หลายคนที่เป็นแฟนหนังซีรีย์จากอเมริกาน่าจะรู้จักซีรีย์เรื่อง True Blood แต่แม็กซ์ไม่แน่ใจว่า มีกี่มากน้อยคนจะรู้ว่า ซีรีย์เรื่องนี้มีที่มาจากนิยายของนักเขียนที่มีชื่อว่าชาร์เลน แฮร์ริสที่เคยมีชื่อชุดว่า Southern Vampire ที่บัดนี้เปลี่ยนชื่อชุดไปแล้วเป็น The Sookie Stackhouse Series ตามชื่อของนางเอกที่เป็นคนเล่าเรื่อง

แม็กซ์ติดตามอ่านหนังสือชุดนี้มาตั้งแต่ก่อนจะมีการสร้างเป็นซีรีย์ (ต้องบอกเพราะจะได้รู้ว่า เราไม่ใช่คนที่ทำอะไรตามแฟชั่นนะคะ) แล้วก็ชอบหนังสือชุดนี้มากพอที่จะติดตามอ่านต่อมา แต่ด้วยสาเหตุบางอย่าง แม็กซ์ก็หยุดอ่านเรื่องชุดนี้ไปตั้งแต่เล่มสี่ค่ะ เลยกลายเป็นซื้อมาเก็บเอาไว้ สะสมไปสะสมมาก็ได้ถึงเล่มเก้าพอดี 

และคงเป็นเพราะเราได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนที่อาจเรียกได้ว่า คลั่งหนังสือชุดนี้มาก ๆ ก็ได้ ที่ทำให้แม็กซ์เกิดแรงบันดาลใจหยิบเอาหนังสือชุดนี้มาอ่านต่อ และอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ แม็กซ์นั่งอ่านตั้งแต่เล่มห้า ไปจนถึงเล่มเก้าจนจบภายในเวลาสามวัน และตอนนี้ก็ยังอยู่ภาวะที่คิดอยู่ว่า จะซื้อปกแข็งเล่มสิบมาอ่านดีไหม

ก่อนจะเขียนรีวิว แม็กซ์ขอเล่าแบคกราวด์ของชุดนี้คร่าว ๆ ก่อนนะคะ เนื่องจากหนังสือชุดนี้มีความเป็นชุดต่อเนื่องกันสูงมาก ดังนั้นคงไม่ต้องบอกนะคะว่า มันอาจจะมีส่วนที่เป็นสปอยล์ไปบ้างหลุดออกมา

 


 

แบคกราวด์ของชุด

เป็นเวลาห้าปีแล้วที่เหล่าแวมไพร์ออกมาประกาศถึงการมีอยู่จริงของพวกเขา ทั้งนี้เพราะนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นได้ทำการผลิตเลือดสังเคราะห์ได้สำเร็จ วิวัฒนาการนี้ทำให้แวมไพร์กล้าที่จะเปิดเผยความจริงของตัวเอง นั่นเพราะพวกเขาสามารถแสดงถึงความ "ไม่มีอันตราย" ของแวมไพร์ได้ 

แต่แม้แวมไพร์จะมีอยู่จริง นั่นก็แทบจะไม่ได้ส่งผลอะไรเลยต่อชีวิตของสาวเสิร์ฟในเมืองเล็ก ๆ ในรัฐหลุยเซียนา อย่างซูกี สแตกเฮาท์ เธออาจจะเป็นคนที่ถูกคนทั่วไปมองว่า สวยแต่ไร้สมอง นั่นเพราะสูกีไม่ได้ประสบความสำเร็จในด้านการเรียน แถมยังถูกมองว่า เป็นคนประหลาดในเมือง แต่เมื่อสูกีได้พบกับแวมไพร์คนแรก ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป

นั่นเพราะสูกีไม่ใช่คนธรรมดาเสียทีเดียว ท่ามกลางหมู่มวลมนุษย์ สูกีประสบปัญหาในการใช้ชีวิต นั่นเพราะเธอมีความสามารถในการได้ยินความคิดของผู้อื่น และนั่นไม่ได้ทำให้ชีวิตของเธอง่ายเลย สูกีไม่อาจตั้งสมาธิให้สนใจอะไรได้ เธอได้รู้เรื่องราวชาวบ้านที่ไม่อยากรู้ รู้ว่าใครกำลังเป็นชู้กับใคร สิ่งเหล่านั้นทำให้สูกีกลายเป็นคนประหลาด แต่เมื่อเธอได้อยู่กับแวมไพร์นามว่า บิลล์ คอมฟ์ตัน  เสียงที่ทะลักในมาในสมองของเธอเงียบลง นั่นเพราะแวมไพร์ตายไปแล้ว เธอไม่อาจอ่านความคิดของแวมไพร์ได้

