Ducky Delivery #12

posted on 23 Jun 2011 19:28 by maxtreme  in DuckyDelivery

ตอนเราเริ่มเขียนบลอกใหม่ ๆ มีคนสอนว่า เวลาหายหน้าไปนาน ๆ ไม่ได้อัพเดทบลอก ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายที่หายหน้าไป เพราะคนที่ตามอ่านบลอกก็รู้อยู่แล้วล่ะว่า เราหายไป (ก็มันไม่ได้อัพบลอก ก็รู้กันอยู่แล้ว) แต่เราก็รู้สึกผิดเล็ก ๆ นะคะที่เงียบไปเลย เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่าว่า ช่วงนี้ยุ่งเพราะต้องเคลียร์งานค่ะ เนื่องจากจะลายาวเพื่อไปเที่ยว

กลับมาคราวนี้ไม่มีอะไรแก้ตัวด้วยค่ะ ไม่ได้เขียนบลอกเอง แต่เป็นการนำเอารีวิวของคุณดักกี้กลับมาให้เพื่อน ๆ อ่านกัน

 

  เจ้าชายในฝันกันนางโชว์ ของนีนา บรุนท์

 "ซินเดอเรลล่าที่ไม่ต้องพึ่งฟักทองให้กลายเป็นรถม้า"

งานของ Nina Brunhs เล่มนี้อาจไมเข้มข้นและน่าสนใจมากเท่าเรื่อง "ฮีโร่จอมผยอง" (Shoot to Thrill) ที่เราเคยรีวิวไว้ในครั้งที่ 10 แต่อาจถูกใจคนที่ชอบอ่านงานเล่มเล็กแนวกุ๊กกิ๊กชวนฝันแบบเทพนิยายน่ะค่ะ เพราะเล่มนี้สามารถตอบสนองอารมณ์นั้นได้อย่างเต็มที่เลยค่ะกับเรื่อง "เจ้าชายในฝันกับนางโชว์" (Prince Charming for One Night)
 
วีร่า แมนคูโซ่ สาวนักเต้นระบำเปลื้องผ้า ที่อาชีพของเธอนั้นล่อแหลมกับการถูกมองด้วยสายตาดูถูกแต่เธอก็ภาคภูมิใจกับ การทำมาหากินอย่างสุจริตที่ไม่ต้องพึ่งพาใครและเธอตั้งขอบเขตการทำงานไว้ไม่ ให้เกินเลยแม้จะต้องสูญเงินที่จะได้มากขึ้นก็ตาม ชีวิตของวีร่าโดนพ่อบังเกิดเกล้าปฏิเสธและทอดทิ้งเธอกับแม่ไปอย่างไม่ใยดี แต่เธอก็ยังมีพี่สาวต่างแม่ที่ยังรักเธอแต่โดยส่วนลึกแล้ววีร่าปรารถนาให้ เกิดปฏิหารย์ได้เจอกับเจ้าชายที่รักและปรารถนาเธออย่างสุดหัวใจมากพอที่จะ มองผ่านเปลือกอันเร่าร้อนเข้าไปในตัวตนที่แท้จริงของเธอและพาเธอออกจากวิถี ชีวิตแบบนี้เพื่อครองรักกันชั่วนิรันนิรันด ร์ และเทพนิยายก็เกิดขึ้นจริงเมื่อเหตุฆาตกรรมได้ชักนำคอนเนอร์ รอทไชลด์ ทนายความหนุ่มรูปหล่อแสนเท่ที่รวยระดับมหาเศรษฐีแถมยังมีชาติตระกูลเลิศอีก ต่างหากเข้ามาช่วยเหลือเธอจากสถานการณ์ที่กำลังต้องติดคุกติดตารางด้วยการ รับประกันความบริสุทธิ์ของเธอแต่เจตนาของเขาชัดแจ้งว่าไม่บริสุทธ์กับเธอแน่ นอน และวีร่าต้องเสี่ยงว่ามนต์ขลังที่เกิดขึ้นระหว่างกันนั้นจะมีเพียงคืนเดียว หรือยืนยาวถึงปลายทางที่เธอฝันเอาไว้ เพราะอุปสรรคที่ขวางกั้นระหว่างกันนั้นยากที่จะมองข้ามแถมพ่วงด้วยเหตุการณ์ ร้ายแรงที่มีชีวิตของเธอเป็นเดิมพัน
 
งานของ Nina มีเสน่ห์ที่ไม่อาจมองข้ามได้คือเดินเรื่องได้กระชับฉับไว และสร้างสถานการณ์เร้าใจอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนอ่านไม่รู้สึกเบื่อหน่ายแต่อย่างใด ถึงแม้เรื่องนี้อาจจะมีข้อบกพร่องที่เป็นจุดบอดอันปฏิเสธมิได้ แต่ขอให้เพื่อน ๆ มองไปที่ความเป็นเทพนิยายของเรื่องแล้วคุณจะได้รับความพึงพอใจที่เต็มเปี่ยม กลับคืนมาเต็ม ๆ เลยค่ะ

