Beauty and the Black sheep // Jessica Bird

posted on 01 Apr 2009 09:58 by maxtreme  in C-Club, Category

แม็กซ์เคยพูดบ่อยครั้งนะคะว่า โรแมนซ์เป็นแนวหนังสือที่เปิดกว้างใหักับพล็อตหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรแมนติกสืบสวน, พารานอมอลโรแมนซ์, หรือกระทั่งอีโรติค โรแมนซ์ แต่หลายครั้งที่คนอ่านก็ต้องการอ่านโรแมนซ์ที่เป็นโรแมนซ์โดยเนื้อแท้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของความรักระหว่างชายหญิงสองคนโดยที่ไม่มีพล็อตเรื่องอย่างอื่นเข้ามาสอดแทรก 

แต่ปัญหาก็คือการเขียนโรแมนซ์ที่มีแต่โรแมนซ์ก็คือ ความน่าสนใจในเนื้อเรื่อง เพราะทุกอย่างจะมุ่งเน้นไปที่ตัวละครเป็นสำคัญ ความขัดแย้งทั้งหมดมาจากตัวละครเองเป็นหลัก ไม่มีส่วนเสริมความน่าสนใจจากประเด็นอื่นในเรื่องเลย ดังนั้นแม็กซ์จึงมักพอว่า ตัวเองไม่ค่อยชอบเรื่องแนวนี้นะคะ 

แต่สำหรับเรื่องนี้ ค่อนข้างเป็นที่ยกเว้นค่ะ

 

 

Beauty and the Black Sheep ของเจสสิก้า เบิร์ด

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกในชุด The Moorehouse  Legacy ที่เล่าเรื่องของสามพี่น้องตระกูลมัวร์เฮ้าส์ที่แฟรงกี้ พี่สาวคนโตต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อรักษาบ้านอันเป็นสมบัติประจำตระกูลเอาไว้ให้ได้

แม้ว่าตระกูลมัวร์เฮ้าส์จะเป็นตระกูลเลือดสีน้ำเงินและเก่าแก่ แต่ความร่ำรวยได้เดินจากตระกูลไปเมื่อหลายรุ่นมาแล้ว ทำให้พ่อของแฟรงกี้ต้องเปลี่ยนบ้านประจำตระกูลเป็นโรงแรมชนิดเบดแอนด์เบรคฟาส์ท แต่บัดนี้กิจการได้ตกมาอยู่ในความดูแลของแฟรงกี้ ซึ่งเธอกำลังจะมาถึงสุดทาง ด้วยหนี้จำนวนมหาศาลต่อธนาคาร กิจการโรงแรมที่ไม่ค่อยดีนัก และซ้ำร้ายพ่อครัวประจำห้องอาหารก็ดันลาออกกระทันหัน

แต่แล้วเนท วอร์คเกอร์ก็ก้าวเข้ามาในชีวิต พ่อครัวชื่อดังจากภัตราคารในนิวยอร์ค เนทผ่านมายังเมืองที่แฟรงกี้อาศัยอยู่ และโชคชะตาก็พาพวกเขามาพบกัน เมื่อรถของเนทเสีย และเขาเดินเข้าไปขอโทรศัพท์ในร้านอาหารของแฟรงกี้ และพบว่า พวกเธอกำลังขาดแคลนพ่อครัว 

การมาถึงของเนทเป็นเสมือนพรจากสวรรค์ ฝีมือทำอาหารของเขาทำให้โรงแรมของแฟรงกี้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น และมันเริ่มให้ความหวังกับเธอที่จะรักษาบ้านประจำตระกูลหลังนี้ไว้ได้  ในขณะเดียวกันเนทก็ปลุกให้แฟรงกี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

เพราะหลังจากการตายของบิดามารดา แฟรงกี้ทุ่มเทชีวิตทั้งหมดของเธอให้กับการดูแลน้อง ๆ และพยายามรักษาบ้านเอาไว้ จนเธอลืมที่จะใช้ชีวิต เธอกลายเป็นหญิงสาววัยสามสิบเอ็ดปีที่แก่กว่าวัย มองโลกด้วยสายตาเหน็ดเหนื่อยและกร้านชา แต่การมาของเนททำให้แฟรงกี้เริ่มทบทวนชีวิตของเธออีกครั้ง