แต่การได้พบกับ "ความเงียบ" และเข้าไปพัวพันกับแวมไพร์ ก็นำสูกีเข้าไปสู่โลกอีกด้านนึง ด้านที่มนุษย์ทั่วไปอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็น  ด้านที่อันตรายต่อชีวิต และเปลี่ยนแปลงเธอไปตลอดกาล

ความเดิมในเล่มหนึ่งถึงสี่

หนังสือชุดนี้คล้ายคลึงกับซีรีย์ในระดับนึงนะคะ ดังนั้นคนที่ดูซีรีย์ก็น่าจะพอเก็ตเรื่องราวที่เกิดขึ้น 

ซูกีอาจจะได้พบกับชายในฝันของเธอ ชายคนที่มาในรูปของแวมไพร์อายุร้อยกว่าปีอย่างบิลล์ แต่การเข้าไปพัวพันกับบิลล์ก็นำสูกีเข้าไปพัวพันกับแวมไพร์ที่ใหญ่ยิ่งกว่า นั่นเพราะบิลล์เป็นเพียงปลาตัวเล็กในบ่ออันกว้างขวาง และความสามารถในการอ่านใจมนุษย์ด้วยกันออกของสูกี ทำให้เธอกลายเป็นสมบัติที่มีค่า และน่านำไปใช้มากที่สุด และก็เป็นบิลล์นั่นเองที่กลายเป็นเครื่องมือในการบีบบังคับสูกี เมื่อเอริค ผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอแห่งเขตแดนที่ห้า (การแบ่งการปกครองของแวมไพร์ในรัฐหลุยเซียนาถูกแบ่งออกเป็นห้าเขต ดูแลโดยนายอำเภอ จากนั้นก็จะมีราชินีแห่งหลุยเซียนา เป็นผู้ปกครองรัฐอีกทีนึง) เอาชีวิตของบิลล์มาบังคับให้สูกีปฏิบัติตาม และนั่นหมายถึงการแลกเลือดกับเขา ซึ่งทำให้สูกีและเอริคมีความต่อเชื่อมกันอีกด้วย

ในแต่ละเล่ม สูกีถลำลึกเข้าไปในโลกของแวมไพร์มากขึ้น และเธอยังได้เรียนรู้อีกว่า นอกจากแวมไพร์แล้ว สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติชนิดอื่นก็ยังมีจริง เพียงแต่พวกเขายังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยความจริง แซม เจ้านายของเธอ และเจ้าของบาร์ที่เธอทำงานอยู่ ก็คือมนุษย์ที่สามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ชนิดใดก็ได้ เจสัน พี่ชายของเธอเองกลายเป็นเหยือของมนุษย์เสือดำขี้หึงที่เขาดันมาจีบสาวคนเดียวกัน ทำให้เจสันโดนกัด แล้วกลายเป็นหนึ่งในมนุษย์เสือ

ในเล่มสี่ ซึ่งแม็กซ์ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชุด ในยามที่สูกีกำลังเจ็บช้ำเพราะความรักที่ถูกทรยศ บิลล์ชายคนแรกในชีวิตที่เธอหลงรัก และมอบกายให้ ทรยศเธอไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น และในขณะที่เธอกำลังสับสน เรื่องประหลาดที่สุดก็เกิดขึ้น เมื่อเธอได้รับการขอร้องให้รับเอาเอริคซึ่งบัดนี้สูญเสียความทรงจำเข้าไปในบ้านของเธอ เอริคซึ่งตกเป็นเหยือคำสาปของแม่มด ในสงครามที่เหล่าแม่มดประกาศกับเขา เพื่อยึดครองผลประโยชน์ที่เขาเป็นผู้ดูแลอยู่ การได้ใช้เวลากับเอริคในช่วงเวลาที่เขาอ่อนไหวที่สุด และไม่อาจจำตัวเองในฐานะของนายอำเภอแห่งเขตแดนที่ห้า เขาได้กลายเป็นชายในฝันของสูกีในที่สุด 