 

  มนตราโจรสลัด ของนีนา บรุนส์

"แรงแค้นนำเรามาพบกัน แรงรักนำเราให้สมรัก"
 
เราสงสัยว่าตัวเองคงติดใจงานของ Nina Brunhs เสียแล้วค่ะเพื่อน ๆ หลังจากได้อ่านผ่านมาสามเล่ม สามอารมณ์และได้รีวิวมาแล้วสองเรื่อง และเล่มที่สามนี้ก็ไม่ยกเว้นค่ะ "มนตราโจรสลัด" (The Forbidden Enchantment) เล่มที่สองของชุด Frenchman's Island เป็นงานเล่มบางออกแฟนตาซีเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งมนต์ขลังของความรักความแค้นการทรยศหักหลัง เนื้อหาอาจดูไม่หนักแน่นจริงจังนักแต่ผู้แต่งบรรยายถึงความรักและการให้อภัย ได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ
 
กัปตันซัลลิแวน ฟูเกต์ ได้ฟื้นตัวจากการบาดเจ็บสาหัสรุนแรงที่เกิดจากการช่วยเหลือเพื่อนและหญิงสาว อันเป็นที่รักของเพื่อนให้พ้นจากกองเพลิงพร้อมกับการได้รับรู้ว่าตนเองต้อง มาอยู่ในร่างของอังเดร ซัลลิแวน หัวหน้านักผจญเพลิงจอมเจ้าชู้ ในปีที่ห่างจากยุคของเขาถึง 200 ปี ท่ามกลางความสับสนของชีวิตใหม่ที่ซัลลิแวนหรือซัลลี่ ต้องปรับตัวใหม่นั้นเขาก็ยังได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์เพิ่มขึ้นคือ อลิซาเบธ แฮมิลตัน หญิงสาวที่มีกลิ่นอายเหมือนคนรักเก่าในอดีตของเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยนและมนต์ ขลังที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองนั้นช่างรุนแรงเสียจนซัลลี่ไม่อาจห้ามใจที่จะ ยึดครองเธอให้ตกเป็นเชลยของเขาในฐานะอดีตกัปตันโจรสลัด แต่ความรู้สึกของการทรยศในอดีตนั้นมันช่างสดใหม่เกินกว่าที่จะไว้วางใจเธอ ได้ว่าเธอไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝงในการกระทำใด ๆ ที่มีต่อเขา และสำหรับตัวอลิซาเบธนั้นสิ่งที่ทำให้เธอดั้นด้นมาหาเขาก็เพื่อขอความช่วย เหลืออันเป็นความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ของน้องชายเธอ และเธอพร้อมจะทำทุกอย่างถึงแม้เธอจะรู้อยู่เต็มหัวใจว่าเธอได้ตกลงสู่หลุม พรางแห่งความรักที่ยากจะถอนใจคืนแม้สุดท้ายเรื่องระหว่างทั้งสองคงต้องจบลง ด้วยความร้าวรานใจ ตราบใดที่ความรักในหัวใจของซัลลี่ไม่มากพอที่จะดับไฟแห่งความแค้นที่เผาผลาญ เขามาตลอดทั้งชีวิต
 

เรื่องนี้มีจุดบกพร่องหลายอย่างค่ะ แต่มันไม่มากพอที่จะกลบความน่าติดตามของเนื้อเรื่องด้วยลีลาการเขียนที่แฝง ปริศนาให้คนอ่านต้องตามติดไปกับมนต์ขลังที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนของความ รักความแค้นและทำให้เราอยากอ่านเรื่องของไทรีมาก ๆ ที่โดนสาปให้เป็นวิญญาณล่องลอยตั้ง 200 ปีอันเป็นเล่มแรกของชุดที่ยังไม่แปลออกมาอย่างมาก ๆ เลยค่ะ

 

   ยั่ววิวาห์อสูรร้าย ของฮันนาห์ โฮเวลล์

"เมื่อคิดจะรักจงอดทน"
 
เมื่ออ่านเรื่อง "ยั่ววิวาห์อสูรร้าย" (Highland Wedding) ของ Hannah Howell จบหัวข้อเรื่องนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที เพราะนางเอกเล่มนี้เธอสมเป็นยอดหญิงจริง ๆ เรียกได้ว่าต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการได้มาซึ่งความรักมาครอบครองจริง ๆ ชื่อ Hannah คือนักเขียนคนใหม่ที่เราอยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองมาอ่านดูว่าจะถูกใจเหมือนเช่นเราไหม
 
