ช่วงนี้แม็กซ์หยิบหนังสือสนุก ๆ ขึ้นมาอ่านหลายเล่มนะคะ แต่ก็มีเหมือนกันที่เจอกับเล่มที่อ่านแล้วผิดหวัง นั่นคือ ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร แต่ในความผิดหวังแม็กซ์ก็เอามาวิเคราะห์ได้เป็นเรื่องเป็นราวเลยนะคะ

นั่นก็คือ ความผิดหวังบางอย่างเป็นอะไรที่เราคาดการณ์เอาไว้แล้ว คือก่อนที่จะหยิบมาอ่าน หรือเปิดหน้าแรก แม็กซ์ก็คิเอาเองเรียบร้อยแล้วล่ะว่า เล่มนี้ต้องไม่สนุกแน่เลย ซึ่งเราก็เป็นคนแปลกตรงนี้แหละค่ะ เพราะเรารู้สึกว่า บางครั้งเราก็จำเป็นต้องอ่านอะไรที่ไม่สนุกเช่นกัน

และหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องนี้

 

 

Highlander Unchained ของโมนิกา แมคคาตี้

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สามในชุดพี่น้องตระกูลแมคคลาวด์ ซึ่งเป็นเรื่องราวของฟลอรา น้องสาวคนสุดท้องซึ่งเป็นน้องต่างแม่ของพระเอกในเล่มแรก และเล่มที่สอง

แม็กซ์ซึ่งผิดหวังกับการอ่านทั้งสองเล่มในชุดมาแล้ว จึงทำใจไว้ตั้งแต่ต้นว่า คงจะไม่ชอบเล่มนี้แน่ ๆ แต่ก็ยังหยิบขึ้นมาอ่าน เสมือนเป็นหน้าที่ อันที่จริงเราผิดหวังกับงานเขียนของโมนิกามาหลายเล่มแล้วล่ะค่ะ แต่เพราะความชอบที่เรามีให้กับเรื่อง Highland Warrior มาก ๆ ทำให้แม็กซ์ยังดื้อที่จะซื้อหนังสือของเธอ และอ่านต่อไป เพราะเราเชื่อว่า นักเขียนที่เขียนเรื่องอย่าง HW ได้ ก็น่าจะเขียนอะไรที่น่าสนใจออกมาได้แน่ ๆ  แต่เนื่องจากเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นมาก่อนเรื่อง HW แม็กซ์จึงไม่คาดหวังอะไรทั้งสิ้น

และเราก็ไม่ผิดหวัง นั่นคือ มันหวังอะไรไม่ได้จริง ๆ  หนังสือเรื่องนี้หนาเกินไป บรรยายมากเกินไป มีพระเอกนางเอกที่ดูเหมือนเด็กอนุบาลทะเลาะกัน โดยรวมเป็นหนังสือที่อ่านแล้วอยากจะลืม ๆ ซึ่งนั่นเป็นแรงผลักดันให้แม็กซ์ต้องเขียนรีวิวเล่มนี้เก็บไว้ค่ะ ก่อนที่เราจะลืมไปซะหมด

ฟลอรา แมคคลาวด์ไม่ได้เป็นแค่คนในตระกูลแมคคลาวด์ หากแต่เธอสืบเชื้อสายของคนสำคัญในสก๊อตแลนด์ไว้เกือบครบ มารดาของเธอเป็นคนในตระกูลแคมเบลล์ ซึ่งเคยแต่งงานมาหลายครั้ง ทำให้ฟลอรามีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญไปทั่ว นอกจากนี้แล้วยังมีสินเดิมของฟลอราที่ทำให้เธอกลายเป็นทายาทหญิงที่น่าปรารถนาที่สุดอีกด้วย

