Urban Fantasy: Introduction (2)
posted on 21 Oct 2009 08:44 by maxtreme in Opinion|
4. แนวหนังสืออื่นที่ใกล้เคียง/ ทับซ้อนกับ “แฟนตาซีในเมือง”
กับ“เรื่องรักเหนือจริง” (Paranormal Romance) ใกล้เคียงที่สุดก็คือ “เรื่องรักเหนือจริง” ที่อิงสิ่งมีชีวิตเหนือจริงในโลกปัจจุบันเป็นจุดเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ จุดเน้นของเรื่องรักเหนือจริงเน้นที่ความสัมพันธ์ของนางเอก-พระเอก เป็นหลัก ขณะที่ “แฟนตาซีในเมือง” เน้นการดำเนินเรื่องและความเป็นไปของโลกที่สร้างขึ้นมากกว่า
นอกจากนี้ จุดปลีกย่อยอื่น ๆ ก็คือ เรื่องรักเหนือจริงมีพระเอกเป็นตัวเป็นตนชัดเจน และมีบทบาททัดเทียม หรือแม้แต่สูงกว่านางเอก ขณะที่ “แฟนตาซีในเมือง” นั้น พระเอกไม่มีบทบาทชัดเจน เป็นแค่ตัวละครหนึ่งที่มาช่วย และ/หรือส่งบทนางเอกให้โดดเด่นขึ้นเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ จำนวนเล่มก็เช่นกัน เรื่องรักเหนือจริงอาจมีต่อเนื่องเป็นชุดยาวเกินหนึ่งเล่ม แต่ไม่มีวันที่ตัวละครหลักในแต่ละเล่มจะมีบทบาทหลักต่อมาในเล่มถัดไป (กลายเป็นเรื่องของหนึ่งเล่มต่อหนึ่งคู่) แต่กับ “แฟนตาซีในเมือง” ตัวละครหลักที่ออกมาโลดแล่นจะมีบทบาทตลอดไป
กับ “เรื่องรักชีวิตลงตัว” (Chic Lit) “เรื่องรักชีวิตลงตัว” ที่เคยโด่งดังอยู่เมื่อหลายปีก่อนก็ใกล้เคียงกับ “แฟนตาซีในเมือง” เช่นเดียวกัน แต่แม้นางเอกสาวในเรื่องรักชีวิตลงตัวจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือจริงและผิดธรรมชาติเพียงใด สูตรสำเร็จของแนวนี้ก็ยังคงอยู่ และดังนั้นก็เป็นการเน้นลองผิดลองถูกเพื่อแสวงหาส่วนผสมชีวิตที่ลงตัวสำหรับตัวเองของชีวิตผู้หญิงทำงานวัยยี่สิบไปถึงสามสิบปีที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ และวุ่นวายวิ่งวุ่นไปกับเรื่องรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน ความรัก ครอบครัว การเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความรักและคู่ครองอยู่ดี ที่ชัดเจนและนึกออกที่สุดก็คือ ชุด Queen Betsy ของ MaryJanice Davidson
กับ “แนวสืบสวน” (Suspense) เมื่อขยายแนวสืบสวนไปสู่โลกเหนือจริง ก็หมายถึงว่า ตัวต้นเหตุและศัตรูตัวร้ายของตัวละครหลักของแนวสืบสวนเช่นนี้ไม่ใช่เหล่าฆาตกรโรคจิต อาชญากร มาเฟีย หรือสายลับจากประเทศที่เป็นภัยแฝงและภัยตรงของอเมริกา แต่เป็น สาเหตุมาจากเรื่องเหนือธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นจากแม่มด ผีดูดเลือด ปีศาจ มนุษย์หมาป่า และอื่น ๆ ทั้งหมายทั้งปวงมาแทนที่ และการดำเนินเรื่องก็เป็นเพื่อสืบหาและจับตัวคนร้ายมาลงโทษเป็นหลัก