ไอส์ลีน ลูกสาวคนสุดท้องและคนเดียวของพี่น้องทั้งหมด 12 คน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชีวิตของเธอนั้นไม่เคยขาดความรักความอบอุ่นใด ๆ เลย แต่เมื่ออายุครบ 19 ปีและยังไม่มีคู่หมายทำให้ครอบครัวต้องเข้ามาจัดการให้เธอได้แต่งงานและไอส์ ลีนภาวนาขอเพียงว่าเจ้าบ่าวของเธอคงไม่ทำให้เธอต้องผิดหวังนักและไม่ได้คาด หมายว่าเขาจะเป็นชายที่เธอรักและรักเธอเฉกเช่นเดียวกัน เพราะไอส์ลีนไม่ได้โง่เขลากับวิถีการแต่งงานที่ต้องเป็นไปของลูกผู้หญิง แต่เมื่อได้เจอกับเซอร์เอียน แม็คลาแกน ผู้มีแผลเป็นบนใบหน้าเท่านั้นความปรารถนาที่จะยืนเคียงข้างเขาไปชั่วนิ รันดร์นั้นก็ลุกโพลงขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามใจ และเมื่อได้เป็นเจ้าสาวของเขาเธอก็รู้ว่าชีวิตสมรสที่ทอดยาวอยู่ข้างหน้า นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและมันอาจทำให้เธอต้องจบลงด้วยความผิดหวังและเจ็บช้ำเดียวดายหากเธอปรารถนาถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดูจะมากเกินฝันสำหรับชีวิต ของหญิงสาวในยุคนี้ แต่ไอส์ลีนเป็นนักสู้เกินกว่าที่จะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะเธอรู้ว่าถ้าเธอตั้งมั่นและอดทนพอความรักของเอียนก็จะมาอยู่ในกำมือของ เธอ แม้สุดท้ายอาจไม่เป็นดังใจปรารถนาแต่ก็ถือว่าเธอได้สู้แล้ว
 
ครั้งนี้จะขอกล่าวถึงแค่ตัวนางเอกน่ะ เพราะบทบาทของผู้หญิงจะโดดเด่นมาก ๆ และเรามองว่าเรื่องนี้เป็นเส้นทางเดินของลูกผู้หญิงอย่างแท้จริงสมกับชื่อ เรื่องเลยค่ะ แต่อย่าเพิ่งตกใจว่ามันจะน่าเบื่อน่ะ ตรงข้ามค่ะไม่เคร่งเครียดแต่อย่างใดเลย เพราะผู้เขียน ๆ ให้เรื่องออกมาน่าขบขันด้วยบุคลิกของนางเอกที่แสนใสซื่อน่ารัก ช่างขี้เล่นเย้าแหย่ และบรรดาวิธีการที่เธอนำมาจัดการกับพระเอกก็ทำให้คนอ่าน ๆ ไปก็อดที่จะอมยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ และที่ขาดไม่ได้คือบรรดาพี่ ๆ ของนางเอกที่ช่างหล่อเหลาน่าทึ่งและให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าอิจฉาจนอยากมีพี่ ๆ แบบนี้บ้างจังเลยจ้ะ รวมทั้งเพื่อนพระเอก อเล็กซานเดอร์ กับฟีแลนที่เท่ได้ใจมาก ๆ จนอยากอ่านเรื่องของพวกเขาจริง ๆ

 

  เทพบุตรอูพายร์ ของเอ็มมา โฮลี

"มาอ่านหนังสือเพื่อกระตุกต่อมฮอร์โมนกันเถอะ"
 
หนังสือเล่มนี้เราพยายามที่จะไม่อ่านค่ะ เพราะรู้ว่ามันจำเป็นต้องอ่านสองเล่มควบ ไม่งั้นจะอารมณ์ค้างแน่นอน แต่ก็อดใจยากมาก ๆ ค่ะ เนื่องจากเราติดใจงานของ Emma Holly มาตั้งแต่ได้อ่านเรื่อง "ธิดาสนธยา" (Catching Midnight) กับ "เทพบุตรสุดแรงรัก" (Hunting Midnight) ของทาง สนพ.ฟองนำ้ ซึ่งเป็นสองเล่มแรกของชุด ดังนั้นจึงทำใจล่วงหน้าไว้เลยว่าเมื่อได้อ่านเรื่อง "เทพบุตรอูพายร์" (Kissing Midnight) เราต้องขัดใจตอนจบแน่ ๆ และมันก็ใช่เลยค่ะ แต่อยากจะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักงานชุดนี้กันก่อน สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่านสองเล่มแรกก็ไม่มีปัญหาน่ะ เพราะเนื้อเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องกัน งานชุดนี้เป็นแนว Paranormal Romance ที่บอกเล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า "อูพายร์" ที่มีลักษณะคล้ายแวมไพร์โดยรวมแล้วก็มีลักษณะที่เหมือนกับแวมไพร์ที่เราเคย ได้อ่านกันทั่ว ๆ ไป แต่จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้างที่เพื่อน ๆ คงต้องไปติดตามกันเองน่ะว่าต่างกันที่ใดบ้าง อูพายร์ จะมีสองลักษณะ คือ แบบที่สามารถแปลงร่างเป็นหมาป่าได้และมีลักษณะการกินเช่นเดียวกับหมาป่าทั่ว ไป เลือดไม่ใช่ปัจจัยหลัก ส่วนอีกแบบหนึ่งคือไม่กลายร่าง และดำรงชีวิตด้วยเลือดเป็นหลักทั้งสองแบบต่างคานอำนาจซึ่งกันและกัน และดำรงชีวิตแอบแฝงร่วมกับสังคมมนุษย์โดยทั่วไป
 