และฟลอราก็รู้ถึงคุณค่าของตัวเองเป็นอย่างดี เธอจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อควบคุมชะตากรรมของตัวเอง ก่อนที่จะถูกจับคลุมถุงแต่งงานเพื่ออำนาจทา่งการเมือง ฟลอราตัดสินใจหนีตามขุนนางอังกฤษคนนึงไป เพราะอย่างน้อยชายคนนั้นก็ยังเป็นคนที่เธอเลือกเอง ไม่ใช่ถูกจับยัดมาให้ แต่ก่อนที่ทั้งสองจะหนีไปแต่งงานกันอย่างลับ ๆ ได้สำเร็จ ฟลอราก็ถูกแลชแลน แมคคลีนลักพาตัวไปเสียก่อน 

วัตถุประสงค์ของแลชแลนซับซ้อน เขาเองมีปัญหาทะเลาะกับพี่ชายต่างบิดาของฟลอรา (ไม่ใช่พวกแมคคลาวด์นะคะ แต่เป็นอีกคนนึง) และต้องเจรจาต่อรองกับญาติทางฝั่งแคมเบลล์ของเธอจนได้ข้อสรุปว่า หากแลชแลนทำให้ฟลอรายินยอมแต่งงานด้วยโดยไม่ต้องบังคับ ญาติทางแคมเบลล์ของเธอก็จะช่วยน้องชายของแลชแลนที่ถูกษัตริย์จับไปเป็นตัวประกันออกมา (กษัตริย์จับไป เพราะต้องการให้แลชแลนยอมแพ้พี่ชายต่างพ่อของฟลอราง่าย ๆ) 

ดังนั้นแม้จะเป็นฝ่ายลักพาตัวฟลอรามา และโกหกกับเธอว่า จะกักขังเธอเอาไว้จนกว่าพี่ชายของเธอจะยอมจ่ายค่าไถ่ แลชแลนก็หวังจะเอาชนะใจของหญิงสาวผู้นี้

ปัญหาใหญ่ของหนังสือเล่มนี้สำหรับเราก็คือ ความไม่น่าสนใจของตัวละคร ทั้งพระเอกและนางเอกดูราบเรียบเหมือนกระดาษที่ไร้ความนูน มันแบนราบไม่น่าสนใจเอาเสียเลย นอกจากนี้แล้วพล้อตก็ดูเลื่อนลอยไม่น่าสนใจ อ่านไปเหมือนอ่านชีวิตประจำวันของฟลอราในปราสาทของพระเอก นี่เป็นปัญหาที่เราเจอกับการอ่านหนังสือแทบทุกเรื่องของโมนิกา แมคคาตี้ 

ที่ทำให้ยิ่งแย่ขึ้นไปอีกก็คือ คาแร็คเตอร์ของทั้งแลขแลน และฟลอราน่าเบื่อหน่ายมาก ๆ ทั้งคู่เป็นตัวละครที่อ่านแล้วทำให้อยากนอนหลับ จึงแนะนำให้คนที่มีปัญหานอนไม่ค่อยหลับ เพราะยังหวั่นเกรงสถานการณ์ทางการเมืองในเวลานี้นะคะ 

โดยรวมแล้วหนังสือชุดนี้ (พี่น้องตระกูลแมคคลาวด์) น่าเบื่อหน่ายพอ ๆ กันค่ะ จึงถือว่าเป็นการรักษามาตรฐานได้เป็นอย่างดี (แต่เรายังหวังไว้กับชุดพี่น้องตระกูลแคมเบลล์นะคะ เพราะว่าอ่านเล่มแรกแล้วค่อนข้างชอบ) 

เล่มนี้คะแนนที่ 40

 

เขียนรีวิวถึงเล่มที่คาดหวังว่าจะไม่สนุกจบไป ก็มาถึงเล่มนี้ค่ะ ซึ่งมันดีกว่าเล่มแรก ปัญหาก็คือ แม็กซ์ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะไม่สนุกน่ะสิ และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ เรารู้สึกว่า มีองค์ประกอบดี ๆ ในเล่มนี้เยอะมาก เพียงแต่คนแต่งทำไม่ได้ถึงระดับ และนั่นทำให้เราโมโหอย่างยิ่ง

 

 

