Gorgeous As Sin // Susan Johnson

posted on 25 Feb 2009 09:27 by maxtreme  in C-Club, Historical

ยอมรับตามตรงเลยนะคะว่า แม็กซ์ไม่ได้คาดหวังผลจากการอ่านหนังสือเรื่องนี้ว่า จะออกมาเป็นยังงี้ มันผิดไปจากที่คาดทุกอย่างเลยค่ะ ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มต้นรีวิว ขอแม็กซ์ท้าวความย้อนอดีตกันสักหน่อยแล้วกัน

สมัยที่แม็กซ์เริ่มต้นอ่านโรแมนซ์ใหม่ ๆ เพื่อนคนนึงของเราซึ่งเรานับถือให้เป็นผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญในเรื่องโรแมนซ์ (เขาอ่านโรแมนซ์ทุกเรื่องที่แม็กซ์รู้จัก และยังแนะนำเรื่องที่เราไม่รู้จักอีกเป็นร้อย ๆ เล่ม) บอกกับเราว่า แม็กซ์ไม่น่าจะชอบงานของซูซาน จอห์นสันนะ ซึ่งถือว่าแปลกมาก เพราะเขาเองก็อ่านงานของซูซานอยู่ 

แต่เราก็เชื่อเขานะคะ ดังนั้นจึงแทบจะไม่เคยซื้องานของซูซานมาอ่านเลย จนกระทั่งระยะหลังในช่วงสามสี่ปีที่ผ่าน ที่เราเริ่มรู้สึกว่า น่าจะลองอ่านงานของเขาได้แล้วนะ เพราะซูซานก็เป็นนักเขียนดัง และมีหลายคนชอบงานของเขามาก แม็กซ์จึงไปซื้องานเก่าของเธอเรื่องนึง เรื่องที่หลายคนยกให้เป็นหนังสือในดวงใจ 

และแม็กซ์ไม่ชอบมันค่ะ มันมีองค์ประกอบหลายอย่างที่น่าจะดีได้ แต่แม็กซ์รู้สึกว่า พระเอกเสเพลเกินกว่าที่จะจริงใจรักนางเอกเพียงคนเดียวในตอนจบเรื่องได้ นางเอกมักเริ่มต้นที่เป็นสาวน้อยไร้เดียงสา แม้ว่าคาแร็คเตอร์ของเธอจะพัฒนาไปพอสมควรในเรื่อง แต่เรากลับรู้สึกว่า เธอไม่ถึงกับมีเสน่ห์มากพอจะรั้งตัวหนุ่มเสเพลอย่างพระเอกของเราได้ 

ดังนั้นแม็กซ์จึงหยุดอ่านงานของซูซาน จอห์นสันไป จนกระทั่งไปเจอชื่อของหนังสือเรื่องนี้ในเน็ต

มีคนถามแม็กซ์ในบลอกว่า เราใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกซื้อหนังสือ ซึ่งแม็กซ์ตอบว่า มันหลากหลายและขึ้นอยู่กับอารมณ์อย่างแท้จริง และครั้งนี้ก็เช่นกัน สิ่งแรกที่ดึงดูดแม็กซ์ไปที่หนังสือเรื่องนี้ก็คือ ชื่อเรื่อง เราคิดว่าหนังสือเรื่องนี้มีชื่อเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก 

และนั่นมากพอที่จะทำให้แม็กซ์ซื้อหนังสือเรื่องเมื่อเห็นมันในร้านหนังสือได้ แม้ว่าเราจะบอกกับตัวเองว่า อย่าไปคาดหวังอะไรมากจากมัน โดยเฉพาะเมื่อยิ่งดูจากเนื้อเรื่องแล้ว มันเป็นพล็อตเดิม ๆ ที่ซูซาน จอห์นสันชอบใช้ เรื่องราวของขุนนางหนุ่มผู้ร่ำรวย เสเพล และได้ทุกอย่างที่เขาต้องการ  จนกระทั่งเขาได้พบกับผู้หญิงที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้

 

 

Gorgeous As Sin ของซูซาน จอห์นสัน

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกในชุด Bruton Street Bookstore (ซึ่งเห็นบอกกันว่าจะมีทั้งหมดสี่เล่ม) เช่นเดียวกับงานทุกเล่มของซูซาน จอห์นสัน พระเอกของเรา ฟิทซ์ มังค์ตัน เป็นขุนนางชั้นสูง โดยเป็นถึงดยุคแห่งโกรฟแลนด์ และนอกจากจะเป็นชายเสเพลผู้ร่ำรวย เขายังประสบความสำเร็จในธุรกิจ และหนึ่งในโครงการที่ฟิทซ์สนใจทำก็คือ การพัฒนาที่ดิน แต่ปัญหาก็คือ ร้านหนังสือเล็ก ๆ ของโรสลินด์ เซ็นต์วินเซ็นต์

