Destiny Kills // Keri Arthur

posted on 31 Jan 2010 14:00 by maxtreme in D-Club, UrbanFantasy

แม็กซ์เป็นหนึ่งในคนที่ตามอ่านงานชุดไรลี่ย์ เจนเซ่นค่ะ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เมื่อเคอรี่ อาร์เธอร์ออกงานชุดใหม่มา เราจึงซื้อหามาเก็บไว้ แต่ผ่านไปหลายปีก็เพิ่งจะมีโอกาสหยิบมาอ่าน

ก่อนหน้าที่จะได้อ่านเล่มนี้ หลายคนที่อ่านแล้วบอกกะแม็กซ์ว่า  งานเรื่องชุดนี้มีความแตกต่างจากไรลี่ย์พอสมควร และมีความเป็นโรแมนซ์มากกว่ามาก ๆ และเมื่อคิดว่าในชุดไรลี่ย์ เจนเซ่น (สปอยล์) นางเอกของเราตัดสินใจฆ่าชายผู้ทีเป็นคู่แท้ของเธอเพื่อปกป้องชายอีกคน แม็กซ์ก็เห็นท่าว่าจะจริง

แต่หลังจากไ้ด้อ่านจบแล้ว แม็กซ์เกิดคำถามกับตัวเองเยอะมาก เกี่ยวกับสิ่งที่เราคิดว่าต้องการ และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราได้มันมาจริง ๆ 

ก่อนจะพูดลึกไปกว่านี้ มาดูหนังสือเรื่องนี้กันก่อนแล้วกันค่ะ

 

 

Destiny Kills ของเคอรี่ อาร์เธอร์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกในชุด Myth and Magic แต่จุดเด่นก็คือ แม้จะเป็นเรื่องที่ส่อว่าเป็นแนว Urban Fantasy แต่ตัวละครเอกในเรื่องไม่ได้ดำเนินเรื่องต่อเนื่องกันไปหลายเล่ม แต่เรื่องราวของพวกเขาจะจบลงในเล่มเดียว ดังนั้นในเล่มสอง (ซึ่งยังไม่ออกขาย) ก็จะเป็นเรื่องราวของตัวละครอื่น 

หญิงสาวคนนึงฟื้นขึ้นบนชายหาดพร้อมกับศพของชายคนนึง เธอรู้จักชายคนนั้น เขามีชื่อว่าเอแกน แต่กลับจำเรื่องราวของตัวเองไม่ได้เลย สิ่งนึงที่เธอรู้ก็คือ เธอและชายผู้เสียชีวิตไปกำลังตกเป็นเป้าหมายของการตามล่า ในระหว่างที่กำลังหนีเอาชีวิตรอดเธอก็ได้พบกับเทรย์ ชายผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นน้องชายของชายคนที่เสียชีวิต ซึ่งก่อนตายได้ส่งข่าวมาให้เขาช่วยเหลือเธอ หญิงสาวที่เขาบอกว่า คือเดสตินี่ 

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ความทรงจำของเดสตินี่เริ่มกลับมา เธอค้นพบความพิเศษของตัวเอง และเทรย์ พวกเขาไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งเผ่าพันธุ์มังกร  เธอคือสายพันธุ์มังกรแห่งทะเล ในขณะที่เทรย์คือลูกครึ่งมนุษย์และมังกร ที่เรียกตัวเองว่าดราแมน

แต่หลังจากใช้เวลาอยู่ด้วยกันเพียงไม่นาน เดสตินี่ก็ค้นพบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเทรย์  เขาต้องการแหวนของเอแกนที่อยู่กับเธอ แหวนที่เทรย์อ้างว่ตัวเองจำเป็นต้องใช้ในการต่อรองกับผู้เป็นบิดาในการสืบหาตัวน้องสาวที่หายตัวไป ดังนั้นเดสตินี่จึงยื่นข้อเสนอ ถ้าเทรย์ช่วยเธอในการค้นหาแผนผังของสถาบันวิจัยสัตว์ที่ตั้งอยู่ในล็อคเนสส์ ที่ซึ่งเป็นสถานที่กักขังเดสตินี่และมารดาของเธอเป็นเวลาหลายสิบปี เธอจะมอบแหวนให้กับเขา

หนังสือเรื่องนี้เขียนโดยใช้สไตล์การเขียนของเรื่องแนว Urban Fantasy แต่แม็กซ์รู้สึกถึงความเป็นพารานอมอลโรแมนซ์ค่อนข้างมากเลยนะคะ ความสัมพันธ์ระหว่างเดสตินี่และเทรย์ค่อยเด่นชัดขึ้น และเขาถือเป็นตัวละครฝ่ายชายที่มีความโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับตัวละครในแนว UF และนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามของแม็กซ์ที่มีต่อตัวเอง

เพราะก่อนหน้า เราอ่านเรื่องแนว Urban Fantasy มาหลายชุดจากหลายคนแต่ง แม็กซ์รู้เบื่อหน่วยกับความแข็งกร้าวของนางเอก และคิดว่าคงเป็นการดีเหมือนกันถ้าหากคนแต่งเขียนเรื่องนางเอกแนวนี้ที่มีด้านอ่อนไหว หรือต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นกันบ้าง เราคิดว่ามันคงเป็นจุดที่น่าสนใจ

ปัญหาก็คือ ในหนังสือเล่มนี้เดสตินี่เป็นเช่นนั้น และขนาดว่าเธอไม่ได้อยู่ในฐานะของตัวละครที่ช่วยตัวเองไม่ได้นะคะ เดสตินี่มีความเข้มแข็งในระดับนึง แต่เธอรู้ความสามารถของตัวเองเป็นอย่างดี  และรู้ว่าเธอไม่อาจเผชิญหน้ากับศัตรูตามลำพังได้ (กระนั้นไม่ใช่ว่าเธอออกปากของความช่วยเหลือ แต่เธอยอมรับความช่วยเหลือเมื่อถูกเสนอมา) ว่าไปแล้วเธอเป็นแคแร็คเตอร์ที่แม็กซ์รู้สึกว่าแม็กซ์อยากอ่านในแนว UF 

พอเอาเข้าจริง เรากลับรู้สึกว่ามันไม่เวิร์คค่ะ  เพราะกลับเป็นการทำให้เรื่องนี้อยู่กึ่งกลางระหว่าง UF และพารานอมอลโรแมนซ์ ซึ่งหมายความว่า มันเทียบกับทั้งสองแนวไม่ได้เลย เพราะไม่ได้โชว์ความเก่งของนางเอก หรือความหวานของตัวละครได้ถึงจุดที่มันควรจะเป็น ทำให้ในท้ายที่สุดมันไม่โดดเด่นเอาเสียเลย

ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายค่ะ เพราะแม็กซ์ตั้งความหวังกับเล่มนี้ไว้พอสมควรเลยล่ะ เนื่องจากตอนที่อ่านชุดไรลี่ย์ เรารู้สึกถึงความเด็ดเดี่ยวของไรลีย์ที่หลายครั้งมากเกินไป (และรวมทั้งแม็กซ์ไม่ชอบ เน้นตรงไม่ชอบเลยนะคะ กับคนที่เราคาดว่าจะเป็นพระเอกของเธอ) ทำให้เราตั้งความหวังกับเล่มนี้ไว้ว่า จะได้เห็นอะไรที่แตกต่าง ซึ่งมันก็แตกต่างค่ะ เพียงแต่ผลลัพธ์ของมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดว่า มันน่าจะเป็น

คะแนนที่  53

Comment

Comment:

Tweet