กับ “เยาวชนเหนือจริง” (Paranormal Teens/ Young Adults) ในบางแง่ “เยาวชนเหนือจริง” กับ “แฟนตาซีในเมือง” มีความแตกต่างกันอยู่น้อยมาก เยาวชนเหนือจริงเป็นเสมือน “แฟนตาซีในเมือง” ที่เรียบง่าย ซับซ้อน อ่อนหวาน และโหดร้ายง่ายกว่า เพราะสาเหตุหลักก็คือ เยาวชนเหนือจริงนั้นเขียนมาเพื่อให้ผู้อ่านวัยเด็กกว่าอ่าน ขณะที่ “แฟนตาซีในเมือง” ถูกเขียนให้สำหรับกลุ่มผู้อ่านที่โตกว่า มีวุฒิภาวะมากกว่า
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ สำหรับเรื่องแนวเยาวชนเหนือจริงสำหรับเด็กผู้หญิงแล้ว เน้น “ความรัก” เป็นเกณฑ์หลัก ในแง่ของการแสวงหาและพบเจอคนที่ใช่ และอยู่ด้วยกันไปนิรันดร์ นอกเหนือไปจากการค้นหาตัวเอง (และขณะเดียวกันอาจจะเน้นเรื่องราวในรั้วโรงเรียนด้วยก็ได้) เพื่อการตอบโจทย์ช่วงเวลาการเป็นวัยรุ่นไปพร้อมกัน เรื่องที่โดดเด่นที่สุดสำหรับคนทั่วไป ก็คงไม่พ้นชุด Twilight ของ Stephenie Meyer
อย่างไรก็ตาม แม้กระแสผีดูดเลือดและมนุษย์หมาป่าจะโดดเด่นมากสำหรับแนวนี้ แต่เพราะความโดดเด่นจาก Wicked Lovely ของ Melissa Marr และจาก Tithe: A Modern Faerie Tale ของ Holly Black ก่อนหน้านี้ ก็ทำให้กระแสภูติเป็นอีกกระแสที่มาแรงสำหรับแนวนี้เช่นกัน
สำหรับเรื่องแนวเยาวชนเหนือจริงสำหรับเด็กผู้ชายเน้นการผจญภัย และความตื่นเต้นโลดโผนเป็นเกณฑ์ ดังเช่น ชุด Artemis Fowl ของ Eoin Colfer
กับกลุ่ม “เกือบถึง” เพราะจากกระแสที่โดดเด่นและมาแรงมากของ “แฟนตาซีในเมือง” ก็ทำให้นักเขียนจำนวนมากหันมาเขียนเรื่องแนวนี้เพิ่มขึ้น จนถึงขั้นที่เมื่อกวาดตาไปที่ขั้นหนังสือจะเจอเรื่องแนวนี้ชุดใหม่เต็มไปหมดจนหลากตาที่จะเลือกซื้อมา และดังนั้นก็มีทั้งของจริง และของเลียนแบบที่พยายามเขียนให้เป็น “แฟนตาซีในเมือง” อยู่ หลายเรื่องพยายามเขียนให้ตัวเอกกร้าว แกร่ง แต่ออกมาเป็นหยาบและกระด้าง และอาละวาดไร้เหตุผล หรือเขียนให้เก่ง พึ่งพาตัวเองได้ แต่กลับกลายเป็นสติแตก ช่วยเหลือตัวเองไม่เป็น และต้องขอความช่วยเหลือจากตัวละครอื่นอยู่ตลอดเวลาก็มี ดังเช่น ชุด Morgan Kingsley, Exorcist ของ Jenna Black หรือมีตรรกะที่ไม่สมจริง และไม่สามารถตอบคำถามอธิบายปรากฎการณ์หรือการกระทำ และแรงจูงใจของตัวละครได้เพียงพอ Anna Strong Chronicles ของ Jeanne C. Stein
** จริง ๆ กลุ่มนี้ไม่ควรต้องเขียนถึง เพราะไม่จัดอยู่ในกลุ่มใด ๆ ที่พูดถึงมาก่อนหน้า การเขียนถึงเป็นการกัดกลุ่มนี้โดยเฉพาะ และเตือนให้ผู้อ่านระวังของปลอม และของเลียนแบบเท่านั้น! **
สรุปความหมายของ “แฟนตาซีในเมือง” กระแสหลักอย่างง่าย ๆ ตัวละครหญิงที่ทั้งร้าย ทั้งแรง ทั้งแกร่ง และเก่งออกมากระโดดวิ่ง และต่อสู้กับผู้ร้ายเหนือธรรมชาติในเมืองสักเมืองของอเมริกา ด้วยจำนวนหนังสือที่มากกว่า 3 เล่มขึ้นไป
5. สำนักพิมพ์ที่พิมพ์ “แฟนตาซีในเมือง” พบบ่อยที่สุดกับ สำนักพิมพ์ Ace และสำนักพิมพ์ Roc ในเครือ Penguin Group (ซึ่งทั้งสองสำนักพิมพ์ก็ไม่มีความแตกต่างใด ๆ หลังจากที่ Ace ถูกซื้อกิจการมาอยู่ในเครือ Penguin ในปี 1996 และมีบรรณาธิการกลุ่มเดียวกันในภายหลัง) และสำนักพิมพ์ Eos ของ HarperCollins