โรสลินด์เป็นแม่หม้ายของสามีผู้ไร้ความรับผิดชอบ เธอมีความสุขกับร้านหนังสือที่ซึ่งเธอใช้เป็นสถานที่ในการพบปะกับผู้คน และมีชีวิตอย่างที่เธอต้องการ นั่นก็คืออิสระที่ผู้หญิงในยุควิคทอเรียตอนปลายเริ่มจะมีกัน ดังนั้นเธอจึงไม่สบอารมณ์อย่างมากที่อยู่ ๆ ดยุคผู้เอาแต่ใจ ก็จะใช้เงินฟาดหัว แล้วสั่งให้เธอย้ายออกไปจากร้านหนังสือที่เป็นเสมือนบ้านของเธออีก 

ซึ่งโรสลินด์ก็กล้าพอที่จะบอกกับฟิทซ์เช่นนั้นเมื่อเขาเดินทางมาที่ร้านหนังสือของเธอเพื่อเจรจาขอซื้อร้าน และนั่นทำให้ฟิทซ์ที่ไม่เคยไม่ได้อะไรที่ตัวเองต้องการโกรธมาก เขาถึงกับสั่งให้ลูกน้องทำทุกอย่างเพื่อให้โรสลินด์ย้ายออกไป ถึงแม้มันจะไม่ค่อยถูกกฎหมายนัก 

แต่การที่ทั้งคู่ยืนอยู่ตรงข้ามกัน ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งคู่ลบเลือนอีกฝ่ายออกไปจากใจได้ อย่างไม่เต็มใจ ฟิทซ์ถูกดึงดูดโดยแม่หม้ายปากร้ายคนนี้ อย่างไม่ต้องการ โรสลินด์ก็ไม่อาจปฏิเสธฟิทซ์ได้ แม้ว่าเมื่อค่ำคืนจบลง ทั้งคู่จะกลายเป็นศัตรูที่ต้องต่อกรกันอีกครั้ง

แม็กซ์ชอบเรื่องนี้นะคะ ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจ  เพราะบอกตามตรงนะคะว่า คาแร็คเตอร์ของฟิทซ์นั้นเป็นผู้ชายชนิดที่แม็กซ์เกลียดที่สุดในหนังสือโรแมนซ์ เขาเป็นคนเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ และคิดถึงตัวเอง พฤติกรรมหลายอย่างของเขาก็ไม่เ็ป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักอ่านโรแมนซ์ และมันไม่ใช่แค่เรื่องทำร้ายจิตใจนางเอก (สปอยล์) เขามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นในเวลาช่วงเดียวกับที่อยู่กับนางเอกแล้ว บอกตามตรงนะคะ หลังจากฉากนั้นผ่านไป แม็กซ์ถามตัวเองเลยล่ะว่า ยังชอบเรื่องนี้อยู่ไหม

คำตอบที่น่าแปลกใจก็คือ เรายังชอบค่ะ ด้วยเหตุผลบางอย่าง มันเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เรื่องนี้เวิร์ค

เพราะบางครั้งคุณไม่จำเป็นต้องชอบพระเอก (หรือกระทั่งนางเอก) ในการอ่านหนังสือให้สนุกได้ 

หนังสือเรื่องนี้สอบผ่านสำหรับแม็กซ์ เพราะความสอดรับกันของทั้งพระเอกและนางเอก อย่างที่บอกค่ะฟิทซ์ไม่ใช่คนที่มีพฤติกรรมเป็นพระเอกนิยายโรแมนซ์ในสายตาของเรา แต่ในขณะเดียวกัน โรสลินด์ก็รู้จักเขาดี อย่างที่เขาเป็น และเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เธอคือคนที่เหมาะกับเขามากที่สุด เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เราเชื่อค่ะว่า สองคนนี้จะไปกันรอด เราเชื่อว่า โรสลินด์จะทำให้ฟิทซ์กลายเป็นสามีที่ดีที่สุด ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่นิยายหลายเล่มไม่อาจทำได้ 

เราเชื่อว่า  แม้ทั้งฟิทซ์และโรสลินด์จะไม่ใช่คาแร็คเตอร์ที่น่าจดจำ แต่พวกเขาทั้งสองมีเรื่องราวความรัก (ถ้าคุณจะเรียกว่าอย่างนั้นนะ) ที่น่าเชื่อ นั่นเพราะโรสลินด์รู้จักฟิทซ์ดีที่สุด เธอรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง และมีข้อเสียยังไงซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว เธอเลือกที่จะยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น