แต่เธอก็รู้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาไม่ใช่เรื่องยืนยาว เนทจะต้องจากไป เขาและหุ้นส่วน (สไปร์คซึ่งเป็นพระเอกในเรื่อง A Man in a Million ซึ่งเขียนทีหลังเล่มนี้นะคะ) ได้วางแผนที่จะเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง และนี่ก็เป็นเพียงงานที่เนททำเพื่อรอเวลาในการค้นหาทำเลที่เหมาะสม และเพื่อถึงเวลานั้นเนทก็ต้องไปเพื่อตามความฝันของเขาเอง

ความฝันที่แฟรงกี้ไม่อาจติดตามเขาไปได้ เพราะหัวใจของเธอผูกติดกับบ้านเกิด 

หนังสือเล่มนี้ไม่มีความขัดแย้งในรูปของตัวร้ายนะคะ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในที่ตัวละครต้องเอาชนะสิ่งกีดขวางที่หัวใจของพวกเขาสร้างขึ้นมาเอง การอ่านเล่มนี้ทำให้แม็กซ์ได้รับรู้ถึงความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ แน่นอน และมั่นคง เราเชื่อในความผูกพันระหว่างเนทและแฟรงกี้อย่างเต็มหัวใจค่ะ แม้ว่าในช่วงแรกของเรื่อง แม็กซ์รู้สึกเซ้งกับอาการตีตนไปก่อนไข้ของแฟรงกี้พอสมควร แต่ก็พอเข้าใจได้ว่า เหตุใดเธอจึงเป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อเธอต้องรับผิดชอบทุกอย่างตั้งแต่อายุยังน้อย แฟรงกี้ก็ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น

ในขณะที่เนท เป็นตัวละครชนิดที่เจสสิก้ามีพรสวรรค์ในการเขียน เขาค่อนข้างลงตัวในแง่ของคาแร็คเตอร์ เขามีความฝันที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองให้กับครอบครัวที่รังเกียจทางเลือกอาชีพของเขา เขาต้องการให้ทุกคนรับรู้ถึงความสำเร็จ และนี่เป็นแรงผลักดัน และทำให้เขามองไม่เห็นทางออกจากปัญหา (สปอยล์) ซึ่งง่ายมากที่เนทจะช่วยแฟรงกี้แก้ปัญหาของเธอ ในขณะเดียวกันเขาก็จะได้มีร้านอาหารเป็นของตัวเอง

อ้อ แม็กซ์บอกรึยังว่า เจสสิก้า เบิร์ดเป็นนามปากกาของเจอาร์ วารด์ หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นก่อนที่เธอจะเริ่มต้นชุด BDB อันโด่งดัง และเล่มนี้ก็เป็นเครื่องสอนใจแม็กซ์อย่างเต็ม ๆ นั่นก็คือ ถ้าไม่แน่ใจให้ซื้อหนังสือไว้ก่อน 

เพราะแม็กซ์เห็นหนังสือเล่มนี้วางขายที่ร้านหนังสือ แต่เลือกที่จะเดินผ่านไปแบบไม่สนใจ จนกระทั่งเมื่อสองปีก่อนที่เราเริ่มต้นกลับมาเก็บงานของเจสสิก้า เบิร์ดอีกครั้ง (หลังจากได้อ่านเรื่อง The Billioniare Next Door) ก็พบว่า เล่มนี้กลายเป็นเล่มที่หายากมาก ๆ เล่มนึง และถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อน เราก็คงไม่ได้เล่มนี้มาอยู่ในครอบครองเป็นแน่ 

แม็กซ์อ่านงานของเจสสิก้า เบิร์ดมาแล้วสามเล่มค่ะ และคิดว่าสอบผ่านทุกเล่ม ข่าวดีก็คือ มีสนพ.นึงได้ซื้อลิขสิทธิ์เรื่อง The Billionaire Next Door มาแล้ว  ดังนั้นจึงน่ามีความเป็นไปได้ว่า สนพ.นั้นอาจจะซื้อลิขสิทธิ์หนังสืออีกสี่เล่มที่เหลือของเจสสิก้า เบิร์ดมาทำอีกก็ได้

คะแนนที่ 70

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สารภาพว่าหลัวจากจากอ่านรีวิวแล้ว เราพยายามมองหาเรื่องของเจสสิก้าเหมือนกัน อยากกกอ่านนนนbig smile

#1 By dd (203.121.139.98) on 2009-04-01 12:13

โอมเพี้ยงขอให้เกรซซื้อลิขสิทธิ์ด้วยเถิด(พอดีในบอร์ดแจ้งไว้แล้วน่ะค่ะ) น่าสนใจดีค่ะ อยากอ่านจังเลย

#2 By ducky (202.57.177.11) on 2009-04-01 14:28