แต่เมื่อแม่มดคนที่สาปเขาตาย คำสาปถูกถอน เอริคจดจำตัวเองได้  แต่ความทรงจำในช่วงเวลาที่เขาใช้กับสูกีกลับลบเลือนไปหมดสิ้น

สำหรับแม็กซ์ หลังจากอ่านเล่มนี้จบลง เรารู้สึกเหมือนนี่คือจุดสิ้นสุดในความสัมพันธ์ที่อาจก่อตัวขึ้นได้ระหว่างสูกีและเอริค แม็กซ์อาจจะเป็นนักอ่านหนังสือแนวโรแมนซ์เป็นหลัก แต่มันไม่ใช่เหตุผลที่เราหยุดอ่านหนังสือชุดนี้ไปหรอกนะคะ (ที่หยุดเพราะตอนนั้นหนังสือออกมาแค่เล่มนี้) เพราะเราเชื่อในเหตุผลที่คนแต่งให้ ในเวลานั้นเอริคและสูกีไม่มีวันลงเอยกันได้ ไม่ในเมื่อเอริคยังมีความทะเยอทะยานอยู่เต็มหัวใจ

 

Dead as a Doornail

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่ห้าในชุด เหตุการณ์เกิดขึ้นแทบจะต่อเนื่องกับตอนจบของเล่มก่อนหน้า (Dead to the world) 

ในที่สุดหลังจากโดนกัด เจสันพี่ชายของสูกีก็ถึงเวลาต้องกลายร่างกลายเป็นมุษนย์เสือดำ แต่เนื่องจากเขาถูกกัด ไม่ใช่เป็นมาแต่กำเนิด ร่างเสือของเขาจึงไม่ใช่เสือเต็มรูปแบบ แต่กลับเป็นเหมือนกึ่งมนุษย์ กึ่งเสือ โชคดีของเจสันที่เขายอมรับด้านนี้ของตัวเองได้อย่างไม่มีปัญหานัก

แต่เมื่อกลุ่มมนุษย์แปลงร่างตกเป็นเหยือกระสุนโดยมือปืนลึกลับ เจสันก็ตกอยู่ในฐานะของผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ เพราะทุกคนมองว่า คนที่ก่อเหตุน่าจะเป็นหนึ่งในมนุษย์แปลงร่าง ที่ไม่พอใจตัวตนของตัวเอง และเจสันซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้เพราะการถูกกัด จึงเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง

นั่นทำให้สูกีต้องเข้าไปพัวพันด้วย และถ้านั่นยังยุ่งไม่พอ กิ๊กเก่าของสูกี ซึ่งเป็นมนุษย์หมาป่าก็เดินกลับเข้ามาในชีวิตของเธอ อัลไซด์ต้องการความช่วยเหลือของเธอในการดันบิดาของเขาขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของมนุษย์หมาป่าที่ว่างลง  ความช่วยเหลือที่อัลไซด์ไม่ได้ร้องขอให้เธอช่วย แต่หลอกให้เธอช่วยมากกว่า

แล้วยังมีเอริคที่บัดนี้ความทรงจำกลับคืนมาแล้ว แต่เขายังต้องการรู้ถึงช่วงเวลาที่หายไป ช่วงเวลาที่เขารู้ว่า ตัวเองใช้อยู่กับสูกี แต่สำหรับเธอแล้ว การบอกให้เขารู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จะเป็นการยื่นดาบให้ เพราะในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน นอกจากการบอกรัก และเซ็กส์ เอริคยังเห็นสูกีฆ่าคน และเขาเป็นคนที่ช่วยเธอในการกำจัดศพ ซึ่งถ้าเอริครู้เรื่องนี้ เขาซึ่งได้กลับเป็นคนเดิมแล้ว ก็คงจะใช้มันเป็นอาวุธในการต่อรองกับเธอ 

 

 

Definitely Dead 

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่หกในชุดค่ะ เล่มนี้ซูกีได้ก้าวเท้าถลำลึกลงไปในโลกแห่งการแก่งแย่งอำนาจของแวมไพร์มากขึ้น  เมื่อเธอต้องเดินทางไปนิวออร์ลีน เพื่อจัดการเรื่องมรดกของญาติผู้เสียชีวิตไป

