้อนแนว Fallen angels ดี แต่คิดว่ายังสู้ชุดนั้นไม่ได้ แต่ก็ดีกว่ารุ่นที่เป็นชุดการ์เดี้ยนของเธอ

ที่ถามเรื่อง UV เพราะเป็นอีกเรื่องของเธอที่เราชอบมาก ๆ ค่ะ คิดว่าเป็นเล่มที่เอาพล็อต Lord of the manor มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเล่มนึง (ทีอ่านแล้วไม่มีความรู้สึกอยากกระทืบพระเอก)

ชอบแนวรีเจนซี่ใช่ไหมคะ (สังเกตจากเรื่องที่อ่านในบลอกของคุณน่ะค่ะ)

#10 By max on 2009-10-14 19:03

อิ อิ เหมือนกันเลยค่ะ ยังพยายามตามอ่านด้วยความภักดีเช่นเคย

Dearly Beloved เข้าใจค่ะ ไม่ใช่เรื่องโปรดของเราเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจว่า MJP ชอบเขียนประเด็นหนักๆล่ะนะ อย่าง The Bartered Bride นี่ ทำให้เราเกิดอาการเหวออย่างแรง จนเกือบอ่านไม่จบ

เห็นคุณแม็กซ์เขียนรีวิวเล่มใหม่ของ MJP ไว้แล้ว แต่ยังไม่กล้าเข้าไปอ่าน เหะ เหะ ไม่อยากสปอยตัวเอง

ชอบยุครีเจนซี่เป็นพิเศษค่ะ ทั้งนิยายทั้งหนังเลย Europian historical กับ Contemporary ก็ชอบ นอกนั้นจะเฉยๆ เราเป็นคนอ่านหนังสือไม่ค่อยหลากหลายน่ะค่ะ >_>;

#11 By chihaya on 2009-10-15 10:43