Destined to Last  ของอลิสา จอห์นสัน

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สี่ในชุด Providence ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ได้อ่านเล่มก่อนหน้ามาเลย ก็บอกตามตรงว่าไม่เก็ตนะคะว่า ชื่อชุดหมายความว่าอะไร แต่ดูจากเนื้อเรื่องของสามเล่มก่อนหน้าแล้ว ก็เหมือนจะเป็นเรื่องราวของเพื่อนฝูงที่ทำงานให้กับกระทรวงสงครามของอังกฤษในยุคสงครามนโปเลียน

ก่อนจะรีวิวของพูดความรู้สึกที่เรามีต่ออลิสา จอห์นสันเล็กน้อย แม็กซ์บอกตามตรงว่าไม่ได้รู้สึกว่า งานเขียนของเธอน่าสนใจอะไรมากมายเลยนะคะ ส่วนหนึ่งเพราะเธอเป็นนักเขียนของสนพ.ดอร์เชสเตอร์ ซึ่งเราไม่ค่อยให้น้ำหนักกับการติดตามงานเขียนของนักเขียนหน้าใหม่เท่าไหร แต่หลังจากนั้นแม็กซ์ก็ได้ยินเพื่อนหลายคนเริ่มพูดถึงงานเขียนของนักเขียนคนนี้ 

ที่สำคัญเราได้อ่านพบว่า เธอได้ย้ายค่ายไปสู่สนพ.อื่น (ถ้าจำไม่ผิดคือ เบิร์คเลย์) และนั่นทำให้คุณค่าในตัวของนักเขียนคนนี้ดูเพิ่มขึ้นมากสำหรับเรา อีกอย่างเป็นโชคของเราด้วยว่า ไปงาน RT มาได้หนังสือเล่มนี้ซึ่งเป็นงานเขียนเรื่องล่าสุดของเธอกลับมาอีก  แถมท้ายสุด เธอเข้าชิงรางวัลริต้าในปีนี้อีกต่างหาก  นั่นเลยยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า น่าจะได้เวลาหยิบมาอ่านเสียที

ทั้งหมดนั่นคือความคาดหวังค่ะ และมันก็ทำให้เราผิดหวังจนได้ กระนั้นก็มีหลายส่วนในเรื่องที่เรารู้สึกว่า มันน่าจะดีได้กว่านี้ และมันยิ่งทำให้เราโมโหเข้าไปใหญ่

เลดี้เคท โคลเป็นหญิงสาววัยยี่สิบสามปีที่อาจเรียกได้ว่าเป็นเพชรน้ำหนึ่งในวงสังคม ถ้าเพียงแต่เธอไม่ซุ่มซ่าม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับมิสเตอร์ฮันเตอร์ สายลับของกระทรวงการสงคราม และเพื่อนสนิทของพี่ชายของเคท 

ฮันเตอร์หวังในตัวของเลดี้เคท เธอจะเป็นภรรยาที่เหมาะสมของเขา ฮันเตอร์ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงหกเดือนก็จะเป็นอิสระในการใช้ชีวิตที่เขาต้องการได้แล้ว เมื่อเจ็ดปีก่อนฮันเตอร์ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยพลาดพลั้งถูกกระทรวงการสงครามจับได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามขนของเถื่อน เพื่อให้หนีรอดจากโทษประหาร ฮันเตอร์ทำสัญญาและยอมเป็นสายลับ และเวลาก็กำลังจะสิ้นสุดลง ฮันเตอร์พบว่า ตัวเองต้องการภรรยา และใครจะเหมาะสมไปกว่าเลดี้เคท

และเมื่อฮันเตอร์ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าให้แทรกตัวเข้าไปในงานเลี้ยง ณ บ้านชนบทแห่งนึง ทั้งยังทำหน้าที่ในการดูแลสวัสดิภาพของเลดี้เคทอีก มันก็ยิ่งเข้าทางเขาที่จะพาตัวไปใกล้ชิดกับเธอ 

