The Best Revenge // Justine Davis

posted on 28 Feb 2010 13:02 by maxtreme  in A-Club, Category

หลังจากดีเลย์การอ่านเล่มนี้เพราะต้องการที่จะรู้จักคาแร็คเตอร์ของพระเอกในเล่มให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการย้อนกลับไปอ่านเล่มก่อนหน้าที่พระเอกเรื่องนี้มีบทบาท ซึ่งกลายเป็นการอ่านหนังสือมาราธอนไปแล้ว ในที่สุดแม็กซ์ก็ได้ฤกษ์หยิบเล่มนี้มาอ่านเสียที

และผลของมันก็ยิ่งกว่าความคาดหมาย

แม็กซ์ไม่รู้ว่าสำหรับคนอื่นเป็นยังไงนะคะ แต่สำหรับเราเวลาหยิบหนังสือสักเล่มขึ้นมาอ่าน แม็กซ์มักจะมีความคาดหวังในเล่มนั้นอยู่แล้ว อาจจะมาก หรือน้อยก็ตามแต่ แต่บางครั้งที่พิเศษสุดจริง ๆ แม็กซ์จะมีความรู้สึกก่อนที่จะได้อ่านด้วยซ้ำว่า เล่มนี้แหละคือเล่มที่ใช่ หนังสือที่จะสนุกและโดดเด่นอย่างที่เรามองหา และถ้าโชคดีอาจจะได้เจอแค่ปีละครั้งเดียวเท่านั้น 

หนังสือเรื่องนี้ได้ให้ความรู้สึกเช่นนั้น ทั้งที่จัสตีน เดวิสเองไม่ถึงกับเป็นนักเขียนที่แม็กซ์ยกให้อยู่ในระดับที่เราชอบมาก เธอเคยเขียนงานที่สนุก ๆ หลายเล่มในอดีต แต่มันก็นานแล้วที่แม็กซ์ได้อ่านหนังสือที่สนุกมาก ๆ จากเธอ โดยเฉพาะในช่วงหกเจ็ดปีที่ผ่านมา ก็แทบจะไม่มีเล่มไหนที่เข้าตาเราเท่าไหร 

จนกระทั่งแม็กซ์ซื้อเรื่องนี้มาตามหน้าที่ ไม่รู้หรอกนะคะว่าเป็นเพราะชื่อเรื่อง หรืออะไร แต่มันดึงดูดเราได้อย่างประหลาด ดังนั้นเมื่อแม็กซ์อ่านคำนำและพบว่า พระเอกในเรื่องนั้นเคยเป็นตัวละครรองที่ในเล่มก่อนหน้าหลายเล่ม แม็กซ์จึงตัดสินใจย้อนกลับไปอ่านเล่มก่อนหน้าทั้งหมด 

คำถามทีเราเจอก็คือ มันคุ้มค่ากันไหมที่ทำอย่างนั้น ต้องกลับไปอ่านหนังสือตั้งหลายเล่ม เพียงเพราะอยากอ่านแค่เล่มเดียว 

และหลังจากที่แม็กซ์อ่านเรื่องนี้จบลง เราก็ขอบอกว่า คุ้มค่าที่สุด

นั่นไม่ได้หมายความคนที่อยากอ่านเล่มนี้ต้องทำอย่างแม็กซ์นะคะ เพราะเรื่องนี้เป็นเอกเทศของตัวเอง เรื่องราวไม่ได้เกี่ยวข้องพัวพันกับพล็อตเล่มอื่น แต่ที่มันคุ้มค่าสำหรับแม็กซ์ก็คือ การอ่านเรื่องก่อนหน้าทำให้เราได้พบกับเซ็นต์จอห์น หนึ่งในตัวละครที่น่าสนใจที่สุดเราเคยพบมาคนหนึ่งในหน้าหนังสือ

 

 

The Best Revenge ของจัสตีน เดวิส

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สิบเอ็ดในชุดบริษัทเรดสโตน และเล่าเรื่องราวของตัวละครที่อาจจะลึกลับที่สุดในชุดอย่างดามารอน เซ็นต์จอห์น

ในวัยสามสิบห้าปี เซ็นต์จอห์นคือพลังขับเคลื่อนบริษัทเรดสโตนอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เขาคือมือขวาของจอช เรดสโตน และดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานบริษัทด้านการดำเนินงาน และที่มากไปกว่านั้น เขาคือคนที่กรุยทาง กำจัดอุปสรรคให้พ้น และเป็นคนที่มีเครือข่ายที่ช่วยการทำงานที่กว้างขวางที่สุด เขาเป็นคนเดียวที่มีความสามารถมากพอที่จะก้าวขึ้นมาดูแลเรดสโตนได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับจอช ประธานบริษัท