สำหรับฝั่งอังกฤษจะเป็นของสำนักพิมพ์ Orbit
6. เรื่อง “แฟนตาซีในเมือง” ที่น่าอ่าน สูตรสำเร็จในแต่ละเรื่องอาจจะไม่ค่อยแตกต่างกันนัก และดังนั้น สิ่งที่น่าคำนึงถึงเมื่อเลือกชุดใดชุดหนึ่งมาอ่านก็คือ ชนิดของตัวละครเหนือธรรมชาติที่หนังสือชุดนั้นอ้างถึงอยู่ เช่น ชอบผีดูดเลือด ชอบมนุษย์หมาป่า ฯลฯ และจำนวนเล่มที่คิดว่าทนรออ่านได้
อย่างไรก็ตาม ชุดที่คิดว่าสนุก และน่าอ่านโดยรวมก็มีเช่น
(หมายเหตุ เรื่องที่มีเครื่องหมาย * ถูกแนะนำเพราะความชอบส่วนตัว)
ชุด Mercedes Thompson ของ Patricia Briggs (สำนักพิมพ์ Ace) เรื่องของ Mercy สาวซ่านักซ่อมรถโฟล์คสวาเกน เป็น shapeshifter ที่เติบโตมาในฝูงมนุษย์หมาป่าที่แปลงร่างเป็นหมาโคโยตี้ได้ และใช้ความสามารถและสมองของเธอช่วยเหลือคนรอบตัว (ซึ่งแน่ใจได้ว่าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นมนุษย์หมาป่า ผีดูดเลือด และภูติในแต่ละเล่ม)
เรื่องนี้น่าจะเป็นชุดต้น ๆ ในการอ่าน “แฟนตาซีในเมือง” เพราะว่าอ่านง่าย สนุก และถือเป็นหนึ่งในเรื่องกระแสหลักที่ได้รับความนิยม
ปัจจุบันออกมา 4 เล่ม คือ Moon Called, Blood Bound, Iron Kissed, Bone Crossed (เล่มหลังออกเป็นปกแข็งตามความขายดี และปกอ่อนน่าจะวางขายปีหน้า) และเล่ม 5 คือ Silver Borne จะวางแผงกุมภา ปีหน้า ปัจจุบันชุดนี้จะมีอย่างน้อย 7 เล่ม โดยที่ผ่านมาออกปีละเล่ม
ทั้งนี้ มีเรื่องชุด Alpha and Omega ที่เกิดอยู่ในโลกในเดียวกัน แต่เน้นตัวละครอื่นด้วยการดำเนินเรื่องเล่าผ่านพระเอก-นางเอกในลักษณะคล้ายคลึงกับแนวเรื่องรักเหนือจริง เริ่มต้นด้วยการเป็นเรื่องสั้นชื่อ Alpha and Omega ในหนังสือ On The Prowl ก่อนจะออกมาเป็นหนังสือคือ Cry Wolf และ Hunting Ground โดยชุดนี้จะมีอย่างน้อย 3 เล่ม
ชุด Dark Days ของ Jocelynn Drake* (สำนักพิมพ์ Eos) พูดถึง Mira ผีดูดเลือด (ที่ในหนังสือใช้คำว่า “Nightwalker” แทน “Vampire” เหมือนเรื่องอื่น) ที่มีความโดดเด่นต่างจากผีดูดเลือดอื่นที่ความสามารถในการการใช้ไฟ และมีภารกิจในการไล่ล่าและกวาดล้างเอลฟ์ฝ่ายร้ายที่จะกลับมารุกรานโลกด้วยความช่วยเหลือจาก Danaus นักล่าผีดูดเลือด
สนุกเพราะวางโครงเรื่องดี และดำเนินเรื่องน่าติดตาม เน้นทั้งการต่อสู้ด้วยไวพริบ และกำลังของตัวละคร รวมไปถึงบุคลิกของตัวละครเอกเอง จุดโดดเด่นอีกอย่างคือความดึงดูดกันระหว่าง Mira และ Danaus ซึ่งทางสำนักพิมพ์ Eos ก็โฆษณาจุดนี้เป็นจุดขายหลักเช่นกัน
ออกมาแล้ว 3 เล่ม คือ Nightwalker, Dayhunter และ Dawnbreaker ที่เพิ่งออกปลายเดือนที่แล้ว (รวมไปถึงเรื่องสั้นของ Miraในหนังสือ Unbound) แหล่งข่าวแจ้งว่าชุดนี้จะมี 12 เล่ม