อย่างที่เขียนไปแล้วนะคะ หนังสือเล่มนี้มีองค์ประกอบที่จะเป็นหนังสือที่ดีได้ แม็กซ์ค่อนข้างชอบคาแร็คเตอร์ของทั้งพระเอกและนางเอก ชอบวิธีการเล่าเรื่อง แต่ปัญหาใหญ่มาก ๆ มากจนเรายอมรับไมไ่ด้เลยก็คือ พล็อต

เพราะหนังสือเล่มนี้ไม่มีพล็อต อย่างน้อยก็ไม่มีพล็อตที่เป็นเรื่องเป็นราว เราอ่านไปแบบไร้จุดหมาย และตัวละครแม้จะวางไว้ได้ค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ได้มีเสน่ห์พอที่จะดึงดูดเรื่องที่ไม่มีพล็อตเอาไว้ได้ และนั่นทำให้เราเสียใจ และโมโหเอามาก ๆ ถ้ามีพล็อตเรื่องที่มีน้ำหนักบ้าง หนังสือเล่มนี้คงจะสนุกกว่านี้

แต่นี่ทำให้เราอ่านไป ก็เซ็งไป เหมือนนั่งอ่านชีวิตประจำวันของนางเอก และบทสนทนาระหว่างพระเอกนางเอกที่โอเคนนะว่า เขียนได้ดี แต่มันไม่ได้ดีขนาดช่วยชีวิตหนังสือทั้งเล่มเอาไว้ได้ นักเขียนคนนี้ยังไม่ได้เก่งขนาดนั้น 

ข้อผิดพลาดอีกอย่างนึงที่เรารู้สึกก็คือ คนแต่งเก็บภูมิหลังของพระเอกเอาไว้นานเกินไป เรารู้สึกว่า คาแร็คเตอร์ของมิสเตอร์ฮันเตอร์น่าสนใจมาก ๆ และเขาก็น่าสนใจจริง ๆ แต่คนแต่งดันอมภูมิเอาไว้จนตอนท้ายเรื่อง ถึงเผยความจริงเกี่ยวกับชีวิตในอดีตของเขา ซึ่งเราคิดว่า ถ้าบอกตัึ้งแต่ต้น จะทำให้คาแร็คเตอร์ของพระเอกน่ากรี๊ดมากกว่านี้ 

สุดท้ายเป็นความคิดของเราเองนะคะ แม็กซ์มีความรู้สึกเหมือน มีความพยายามให้หนังสือเล่มนี้ออกสไตล์จูเลีย ควินน์มาก ๆ เพราะแม็กซ์รู้สึกเหมือนงานเขียนของจูเลีย ควินน์ในยุคแรก ๆ เลย (ก่อนชุดบริดจ์การ์ตัน) ซึ่งภาษาในการเขียนสอบผ่าน แต่พล็อตห่วยแตก เล่มนี้ก็เป็นเช่นนั้น 

โดยรวมแม็กซ์ผิดหวังกับคนเขียนเรื่องนี้มาก เพราะเราหวังไว้เยอะ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็พอมองจุดเด่นของเธอออกนะคะ แม็กซ์ยังมีหนังสือของเธออีกเล่มอยู่กะตัว และคิดว่า คงหยิบมาอ่าน ได้แต่หวังนะคะว่า เล่มนั้นจะดีกว่าเล่มนี้ และหวังยิ่งกว่านั้นก็คือ การย้ายไปเบิร์คเลย์ของเธอ จะทำให้บรรณาธิการที่เปลี่ยนไปมีมุมมองใหม่ ๆ ในการเขียนของอลิสา และเมื่อนั้น เธออาจะพัฒนาได้ยิ่งกว่านี้

คะแนนที่ 50

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

สองเรื่องเองนิ T___T แต่ก็นะ บางเล่มมันก็ดูจากปกน่าจะสนุกมาก ๆ

สังเกตดีๆ พวกภาคต่ออ่ะ มีปัญหาเยอะ

#1 By วิหคสีคราม on 2010-05-23 16:40