แต่ในขณะเดียวกันเซ็นต์จอห์นคือความลึกลับ เป็นปริศนาที่ใครไม่เข้าใจ  เขาเก็บตัวและยินดีที่จะใช้เวลาอยู่กับเครื่องจักรมากกว่ามนุษย์ แต่กลับเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดหากพนักงานคนใดในเรดสโตนเกิดปัญหา

สำหรับคนที่อ่านเล่มก่อนหน้า ก็คงจะเข้าใจสิ่งที่แม็กซ์พูดถึงเซ็นต์จอห์น ตลอดเวลาในเล่มก่อนหน้าเขาไม่เคยออกมามีบทบาท มีเพียงเสียงพูดทางโทรศัพท์เท่านั้นที่เขาติดต่อกับตัวเอกในเล่มก่อนหน้าเพื่อช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นบรรลุเป้าประสงค์ของตัวเอง แต่แค่นั้นมันก็มากพอที่จะทำให้เราพอมองเห็นชายที่อยู่ภายใต้เสียงพูดได้

และเมื่อเซ็นต์จอห์นกลายเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องเล่มนี้ เขาก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวัง ตัวตนที่เขาเป็นในเล่มก่อนหน้า ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น แต่ในเล่มนี้มันดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะเราได้เข้าใจความคิดของเขาด้วย

เซ็นต์จอห์นเป็นหนึ่งในตัวละครที่แม็กซ์ไม่อาจลบไปจากความทรงจำได้โดยง่าย เราอ่านหนังสือเรื่องนี้จบไปเมื่อคืน แต่ความคิดแรกเมื่อเราตื่นขึ้น ก็คือเขา เขาเป็นความขัดแย้ง และลงตัวอย่างที่เราไม่แน่ใจว่า จะสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้ครบถ้วนหรือไม่ 

แต่ก่อนอื่นแม็กซ์ขอพูดถึงพล็อตเรื่องก่อนแล้วกัน

เจสสา ฮิลล์ผู้ยอมทิ้งอนาคตในเมืองใหญ่กลับมาสู่เมื่อเล็ก ๆ อย่างซีดาร์ เพื่อดูแลบิดา และร้านค้าของตระกูลแทนท่านหลังจากบิดาเสียชีวิตไป เธอไม่ได้มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักการเมือง หรือนายกเทศมนตรีของเมืองแห่งนี้ แม้ว่าพ่อของเธอจะดำรงตำแหน่งนั้นก่อนเสียชีวิต แต่ท้ายที่สุดเจสสาก็ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อเธอพบว่า อัลเบิร์ต อัลเดนได้ลงสมัคร

นั่นเพราะเจสสาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับอดัม อัลเดน ลูกชายของอัลเบิร์ตรู้มาตลอดถึงปีศาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากอันงดงามของเขา เธออาจจะเป็นเพียงเด็กหญิงวัยเพียงสิบปี แต่เธอมองเห็นความจริงที่คนทั้งเมืองปฏิเสธที่จะรับรู้ เธอรู้ว่าอัลเบิร์ตทำอะไรบางอย่างกับอดัมเพื่อนสนิท และอัลเบิร์ตอาจจะเป็นเหตุผลเืบื้องหลังการตายของอดัมเมื่อยี่สิบปีก่อน ความตายของเพื่อนรักที่เธอไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ 

เธอเลือกที่จะนิ่งเงียบ เพิกเฉยความจริงเมื่อครั้งอดัมมาแล้ว และเธอต้องอยู่กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมนิ่งเฉยอีกต่อไป เธอไม่อาจให้ปีศาจขึ้นมามีอำนาจได้ 

ห่างไกลออกไปในคาลิฟอร์เนีย เซ็นต์จอห์นได้ทำสิ่งที่เจ้านายของเขาต้องช็อค ด้วยการขอลาพักร้อนครั้งแรกในรอบตลอดเวลาที่เขาและจอชรู้จักกัน เซ็นต์จอห์นผู้ไม่ยอมกระทั่งจะไปพบช่างตัดผมที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ถนน กำลังที่จะออกจากป้อมปราการแห่งเรดสโตนไปที่ไหนสักแห่ง สถานที่ที่เขาปฏิเสธไม่ยอมบอกให้จอชรู้ นอกจากพูดว่า เขาจะกลับบ้าน