เอสแตล เบเรนเจอร์ หญิงสาวชาวอังกฤษที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความสมบูรณ์พร้อมของครอบครัวแต่ ปราศจากความรักความอบอุ่นที่เด็ก ๆ ทั่วไปเช่นเธอปรารถนาและมันทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเคว้งคว้างไม่เป็นที่ ต้องการของเพื่อนฝูงทำให้เธอปิดบังมันด้วยอารมณ์โกรธและเก็บตัว จนกระทั่งได้พบกับครอบครัวฟินซ์แคลร์ซึ่งประกอบไปด้วย เอ็ดมันด์ ผู้เป็นพ่อบุญธรรมของลูกอีกสามคน
 
เอ็ดมันด์ ชายหนุ่มที่เธอสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นและทำให้หัวใจของเด็กสาววัย 15 ปีต้องเต้นแรงด้วยความหวาบหวิวที่เธอไม่เคยได้รู้จัก และเมื่อเอ็ดมันด์มอบความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับเธอเป็นครั้งแรกในชีวิต ความปรารถนาอันเร้นลับที่อยากจะมีเขาเคียงข้างตลอดไปก็ฝังรากลึกอย่างที่เธอ ไม่อาจห้ามได้ ถึงแม้เขาจะมีท่าทางแปลกแตกต่างอย่างที่เธอรู้สึกได้ในส่วนลึก แต่เธอก็รู้อยู่เต็มหัวใจว่าเขาคือชายในฝันที่เธอพร้อมจะฝ่าฟันเพื่อมีเขา ตลอดไป
 
เอ็ดมันด์ ฟินซ์แคลร์ อูพายร์ที่ปรารถนาจะเป็นพ่อที่ดีให้กับมนุษย์ที่เขารับมาเป็นลูกบุญธรรมเพื่อล้างความรู้สึกผิดในอดีต และเขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวที่เขาสร้างขึ้นได้มีความสุข สมบูรณ์ตลอดไปและความสุขนั้นเพิ่มพูนมากขึ้นเมื่อเขาได้แลเห็นเด็กสาวแสนสวย ที่มีจิตใจดีงามแต่ถูกบดบังด้วยอารมณ์อันมืดมนนั้นหัวใจรักที่ถูกเมินเฉยมา เนิ่นนานก็ต้องเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งด้วยปรารถนาที่อยากจะครอบครองเธอจนต้อง บังคับตนเองให้เพิกเฉยเนื่องด้วยความอ่อนเยา ว์ของเด็กสาวแต่เมื่อชะตาลิขิตให้เขาได้ช่วยเธอให้พ้นจากการถูกฟ้าผ่าจนใจ ของทั้งสองเหมือนถูกผูกด้วยด้ายที่ไม่อาจมองเห็นที่เหนียวแน่นขึ้นตามกาล เวลาที่ผันผ่านและเมื่อการเติบโตขึ้นของเอสแตลไม่ได้ลดทอนความรักความ ปรารถนาที่มีต่อเขามันก็ไม่มีสิ่งใดมาหยุดยั้งการหลอมรวมกันเป็นหนึ่งของคน ทั้งสองได้อีกต่อไป ยกเว้นเงาของการเปลี่ยนแปลงที่เอ็ดมันด์ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เข้ามาคุกคาม พร้อมกับความมุ่งร้ายที่เข้ามาทดสอบความรักระหว่างเอสแตลและเอ็ดมันด์ว่าจะ เข้มแข็งเพียงพอที่จะผ่านพ้นมันไปได้หรือไม่
 
ตอนจบของเล่มนี้ทำให้เราอารมณ์ค้างอย่างช่วยไม่ได้ตามที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ ต้น แต่เราพอจะทำใจกับมันได้ค่ะ เพราะได้เตรียมใจไว้แล้วและมันก็คุ้มค่ากับการที่จะรองรับอารมณ์นี้ ด้วยว่ามันได้ทำหน้าที่กระตุ้นอารมณ์กระชุ่มกระชวยได้ตามที่เราต้องการค่ะ เพราะ Emma เป็นนักเขียนอีโรติกโรแมนซ์ที่สร้างสรรค์เรื่องราวให้มีความสมดุลระหว่าง ความแรงกับความแน่นได้ดีค่ะ (แรงคือร้อนแรงน่ะ แน่นคือเนื้อหาแน่นจ้ะ อย่าคิดมากกันน่ะจ้ะ) ตอนนี้คงต้องลุ้นให้ทาง สนพ.เห็นใจคนอ่านที่กำลังรออ่านด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าด้วยค่ะ

 

  มนตร์ลวง ของจู๊ด เดเวอร์โรซ์ 

(หมายเหตุจากแม็กซ์: เล่มนี้พิมพ์ใหม่ในชื่อเงื่อนรักเงาลวง และเพราะหาปกเรื่องมนตร์ลวงไม่เจอที่แบบสวย ๆ ก็เลยเอาปกฉบับพิมพ์ใหม่มาลงแทน)