ปัญหาก็คือ เฮดลีย์ ญาติของสูกีไม่ใช่มนุษย์ธรรมขณะที่ตาย หากแต่เป็นแวมไพร์ แถมไม่ใช่แวมไพร์ธรรมดาเสียอีก เฮดลีย์คือคู่รักของราชินีแห่งรัฐหลุยเซียนา และตอนนี้ราชินีต้องการพบกับซูกี สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นเกีรยติ แต่สูกีรู้ดีว่า มันจะทำให้ชีวิตของเธอยุ่งยากมากขึ้น เพราะตอนนี้หลุยเซียนากำลังมีปัญหากับราชาแห่งรัฐอาคันซอ การแย่งชิงอำนาจได้เกิดขึ้น ในเวลาที่สูกีอยู่ตรงนั้นพอดี

แต่อย่างน้อยชีวิตส่วนตัวของเธอก็ค่อยชุ่มชื้นขึ้นมาหน่อย เพราะตอนนี้เธอได้ควินน์ มนุษย์เสือเข้ามาในชีวิต ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เพิ่งเริ่มต้น หลังจากได้พบกันในช่วงตอนท้ายของเล่มก่อนหน้า ความสัมพันธ์ที่จะไม่ยืนนาน

 

 

All Together Dead

เล่มนี้เป็นเล่มที่เจ็ดของชุด สูกีถูกลากเข้าไปพัวพันกับศึกครั้งใหญ่ของแวมไพร์ เมื่อเธอก็ต้องเดินทางไปประชุมแวมไพร์ระดับชาติ หลังจากได้รับว่าจ้างโดยราชินีแห่งหลุยเซียนา เพื่อให้เธออ่านใจมนุษย์ที่เข้ามาร่วมงานครั้งนี้ด้วย

พายุคาทรินาได้ทำลายเศรษฐกิจของหลุยเซียนาอย่างหมดสิ้น และนั่นทำให้ฐานะของราชินีแห่งรัฐนี้ไม่มั่นคงเหมือนในอดีต ซึ่งทำให้การเจรจาระหว่างการประชุมเป็นเรื่องยากลำบาก ซ้ำเธอยังต้องข้อหาฆาตกรรมสามีของตัวเองซึ่งดำรงตำแหน่งราชาแห่งรัฐอาคันซออีกต่างหาก (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนท้ายเรื่อง Definitely Dead)

 

 

From Dead to Worse

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่แปดในชุด และเป็นเล่มที่สูกี้ได้เรียนรู้ถึงอดีตของตัวเอง สิ่งที่อาจจะช่วยอธิบายได้ถึง ความสามารถในการอ่านใจมนุษย์ของเธอเอง แต่บางครั้งการได้รู้เรื่องราวในอดีต ก็อาจนำอันตรายมาสู่เธอได้เช่นกัน

นอกจากนี้แล้ว เธอยังถูกดึงเข้าไปในสงครามการแย่งอำนาจของเผ่าหมาป่าในละแวกบ้าน ซึ่งสูกีให้ฐานะแฟนเก่าของผู้นำฝ่ายนึง เธอจึงตกเป็นเป้าสังหารจนได้ และเมื่อจบศึกนั้นลง เธอก็เจอกับการชิงอำนาจของแวมไพร์อีกรอบ เมื่อราชินีแห่งหลุยเซียนาที่ได้รับบาดเจ็บในตอนท้ายของเหตุการณ์ในเรื่อง All Together Dead ทำให้ดินแดนของเธอตกเป็นหมายของแวมไพร์คนอื่น 

 

 

Dead and Gone

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่เก้าในชุด และเป็นเล่มที่แม็กซ์คิดว่าเป็นจุดเปลี่ยน (อีกครั้ง) นึงในเล่ม เมื่อสูกีตกเป็นเป้าหมายลอบสังหารในสงครามระหว่างแฟรี ที่ฝ่ายหนึ่งคือทวดของเธอ และการที่เธอมีความสัมพันธ์กับเขา ก็มากพอจะทำให้มือสังหารหลายคนถูกส่งมาหา และมันก็ถืงเวลาที่ซูกีจะเรียกให้ผู้ที่ติดหนี้ความช่วยเหลือออกมาปกป้องเธอเสียที ไม่ว่าจะเป็นเผ่าหมาป่า หรือแวมไพร์

ปัญหาก็คือ มันไม่มากพอที่จะปกป้องเธอได้

 