ในเมืองซีดาร์ที่ซึ่งศึกการเลือกตั้งกำลังเริ่มต้นขึ้น ชายแปลกหน้าปรากฎตัวขึ้นในร้านค้าของเจสสา ชายผู้ซึ่งเสนอตัวช่วยเหลือเธอในการแข่งขัน ชายผู้ซึ่งดูคุ้นตาเหลือเกินสำหรับเจสสา คนที่เธอไม่รู้จัก แต่เลือกที่จะไว้ใจเขา ผู้ชายที่ไม่ยอมบอกว่าชื่ออะไร นอกจากเซ็นต์จอห์น

อย่างที่แม็กซ์พยายามบอกมาตั้งแต่ต้น คาแร็คเตอร์ของเซ็นต์จอห์นคือความแปลกใหม่ที่เราแทบจะไม่เคยเห็นให้นิยาย อย่างว่าแต่โรแมนซ์เลย 

มันเห็นได้ชัดว่าเขาคืออัจฉริยะ คือคนที่แสนปราญเปรื่องในเรื่องกลยุทธ์ ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้องตามลุ้นเลยสักนิดเดียวว่า ท้ายที่สุดเขาจะช่วยเจสสาในการเอาชนะอัลเบิร์ตได้หรือไม่ เพราะมันเห็นตั้งแต่หน้าแรกที่เซ็นต์จอห์นออกมามีบทบาทแล้วว่า เขาเก่งพอที่จะจัดการปัญหาได้ทุกเรื่อง และในเล่มนี้คนแต่งก็แสดงให้เห็นว่าจริง 

แม็กซ์คงต้องบอกว่า ขณะที่เราอ่านเรื่องนี้ แม็กซ์ร้องไห้อย่างกับคนบ้า ไม่ใช่ว่าเศร้านะคะ (แม็กซ์ไม่ค่อยเสียน้ำตาให้กับเรื่องเศร้า) แต่เป็นอารมณ์ของเรื่อง การได้เห็นตัวตนที่เซ็นต์จอห์นเป็นในปัจจุบัน แล้วได้เรียนรู้เรื่องราวในอดีตที่เขาเผชิญ แม็กซ์เสียน้ำตาให้กับความสำเร็จที่เขามาถึง การที่เขาหล่อหลอมตัวเองจนกลายเป็นคนอย่างที่เป็น แน่นอนว่าเซ็นต์จอห์นไม่ใช่ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ บาดแผลทางอารมณ์มันมากเกินไป แต่เขาเป็นชายคนที่แม็กซ์นับถือ (เชื่อไหมว่า ตอนที่กำลังเขียนรีวิวอยู่นี้ แม็กซ์ก็ยังร้องไห้) 

โปรดอย่างคิดว่าเรื่องนี้ออกโทนเศร้านะคะ มันไม่ใช่อย่างนั้น ในแง่นึงมันออกจะตลกด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงบุคลิคของเซ็นต์จอห์น ชายคนที่แสนจะประหยัดคำพูด จนแทบจะไม่เคยใช้คำพูดครบประโยค ในครั้งแรกที่เขาและเจสสาเจอกัน เธอตั้งคำถาม

"Who are you?" she asked...

"St. John" 

...

"Is there a first name that goes with that?" she asked

"No."

She lifted a brow and waited silently.

"Not on I use," he muttered, with more effort than he cared to admit.

"Okay, Mr. No-first-name-I-use St. John, I repeat, who are you? And whay do you care who's mayor of Cedar? We're only a blip on our own country's radar, and not even that beyond"

"Reasons," he said.

"I can't afford a ... consultant, or whatever it is you are"

"No charge." He saw suspicion flood her eyes. "Unit it's won," he added. He's have to figure that out later, he thought.

"And it I lose?"

"No charge."

"How do I know you're not just some plant working for Alden?" She asked, showing more patience with his clipped answers than most outside Redstone.

...