"ความเจ็บปวดของอดีต ความจริงของปัจจุบัน ความสุขของอนาคต"
 
มนตร์ลวง (Sweet Liar) ของ Jude Deveraux เล่มนี้ต้องขอสารภาพเลยว่าเคยอ่านมาแล้วเมื่อในอดีตอันแสนเนิ่นนานแต่อดีต มักเชื่อถือไม่ค่อยได้ค่ะ เพราะมันคงขึ้นอยู่กับประสบการณ์การอ่านที่เราสั่งสมมาด้วยมั๊งค่ะที่ทำให้ การอ่านครั้งนี้ถึงได้ประทับใจสุด ๆ จนกลายเป็นหนังสือในดวงใจของเราไปเลยค่ะ งานนี้ต้องขอยกความดีให้กับคุณแม็กซ์เลยค่ะที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อหนังสือ เล่มนี้มาเก็บไว้และต้องขอบคุณสถานการณ์ที่ไม่มีหนังสือให้อ่านจนตัดสินใจ หยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านค่ะ งานของ Jude ที่เราคุ้นเคยมักเป็นงานย้อนยุคตระกูลมอนต์โกเมอรี่ที่โด่งดัง แต่เล่มนี้เป็นงานร่วมสมัยค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะว่าจะไม่ได้เจอกับตระกูลมอนต์โกเมอรี่เพราะเธอก็ยังใส่ เข้ามาให้เราหายคิดถึงค่ะ
 
ซาแมนธา เอลเลียต หญิงสาวที่ชีวิตนี้รู้จักแต่ความสูญเสียนับตั้งแต่การหายตัวไปของย่าเธอ เมื่อครั้งยังเป็นทารก การเสียชีวิตของปู่เมื่อเธอยังเด็ก และเมื่ออายุ 12 ปีที่การสูญเสียมารดาทำให้ชีวิตของซาแมนธาเหมือนนาฬิกาที่หยุดไขลาน และสุดท้ายการสูญเสียบิดาอันเป็นที่รักไปพร้อมกับการสิ้นสุดการสมรสของเธอ เมื่ออายุได้ 28 ปี และเหมือนชะตากรรมยังไม่โหดร้ายพอสำหรับเธอ เมื่อเธอได้รับทราบพินัยกรรมอันแสนพิลึกของพ่อที่ทิ้งไว้ทำให้ซาแมนธาต้อง ย้ายตัวเองไปอยู่ในนิวยอร์คกับชายแปลกหน้าท่ามกลางสังคมและผู้คนที่เธอไม่ รู้จักและคุ้นเคย
 
การจุมพิตเมื่อแรกเจอของซาแมนธาและไมเคิล แท็กเกิร์ท ได้สร้างความประทับใจให้กับไมเคิลจนสั่นสะเทือนหัวใจอันฉืดชาของเขาให้เร่า ร้อนไปด้วยความปรารถนาในตัวหญิงสาวเป็นอย่างยิ่ง แต่ตัวซาแมนธากลับสร้างความงุนงงที่เป็นปริศนาอันยากจะขบคิดให้กับเขายิ่ง กว่า เพราะเธอช่างแสนเย็นชา เกรี้ยวกราด และหวาดกลัวในตัวเขามากซึ่งผิดกับหญิงสาวที่เขาได้จุมพิตด้วย แต่ด้วยสายใยที่มันก่อตัวผูกรัดในหัวใจของไมเคิลที่เคยร่วมสร้างไว้กับพ่อ ของซาแมนธานั้นไม่อาจตัดขาดได้และจุมพิตที่เธอมอบให้เขานั้นทำให้เขาเชื่อ ว่ายังมีผู้หญิงที่น่าสนใจแอบซ่อนอยู่ข้างในและไมเคิลก็ไม่ท้อถอยที่จะหาตัว ตนนั้นให้เจอและเขายังจำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเธอเพื่อสานต่อความ ปรารถนาอันแรงกล้าที่ลุงอันเป็นที่รักของเ ขาได้ทิ้งไว้ให้เขาก่อนตายส่วนซาแมนธานั้นก็ต้องการข้อมูลจากไมเคิลเพื่อค้น หาย่าซึ่งเป็นคนในครอบครัวคนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ตามพินัยกรรมที่พ่อของ เธอได้ทิ้งไว้ ระหว่างการค้นหาอดีตทำให้ทั้งคู่ได้ค้นพบความรักที่สวยงามอย่างแท้จริง ระหว่างกันภายใต้สิ่งลวงที่ทับซ้อนจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยทั้งสองหารู้ไม่ว่าการตามรอยสู่อดีตของทั้งคู่กำลังไขปริศนาที่เป็นจุด เริ่มต้นของความเจ็บปวดและขมขื่นในปัจจุบันและเส้นทางสู่อนาคตอันสวยงามที่ ไมเคิลได้วาดหวังไว้กับซาแมนธานั้นอาจต้องปิดฉากลง ถ้าเขาไม่สามารถปลดเปลื้องความทุกข์ที่สั่งสมมาเนิ่นนานในใจของเธอให้จบลงไป พร้อมกับสิ่งลวงตาจากอดีต
 