ชุด Evie Scelan ของ Margaret Ronald* (สำนักพิมพ์ Eos) แม้ Evie จะพยายามออกห่างจากโลกเวทย์มนต์ใต้ดินอันตราย แต่ทว่าด้วยประสาทการรับรู้กลิ่นที่โดดเด่นจนถูกขนานนามว่า Hound ทำให้เธอถูกดึงเข้าไปพัวพันกับโลกเวทย์มนต์ใต้ดิน และรับรู้เกี่ยวกับที่มาของตัวเองในที่สุด
หนังสือไม่ดังเลย แต่ว่าสนุก และผูกเรื่องสืบสวนได้ซับซ้อน และชาญฉลาด และนำเรื่องปกรณัมไอริชมาใช้ได้ดีมาก จนต้องให้คะแนนเกรด A ไปครอง
ออกมาเล่มเดียว คือ Spiral Hunt และเล่มสองคือ Wild Hunt จะออกขายปีหน้า เท่าที่รู้ชุดนี้จะมี 3 เล่ม
ชุด Outcast Season ของ Rachel Caine* (สำนักพิมพ์ Roc) เรื่องของ Cassiel ที่ปฎิเสธคำสั่งของผู้นำกลุ่ม Djinn จนต้องกลายเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่ด้วยความสามารถเดิมที่มี และพลังที่ได้รับผ่านทาง Weather Warden รวมไปถึงทัศนคติว่า ”ฉันทำได้ ไม่ยอมแพ้” ก็ทำให้เธอแก้ไขสถานการณ์และเหตุการณ์ตรงหน้าแรงได้ใจเสมอ
ข้อเสียของชุดนี้คือแตกออกมาจากชุด Weather Warden และก็ทำให้อาจต้องอ่านชุดนั้นก่อนเพื่อให้เข้าใจโลก (หรือจะไม่อ่านก็ได้ ไม่แน่ใจ) แต่แนะนำเพราะว่าชอบทัศนคติตัวละครมาก และรู้สึกว่าเป็นแบบอย่างของตัวละครแนวนี้ได้ดี
เพิ่งออกมาเล่มเดียวคือ Undone เล่มสองคือ Unknown ออกต้นปีหน้า (แต่ข้อพึงระวังคือ Rachel Caine เขียนมาแต่ละเล่ม ค้างตอนจบให้ไม่จบทุกเล่ม) และทั้งนี้ ที่ได้ฟังมาก็คือ ชุดนี้จะมี 4 เล่ม (ส่วนชุด Weather Warden มี 9 เล่ม และปัจจุบันถึงเล่มที่ 8 แล้ว ตามลำดับคือ Ill Wind, Heat Stroke, Chill Factor, Windfall, Firestorm, Thin Air, Gale Force และ Cape Storm ซึ่งเพิ่งออกเมื่อเดือนสิงหา ที่ผ่านมา)
ชุด Sign of the Zodiac ของ Vicki Pettersson* (สำนักพิมพ์ Eos) พูดถึง Joanne ทายาทมหาเศรษฐีที่เพิ่งรับรู้ว่าเธอสืบทอดสายเลือดยอดมนุษย์มาหลังจากได้รับพลังเหนือมนุษย์เมื่ออายุครบ 25 ปี และต้องใช้ความสามารถที่เธอมาเพื่อต่อสู้กับยอดมนุษย์ฝ่ายร้ายเพื่อปกป้องมนุษย์
โดดเด่นที่การผูกเรื่อง และการดำเนินเรื่อง และการเล่นล้อและอ้างอิงวัฒนธรรมอเมริกาที่มีการ์ตูนยอดมนุษย์อยู่เยอะ มีความสมจริงในการดำเนินเรื่องและแง่แนวคิดสูงจนถึงขั้นน่าสงสารตัวเอกได้ทุกเล่มทั้งชุด โดยเฉพาะเล่มสี่ที่อึ้งจนกรี๊ดไม่ออกมาแล้ว
ออกมาแล้ว 4 เล่ม คือ The Scent of Shadows, The Taste of Night, The Touch of Twilight และ City of Souls
--- อ้างอิง Urban fantasy ในความหมาย wikipedia http://en.wikipedia.org/wiki/Urban_fantasy
“Collection Development "Urban Fantasy": The City Fantastic” http://www.libraryjournal.com/article/CA6561372.html
สำนักพิมพ์เพนกกวิน http://us.penguingroup.com/static/html/blogs/penguin-imprint-focus-introduction-roc-ace
|


#1 By ducky (202.57.177.103) on 2009-10-21 13:33