"Don't," he finally answered. "But listen. And win" (p. 35 - 36)

วิธีการพูดของเซ็นต์จอห์นเป็นสิ่งที่ทำให้เราคิดว่าเขาน่ารักมาก ๆ  อาจจะในแบบที่แปลกนะคะ แต่แม็กซ์รู้สึกว่า เรา "เก็ต" เซ็นต์จอห์น คือรู้ว่าเขาเป็นใคร และเข้าใจตัวตนในส่วนลึกที่สุดของเขา  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เจสสาเข้าใจเขา และ "เก็ต" เขาในแบบที่เขาเป็น

เธอเข้าใจวิธีการพูดแบบสั้น ๆ ห้วน ๆ ไม่จบประโยคของเขา ในขณะเดียวกันเธอก็เริ่มใช้ภาษาแบบเดียวกันในการสือสารกับเขา 

ยิ่งไปกว่านั้นเจสสาคือคนที่เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของเซ็นต์จอห์นมากที่สุด และนั่นทำให้เธอคือหนึ่งในนางเอกในดวงใจของเราไปเลย เธอรู้ว่า เซ็นต์จอห์นต้องเผชิญหน้ากับการหลอกหลอนจากอดีต ที่มีความเป็นไปได้ว่า จะไม่มีวันปล่อยให้เขาเป็นอิสระ เธอจึงเข้าใจความต้องการที่จะวิ่งหนีไปจากสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาที่เซ็นต์จอห์นทำ และเพราะเจสสาเข้าใจเซ็นต์จอห์นอย่างที่ไม่มีใครทำได้ เธอจึงเป็นคนคนเดียวที่เหมาะสมกับเขา

ในฉากตอนท้ายเรื่องจอชซึ่งเป็นเจ้่านาย และคนที่ยืนเคียงข้างเขามาตลอดเวลายี่สิบปี (ที่เขาไม่ได้มีเจสสาอยู่ในชีวิต) พูดคุยกับดราเว่น ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่รู้จักเซ็นต์จอห์นดีที่สุด ทั้งคู่พูดคุยกันถึงผู้หญิงที่พิชิตหัวใจของเซ็นต์จอห์นได้ และแม็กซ์คิดว่า มันคือการอธิบายตัวตนและความสำคัญที่เจสสามีในชีวิตของเซ็นต์จอห์นได้ดีที่สุด 

"She's probably the only woman in the world who could deal with him, with what he has to live with. And God knows he's earned what he's found. Paid for it in the hardest way."

เมื่อมีคำถามว่า เจสสาคือใคร

"From what he told me, she's the only reason he was still alive for us to meet, all those years ago." (p. 215)

นี่เป็นหนังสือแนวเล่มเล็ก (Category) ที่ดีที่สุดที่แม็กซ์ได้อ่านในรอบสิบปีก็ว่าได้ ปกติเราไม่ชอบหนังสือเล่มเล็กมากนักนะคะ เพราะเรื่องมักจะสั้นเกินกว่าที่เราจะเข้าถึง แต่สำหรับเล่มนี้ ความรู้สึกที่ว่า เรารู้จักเซ็นต์จอห์น (จากการอ่านเจอเขาในเล่มก่อนหน้า) และการเดินทางทางอารมณ์ของเขาในการเผชิญหน้ากับอดีต ทำให้เรื่องนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่แม็กซ์โชคดีพอที่มีโอกาสได้อ่าน

คะแนนที่ 93

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

พระเอกพูดน้อยมีเสน่ห์มากค่ะ big smile

#1 By dd (61.90.149.238) on 2010-03-03 13:59

เรื่องนี้ได้คะแนนเยอะมากเลยนะคะ :-)

#2 By beebee (124.120.132.154) on 2010-03-04 13:33

ทำเอาอยากอ่านมั่งจังเลย

#3 By น้ำ (124.122.178.206) on 2010-03-08 21:43

โอ้ เห็นคะแนนและคำบรรยาย แล้วพระเอกนางเอกแนวนี้ด้วย บอกได้เลยว่าแพ้ทาง 555

เราเป็นโรคชอบพระเอกที่แปลกๆ ประเภทที่มีนางเอกคนเดียวที่เข้าถึง (หรือในทางกลับกัน) ไม่รู้จิ มันซึ้งดีอะ คนเดียวที่เข้าใจคุณที่สุด คนที่เข้าใจโดยที่คุณแทบไม่ต้องพูดอะไร มันเป็นอะไรที่เราว่าใครๆก็ซึ้งกับมันได้ไม่ยากนะ

จะว่าไป มันอาการเดียวกับที่โร้คเป็นกับอีฟเลย 555 เข้าใจดีกว่าตัวเองจะเข้าใจได้อีก question

#4 By Whatever it is on 2010-03-17 17:38