การเล่าเรื่องที่เกิดในหนังสือชุดนี้เล่ายากมาก ๆ เพราะบอกตามตรงว่า ในบางเล่มแทบจะไม่มีพล็อตหลักแน่นอน เรื่องราวโฟกัสที่ตัวนางเอกซึ่งเป็นคนเล่าเรื่อง ดังนั้นทุกอย่างจึงถูกมองผ่านสายตาของเธอ ซึ่งอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็ได้ หนังสือเก้าเล่มในชุดใช้เวลาเขียนเก้าปี (คือปีละเล่ม) แต่เวลาในเรื่องเพิ่งจะผ่านไปแค่ปีเดียว ดังนั้นในแต่ละเล่มจึงค่อนข้างมีรายละเอียดในชีวิตของสูกีค่อนข้างมาก มันไม่ถึงกับเป็นการเล่าชีวิตประจำวันของเธอนะคะ เพราะมันไม่ได้รู้สึกน่าเบื่อเลย แต่ก็เป็นการเล่าชีวิตของเธอที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งหลายครั้งอาจจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพล็อตหลักของเรื่อง

จุดเด่นมาก ๆ ของชุดนี้ที่ทำให้เราชอบก็คือ ตัวสูกีไม่ใช่หญิงแกร่ง หรือเก่งที่จัดการผู้ร้ายตามลำพัง ในฐานะของเรื่องที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแนว Urban Fantasy ซูกีเทียบกับนางเอกคนอื่น ๆ ในแนวนี้ไม่ได้เลย แต่นั่นก็คือเสน่ห์ของเธอ เพราะซูกีรู้ข้อจำกัดของตัวเอง และรู้ว่า ในฐานะมนุษย์เธออ่อนแอกว่าเกือบทุกคนในเรื่อง เธอจึงทำทุกอย่างอย่างมีสติ นอกจากนี้แล้ว ความ "ธรรมดา" ของเธอ ก็คือสิ่งที่เราชอบในตัวเธอ

และเราจะพูดถึงสูกีโดยไม่พูดถึงเอริคได้อย่างไร แม็กซ์เป็นหนึ่งในนักอ่านที่เข้าแคมป์เอริคมาตั้งแต่ต้นค่ะ ตั้งแต่เขาเป็นเหมือนตัวร้ายที่ข่มขู่สูกีให้ทำตาม ไม่อย่างนั้นเขาจะจัดการกับบิลล์ซะ เรารู้สึกว่า มันมีอะไรบางอย่างในตัวของเขา ซึ่งตลอดเก้าเล่มเราก็ได้เห็นหลักฐานยืนยันในสิ่งที่คิดมากขึ้น

อย่างที่บอกหนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องผ่านมุมมองของสูกี ชีวิตของเธอ ซึ่งไม่ถึงกับจะมาบรรจบแล้วลงเอยอย่างสวยหรูกับเอริค ทั้งสองยังมีความแตกต่างกันอย่างสำคัญ ความแตกต่างที่แม็กซ์ไม่รู้หรอกนะคะว่า มันจะลงเอยกันได้ไหม (ในตอนท้ายของเรื่อง) แต่ในระหว่างที่อ่าน เราได้เห็นอะไรเล็ก ๆ น้อยในความสัมพันธ์ของทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง All Together Dead ที่สูกีรู้ว่า มีระเบิดวางอยู่ในโรงแรมที่พวกเธอเข้าพัก สูกีเลือกที่จะวิ่งไปที่ห้องของเอริคเพื่อช่วยชีวิตของเขา (ก่อนที่จะช่วยบิลล์ด้วยซ้ำ) มันยังไม่ใช่ความรัก แต่มันก็บอกอะไรได้เยอะนะคะ

แต่เพราะหนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องผ่านมุมมองของนางเอกคนเดียว คนอ่านไม่ได้เข้าไปเห็นความคิดของตัวละครคนอื่น แม็กซ์จึงไม่รู้หรอกนะคะว่า เอริคคิดยังไงกับสูกี แต่สิ่งที่เราอ่านจากพฤติกรรมของเขา เราคิดว่า เขาเองก็ยังไม่อาจเข้าใจตัวเองเช่นกัน เพราะสำหรับเอริค ทุกคนมีไว้สำหรับใช้เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง และสูกีก็มีประโยชน์ในตัวของเธอเอง เพียงแต่การ "ใช้" ของเขาที่ปฏิบัติต่อเธอ กลับลึกซึ้งมากกว่านั้น และนั่นทำให้เขาหงุดหงิด เพราะไม่อาจจัดสูกีเข้าไปในกลุ่มที่เขาจัดเอาไว้ได้เลย