มนตร์ลวง เล่มนี้เราอ่านด้วยความประทับใจสุด ๆ ที่ไม่อาจสามารถบรรยายออกมาได้หมด มันให้ครบทุกรสชาดที่คุณต้องการจริง ๆ ไม่ว่าจะสุข ทุกข์ เศร้า ขมขื่น เจ็บปวด และอ่อนหวานด้วยเนื้อหาที่สลับซับซ้อนน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง และเสน่ห์ที่ขาดไม่ได้ของเรื่องนี้คือความโดดเด่นของตัวไมเคิลที่แสนน่ารัก จนคนอ่าน ๆ แล้วรู้สึกมันเหมือนสายฝนหลังมรสุมอันหนักหน่วยที่ซาแมนธาได้เผชิญมา Jude เขียนเรื่องนี้ได้เยี่ยมจริง ๆ ค่ะ ให้ความสมดุลระหว่างความเจ็บปวดกับความสุขได้อย่างยอดเยี่ยม และสุดท้ายเราอยากอ่านเรื่องของเคนมาก ๆ ค่ะ

 

   แสนพยศ ของดอนนา เฟลชเชอร์

"แสนพยศ แสนรัก"
 
ถึงแม้ตัวเองจะอ่านหนังสือโรมานซ์มาค่อนข้างเยอะและนานร่วม 20 ปี (ยังไม่แก่น่ะ) แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีหนังสืออีกมากมายที่ไม่เคยได้อ่านหรือถูกมองข้ามไป งานนี้เลยต้องยกความดีให้กับการได้พบปะเพื่อน ๆ ค่ะทำให้ตนเองได้หนังสือดี ๆ  ติดมือกลับมาอ่านมากมายและยอมรับเลยว่าประทับใจทุกเล่ม งวดนี้เลยขอรีวิวหนังสือเก่าให้คนใดที่ยังไม่ได้อ่านต้อง คันหัวใจเล่น เพราะไม่รู้ว่าจะยังหาได้ไหม ส่วนคนใดมีไว้ในครอบครองแล้วจะได้ถึงเวลาปัดฝุ่นขึ้นมาอ่านกันสักที
 
"แสนพยศ" (Rebellious Bride) ของ Donna Fletcher เล่มนี้ขอสารภาพเลยว่าได้ยินกิตติศัพท์มาค่อนข้างนานแล้วค่ะว่าสนุกมาก แต่ก็เป็นโรคจิตเล็ก ๆ ค่ะมักจะเมินเฉยกับเรื่องที่ดังน่ะ  แต่คราวนี้ได้คุณมดเพื่อนใหม่ผู้แสนน่ารักกระตุ้นให้ซื้อกลับมาลองอ่านดูค่ะ และขอบอกว่าประทับใจมาก ๆ ค่ะ
 
ลิลเลี่ยน บุตรสาวนายอำเภอที่ต้องสูญเสียมารดาจากการคลอดน้องชายตั้งแต่เธอยังเล็ก และเกือบต้องเสียบิดาไปอีกเมื่อตอนอายุ 12 ปี นับแต่นั้นมาเธอก็มีใจรักที่จะเรียนรู้การรักษาผู้คนที่บาดเจ็บจนได้รับการ ยอมรับถึงความเก่งกาจสามารถของเธอในเมืองลิตเติ้ล และขณะนี้เมื่อลิลเลี่ยนอายุ 21 ปีเธอจึงตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าจะไม่แต่งงานเพื่ออุทิศชีวิตให้กับการทำ หน้าที่ ๆ เธอรักเยี่ยงชีวิต และเธอรู้อยู่เต็มหัวใจว่าคงไม่มีชายใดที่พร้อมจะยอมรับและเห็นด้วยกับการทำ หน้าที่ของเธอ
 