แต่นั่นคือสำหรับแม็กซ์ เราไม่แน่ใจว่า หนังสือเล่มนี้จะเวิร์คสำหรับคนอื่นไหม เพราะประเด็นที่ล่อแหลมมีเยอะเหลือเกิน คุณเคยอ่านหนังสือที่พระเอกเรียกนางเอกด้วยคำที่ขึ้นต้องด้วย B (ซึ่งตามด้วยพยัญชนะอีกสี่ตัว) และ C (ที่ตามด้วยพยัญชนะอีกสามตัว) เราเกลียดพระเอกที่ใช้คำแบบนี้เรียกนางเอก แต่ฟิทซ์ทำ และเขาทำจนกระทั่งท้ายเรื่อง แต่สิ่งที่ทำให้เรา (อาจจะเรียกว่า) ให้อภัยเขาได้ ก็คือ ฟิทซ์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงจากคนที่เขาเป็น แต่ในท้ายทีสุดแม็กซ์ก็เชื่อว่า เขาจะหยุดตัวเองลงที่โรสลินด์ และซื่อสัตย์ต่อเธอตลอดไป นั่นเพราะโรสลินด์คือผู้หญิงที่เหมาะสมกับเขา และเขาก็รักเธอในแบบของเขาเอง ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่ความรักเสียสละอันยิ่งใหญ่ แต่ก็คือรัก ชนิดที่คนอย่างเขาทำได้มากที่สุด

ถ้าใครคาดหวังว่าจะอ่านเจอพระเอกที่สำนึกผิด แล้วคุกเข่าลงไปขอโทษนางเอกคงผิดหวังนะคะ เพราะดยุคของเราไม่เคยขอโทษใคร เขาไม่โทษตัวเองด้วยซ้ำที่เป็นต้นเหตุให้โรสลินด์ติดคุก (เพราะการวางแผนของเขาและลูกน้องในการเอาชนะเธอ) แต่ก็แปลกอีกนั่นแหละที่แม็กซ์โอเคมาก ๆ กับมัน 

ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราคิดว่าเรื่องนี้เวิร์ค ก็คงเป็นคาแร็คเตอร์ของโรสลินด์ เธอคู่ควรกับฟิทซ์อย่างแท้จริง แน่ละเธออาจจะไม่ใช่นางเอกที่เพียบพร้อม แต่เธอมีความมุ่งมั่นไม่น้อยไปกว่าฟิทซ์ในการเอาชนะในการต่อสู้กับเขา และเธอก็เป็นผู้หญิงที่รักศักดิ์ศรีตัวเองพอที่จะไม่แคร์ฟิทซ์ (มากจนเกินไป)

อาจเพราะเรื่องนี้เขียนในช่วงตอนปลายศตวรรษที่ 19 ก็ว่าได้ค่ะ เลยทำให้แม็กซ์สามารถยอมรับด้านที่เลวร้ายของตัวละครได้ดีกว่า เราไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอพระเอกที่เป็นสุภาพบุรุษหรือคนดีทุกกระเบียดนิ้ว และเราก็ไม่ได้พบกับเขาในเล่มนี้ 

มันจึงไม่มีความผิดหวัง 

ดีเกินคาดมาก ๆ ค่ะ คะแนนที่  73

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านงานของเธอมาค่อนข้างเยอะ มีทั้งชอบและไม่ชอบ แต่หลัง ๆ เลิกอ่านแล้ว ความแรงไม่ทำให้เลิกอ่านค่ะ แต่ก้ออย่างที่คุณแม็กซ์บอกว่าบางครั้งต้องทำใจสำหรับคนที่ชอบพระเอกนางเอกแบบโรแมนซ์ไปเลย ดังนั้นอาจจะเป็นเพราะตัวเองค่อนข้างใจแคบนิดนึงน่ะค่ะ เลยทำใจไม่ค่อยได้big smile

#1 By ducky (202.57.176.195) on 2009-02-25 16:11

ขอต่อค่ะbig smile และมีความรู้สึกว่าพระเอกของซูซานช่างเวอร์ได้ใจจริง ๆ อ่านแล้วหมั่นไส้มาก ๆ แต่ส่วนใหญ่บางเรื่องอ่านแล้วค่อนข้างเครียดน่ะค่ะ อีกอย่าง ได้ยินมาว่า กก อาจไม่นำเอางานของเธอมาแปลแล้ว เพราะแรงเกิน