ท่าทางหนังสือชุดนี้คงจะอีกยาวค่ะ  และแม็กซ์ไม่รู้ด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างซูกีและเอริค (ซึ่งตอนน้ได้เปิดตัวเป็นแฟนกันไปแล้ว) จะดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่งไหม แต่ความน่าสนใจในตัวเองของชุดนี้ก็มากพอที่จะทำให้เราอ่านต่อ แม้จะรู้ว่า เอริคอาจจะไม่ใช่คนที่ "ใช่" ของซูกี แต่เราเชื่อมือการเล่าเรื่องของคนแต่งค่ะว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นชาร์เลนก็จะทำให้คนอ่านเชื่อได้

คะแนน (ทั้งชุด) 75

Comment

Comment:

Tweet

ดีใจจังที่ซูกี้ได้เป็นแฟนกับเอริค

แต่ก็ตกใจเหมือนกันที่ซูกี้เลิกกับบิล

TT^TT

#7 By ชอบบิล แต่ รักเอริคอ่า ทำไงดี ? (58.8.91.181) on 2011-01-10 14:45

ซูกีกะบิลล์นี่ก็ยังบอกไม่ได้นะคะ โดยเฉพาะถ้าใครอ่านเล่มเก้าของชุด จะว่าพอมีสิทธิ (เล็ก ๆ) ให้ลุ้นก็อาจจะได้

#6 By max on 2010-06-03 08:36

เห็นแบบบ็อกซ์เซ็ตที่คิโนะพารากอนเหมือนกันค่ะ คุณLavinia เรายังแอบไปลูบๆคลำๆมาเลย(เป็นอาการโรคจิตส่วนตัวน่ะค่ะ ขอให้ได้ลูบก็ยังดี surprised smile) ชอบตรงมีกล่องเหมือนกันค่ะ

พูดถึงปกใหม่ที่เป็นโปสเตอร์หนังมันก็ดูโดดๆไม่ค่อยเข้าชุดเหมือนกันนะคะ

#5 By กิ๊ก (116.58.235.130) on 2010-06-03 02:36

โบว์มีหนังสือชุดนี้ 4 เล่ม ปกคนละชุุดกันเล้ยยย เศร้า

อยากได้ชุดที่เป็น Box set มีกล่องน่้ะค่ะ สวย~

เห็นที่ Asiabook มีแต่ปกใหม่ ที่เป็นรูปโปสเตอร์หนังอ่ะค่ะ T^T

โบว์เพิ่งอ่านถึงเล่ม 4 นี่แหละค่ะ
ตกลงซุกไม่มีรีเทิร์นกะบิลจริง ๆ หรอคะ ??

เอาเถอะค่ะ ยังไงโบว์ก็ทีมเอริค ฮ่า ๆ
question

#4 By Lavinia (124.120.42.35) on 2010-06-02 23:03

ชุดนี้เพิ่งจะสั่งซื้อไป เราชอบหน้าปกชุดนี้มาก ๆ น่ะค่ะ เห็นแล้วคิดถึงงานของทิม เบอร์ตันมาก ๆ เลยน่ะ ดูหน้าปกแล้วคิดถึงวรรณกรรมเยาวชนเลยน่ะ เสียดายเล่มแปลออกมาแค่สามเล่มและคงจะไม่ออกอีก สงสัยต้องไปรอลุ้นว่าจะพิมพ์ต่อใหม่ เพราะซีรีส์ก้อออกมาแล้ว เชื่อได้ว่าน่าจะทำให้เป็นหนังสือที่ขายดีได้น่ะเนี่ย รอลุ้นสุดตัว เพิ่งสั่งมาเองค่ะbig smile

#3 By ducky (202.57.179.254) on 2010-05-31 10:48

พี่แม๊กซ์ค่ะ วันนี้บุ้งเห็น Dead in Family ที่คิโนะแล้วนะคะ
ไปลูบๆคลำมาแล้ว 555 แต่ยังตัดสินใจไม่ได้เลยค่ะ

#2 By harukie on 2010-05-31 01:04

ขอบคุณค่ะพี่แม็กซ์สำหรับรีวิวค่าาาา
เก็บเอาไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจdouble wink

#1 By harukie on 2010-05-31 00:57