และเมื่อรอล์ฟ หรือลอร์ดเชอร์บอร์น ที่อพยพย้ายถิ่นจากอังกฤษมาสู่อเมริกาสร้างความฮือฮาให้กับผู้คนในเมืองเป็น อย่างมากนั้นลิลเลี่ยนกลับเมินเฉยและไม่ใส่ใจ ส่วนรอล์ฟตั้งใจมาเริ่มชีวิตใหม่ที่อเมริกาหลังจากต้องสูญเสียภรรยาจากการ คลอดบุตรจึงไม่มีความสนใจที่จะแต่งงานในเร็ววันแต่อย่างใด ดังนั้นทั้งรอล์ฟและลิลเลี่ยนที่นิสัยต่างกันสุดขั้วต่างไม่ชอบหน้ากัน ตั้งแต่แรกเห็น เขามองว่าเธอนั้นกล้าเกินหญิงไม่มีมารยาท ทำตัวไม่สมเป็นกุลสตรีที่ดี ส่วนเธอนั้นมองว่าเขาช่างสำรวย อ่อนแอ เจ้าระเบียบไม่เหมาะกับการดำรงชีวิตในดินแดนตะวันตกแห่งนี้ แต่ยิ่งเกลียดก็ยิ่งเจอและในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้วิถีชีวิตของทั้งคู่ต้องโคจรมาพบกันเสมอและนานวันความประทับใจก็ เริ่มซึมลึกเข้าไปในจิตใจของคนทั้งคู่มากขึ้นโดยไม่อาจหยุดยั้ง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งรอล์ฟและลิลเลี่ยนต้องมาแต่งงานกันและ เมื่อความเคร่งครัดของฝ่ายชายมาปะทะเข้ากับความพยศของฝ่ายหญิงความเร่าร้อน ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นและความปรารถนาที่ไม่เคยคาดหวังก็ลุกโพลงจนกลายเป็น ไฟรักที่ไม่อาจดับลงท่ามกลางเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นเพื่อหมายปองชีวิตของ ลิลเลี่ยนอันเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแห่งควา มรักที่ทั้งสองไม่อาจเมินเฉยและปฏิเสธได้อีกต่อไป
   
เรื่องนี้สนุกมาก ๆ ค่ะ ตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่องเลยทีเดียว ปกติแล้วเราไม่ค่อยชอบนางเอกพยศเท่าไหร่ เพราะคนเขียนมักเขียนจนเราอ่านแล้วอดหมั่นไส้นางเอกไม่ได้แต่เรื่องนี้ไม่ เป็นเลยค่ะ Donna เขียนเรื่องนี้ให้มีทั้งความตลกขบขัน ความโรแมนติกระหว่างคู่พระนางที่แสนน่ารักน่าหยิก และความตื่นเต้นของเหตุการณ์ ดังนั้นเราเชื่ออย่างสุดใจว่าใครอ่านเรื่องนี้ต้องอดที่จะประทับใจเหมือนเรา เช่นกัน

 

   ปมพยาบาท ของพาเมลา บริทตัน

 "ปมรัก ปมพยาบาท"

 เรื่องที่สามคือเรื่อง "ปมพยาบาท" (Dangerous Curves) ของ Pamela Britton เล่มนี้ได้รับการแนะนำจากคุณอารีแอลค่ะ และเราก็ขอบอกว่าไม่ผิดหวัง แค่เสียดายที่ได้อ่านช้าไปหน่อย เล่มนี้เป็นงานแนวร่วมสมัยฆาตกรรมสืบสวนที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้ตลอด เลยค่ะ แถมยังซาบซึ้งจนคนอ่นต้องนำ้ตาคลอ
 
ซีซี่ เอฟบีไอสาวที่โดนบีบบังคับให้เข้ามาสืบสวนหาสาเหตุการตายของแรนดี้ นักขับรถแข่งของเบลน แซนเดอร์สที่เคยเป็นอดีตขวัญใจของเธอเมื่อสิบปีก่อนที่ต้องจบลงด้วยความขม ขื่นใจที่ซีซี่อยากจะลืมเลือนมันตลอดกาล และปัจจุบันนี้เขาคือเศรษฐีหนุ่มที่ไต่เต้าจากการขับรถแข่งจนสามารถมีทีมรถ แข่งเป็นของตนเอง การพบกันระหว่างคนทั้งสองที่เริ่มต้นจากยาขมสำหรับซีซี่กลายเป็นฝันอันแสน หวานที่เธอไม่กล้าสานต่อที่ถึงแม้เบลนจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอเชื่อ ว่าความรักของทั้งคู่เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ถ้าเธอและเขาพร้อมจะเสี่ยงเพื่อ มันท่ามกลางสถานการณ์ที่รุมเร้าของการสืบสวนที่พลิกผันไปมาและลุกลามจนสร้าง ความสะเทือนให้กับอาชีพของคนทั้งคู่ที่ส วนทางกับความแข็งแกร่งในหัวใจรักของคนทั้งสอง แต่เมื่อบททดสอบอันโหดร้ายมาถึงแม้รักปานใดก็ยังต้องการเวลาเพื่อเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของจิตใจด้วยเช่นกัน
 
 งานเล่มนี้เดินเรื่องได้เร็วมากๆ ค่ะ ทำให้คนอ่าน ๆ ได้อย่างรวดเร็วไม่น่าเชื่อ และโดยเฉพาะช่วงหลังของเรื่องขอบอกว่าซาบซึ้งมากค่ะ มันทำให้เราได้เห็นว่าความรักจะเข็มแข็งต้องอาศัยจิตใจที่แข็งแกร่งของคนสอง คนที่เท่าเทียมกันเพื่อปูทางสู่ความรักอันสดใสที่จะยั่งยืนชั่วนิรันดร์

  กบฎหัวใจ ของซูซาน บร็อคแมนน์

"ความรักที่เริ่มต้นด้วยคำลวง"
 