#2 By ducky (202.57.176.195) on 2009-02-25 16:13


พระเอกแบบนี้ก็ดูสนุกตอนอ่านเหมือนกันนะคะ
ไม่กลายเป็นคนดีทุกระเบียดนิ้ว ไม่คุกเข่าขอโทษนางเอกไม่เป็นไร
แค่ขอให้นางเอกได้ดำเนินการโต้ตอบได้อย่างสมน้ำสมเนื้อถึงท้ายเรื่องเป็นพอ
สาธุ หวังว่าจะมี และมีเยอะนะคะ :D :D

ปล. ลืมป้ายดำตรงสปอลย์ค่า

#3 By ming (124.120.6.17) on 2009-02-26 13:57

เรามีปัญหากับพระเอกของซูซานเหมือนคุณแม็กซ์ว่าพระเอกไม่จริงใจไปมีไรกับผู้หญิงอื่นขณะที่ก็มาหานางเอก

#4 By dd (203.121.139.98) on 2009-02-26 14:26

คุณมิ้ง, ป้ายแล้ว ขอบคุณมาก ๆ

อยากจะบอกว่าดวงอ่านหนังสือของเรากับคุณนี่สวนกันอย่างรุนแรง เชื่อไหมว่าเราเพิ่งอ่านเรื่องสั้นของคริส มาเรีย กรีนไป ที่อยู่ในชุด Vampire Babylon น่ะค่ะ (เราอ่านเรื่องที่อยู่ในหนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง First Blood)

แต่อ่านแล้วไม่ประทับใจอย่างรุนแรงค่ะ ไม่ค่อยชอบเลย แต่เรื่องไม่ใช่เรื่องของดอว์นหรอกนะคะ เป็นตัวละครตัวอื่น

#5 By max on 2009-02-26 16:28

คุณดีดี

ปกติก็ไม่ชอบพระเอกสไตล์นี้เหมือนกัน แต่เล่มนี้เรากลับโอเคได้ค่ะ อธิบายไม่ถูกเลย

#6 By max on 2009-02-26 16:29

สงสัยจะจริงค่ะ ปกติไม่ค่อยอ่านพวกรวมเรื่องสั้นด้วยมังคะ
อยากอ่าน แต่เป็นคนแพ้เรื่องสั้น รู้สึกว่าหาอ่านสนุกยาก
กว่าจะเข้าใจตัวละคร กว่าจะรู้จักกัน อ้าวจบเสียแล้ว
(ยกเว้นกรณีที่ตัวละครที่ชอบ spinoff ออกมามีเรื่องสั้นเอง ก็แต่น้อย)
เห็น First Blood เหมือนกันค่ะ แต่เรื่องอื่นนอกจากสองสาวแวมไพร์น่าสนใจไหมคะ

ปล. แอบไปเห็นรายชื่อหนังสือที่อ่านจบแล้ว
มี Wicked Magic ด้วย .. หนังสือชุดนี้แนะนำไหมคะ


#7 By ming (124.120.14.28) on 2009-02-26 21:49

เราชอบเรื่องของเมลจีน บรู๊คค่ะ (แต่เราก็ชอบงานที่เธอเขียนเกือบทุกเล่มอยู่แล้วล่ะ) ส่วนงานของซูซาน ไซซ์มอร์นี่ถ้าเป็นแฟนหนังสือชุด Laws of the blood อยู่แล้ว(และเราก็เป็นอยู่)ก็น่าอ่านค่ะ แต่ไม่คิดว่าคนที่ไม่เคยตามชุดนี้มาก่อนเลยจะรู้เรื่องนะคะ ส่วนเรื่องของอีริน แม็คคาร์ธี่ย์ก็น่าลืมเลือนค่ะ

ปกติไม่ชอบเรื่องสั้นเช่นกันค่ะ แต่ก็อดซื้อมาไม่ได้ โดยเฉพาะที่เป็นเรื่องของนักเขียนที่ตามอยู่เป็นประจำ แต่คิวว่าเป็นวิธีเริ่มต้นที่ดีในการทำความรู้จักกับนักเขียนนะคะ งานของหลายคนเราก็เริ่มอ่านจากเรื่องสั้นนี่แหละ

เรื่อง Wicked Magic นี่ขอบอกว่าไม่ไหวเลยค่ะ อืดมาก ความจริงคือ หนังสือทั้งชุดนี้ที่อ่านมา (สามเล่ม) ห่วยมาก เยิ่นเย้อ ไม่น่าสนใจ และไม่น่าติดตามอย่างยิ่ง (เอาไว้บิวด์อารมณ์ด่าได้มากกว่านี้แล้วคงจะมีรีวิวชนิดด่าแหลกให้ฟังกัน)

#8 By max on 2009-02-26 22:03

ดีๆ

#9 By ดีๆ (124.157.236.229) on 2009-09-22 12:43