เราค่อนข้างลังเลใจมาก ๆ ว่าจะเขียนรีวิวเรื่องนี้ดีหรือไม่ ไม่ใช่เพราะมันขาดความน่าสนใจน่ะ แต่ด้วยเนื้อหาที่เป็นเรื่องความสัมพันธ์เชิงซ้อน (พูดเป็นคณิตศาสตร์ไปได้เน๊อะ) ทำให้ระหว่างที่อ่านจะรู้สึกเครียดเล็ก ๆ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าต้องเขียน เพราะเรื่องราวยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตามด้วยฝีมือการเขียนที่จัดว่ายอดเยี่ยมใน แนวทางนี้ของ Suzanne Brockman กับเรื่อง "กบฎหัวใจ" (The Defiant Hero) เล่มที่สองของชุด Trouble Shooters งานชุดซีลอีกชุดนึงของเธอที่หลาย ๆ คนอาจติดใจมาแล้วจากชุด TDD (Tall,Dark and Dangerous) เรายอมรับว่าเกือบดองงานเล่มนี้ไว้เลยน่ะค่ะ เนื่องจากไม่ประทับใจกับเล่มแรกสักเท่าไหร่ แต่ด้วยอานิสงค์จากบล็อกคุณนิคกี้ทำให้เราเกิดแรงฮึดขึ้นมาค่ะ และพอมาอ่านเล่มนี้เราคิดว่าเพื่อน ๆ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ นอกจากเนื้อหาที่เข้มข้นแล้วเล่มนี้ยังประกอบด้วยตัวละครสามคู่ที่แต่ละคู่ น่าสนใจไม่แพ้กันจริง ๆ
 
เนื้อหาในเล่มจะมีความรักความสัมพันธ์ของตัวละครสามคู่ที่ถูกร้อยรัดเป็น เรื่องราวเดียวกันและสอดประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบทีเดียว ทุกคู่ต่างมีความสัมพันธ์ระหว่างกันที่น่าสนใจกันคนละแบบ แต่มีจุดเร่ิมต้นที่เหมือนกันคือ คำลวง และคำ ๆ นี้นำพาให้เกิดความเข้าใจผิดอันนำมาซึ่งปัญหาที่คงจบลงด้วยความเจ็บปวดและ สิ้นหวังถ้าความรักนั้นไม่แข็งแกร่งพอที่จะฝ่าคลื่นลมพายุฝนที่มีบททดสอบ ด้วยระยะทางและกาลเวลาและบทลงท้ายคือใจของตนเอง เม็กและจอห์น คือคู่หลักของเรื่องที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นไปไม่ได้เมื่อ 3 ปีก่อนและการกลับมาพบกันครั้งนี้คงต้องจบลงด้วยความทุกข์ทรมานที่มากกว่า เดิมของทั้งสองฝ่ายตราบใดที่คนทั้งคู่ต่างไม่เรียนรู้ที่จะเชื่อมประสานอดีต และเปิดใจซึ่งกันและกันเพื่อก้าวสู่ความหวังอันสวยสดของอนาคต
 
อีฟ และเรฟ เรื่องราวความรักที่สวยงามซาบซึ้งกินใจในอดีตที่สามารถแทงทะลุหัวใจอันด้าน ชาของสัตว์ร้ายและช่วยให้ความรักของคนปัจจุบันได้สมหวังและจบลงอย่างมีความสุข
 
อลิสสา กับ แซม ความสัมพันธ์ที่เร่าร้อนยังไม่อาจนำพาสู่บทสรุปที่สวยงามเมื่อคำลวงยังมีอยู่ระหว่างกัน
 
ความสัมพันธ์ของคนสามคู่ที่ให้รสชาดคนละแบบและเสน่ห์คนละอย่างที่คนอ่านต้อง ลองไปพิสูจน์ด้วยตนเองว่าคุณจะโดนใจคู่ไหน สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่านเล่มแรกเราขอบอกว่าไม่เป็นปัญหาค่ะถ้าจะอ่านเล่ม นี้ก่อนและถ้าสนใจก็ย้อนกลับไปอ่านได้จ้ัะ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เรายังไม่ได้อ่านยั่ววิวาห์ฯ ของ ฮันนาห์ โฮเวลล์ เลยค่ะ

เอ็มมา โฮลี นี่โอเคไช่ไหมคะเพราะเราชั่งใจเหมือนกันตอนจะซื้อน่ะ กลัวแป๊กค่ะ แต่คุณเป็ดรับประกันความแน่นเด๋วต้องหามาอ่านบ้าง อิ อิ

#1 By อิน (49.48.148.244) on 2011-06-26 13:20

งานของ Emma เราคิดว่าคุณอินน่าจะชอบค่ะ ดูไม่ห่ามเท่างานของลอร่าน่ะ แต่ให้อารมณ์ที่เซ็กซี่ไม่แพ้กันเลยค่ะ แต่ถ้าจะอดใจรอเล่มสองก้อดีน่ะ เพราะเล่มนี้จบแบบขัดใจมาก ๆ น่ะbig smile

#2 By ducky (202.57.179.36) on 2011-06-28 15:21