Ducky Delivery #12

posted on 23 Jun 2011 19:28 by maxtreme in DuckyDelivery

ตอนเราเริ่มเขียนบลอกใหม่ ๆ มีคนสอนว่า เวลาหายหน้าไปนาน ๆ ไม่ได้อัพเดทบลอก ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายที่หายหน้าไป เพราะคนที่ตามอ่านบลอกก็รู้อยู่แล้วล่ะว่า เราหายไป (ก็มันไม่ได้อัพบลอก ก็รู้กันอยู่แล้ว) แต่เราก็รู้สึกผิดเล็ก ๆ นะคะที่เงียบไปเลย เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่าว่า ช่วงนี้ยุ่งเพราะต้องเคลียร์งานค่ะ เนื่องจากจะลายาวเพื่อไปเที่ยว

กลับมาคราวนี้ไม่มีอะไรแก้ตัวด้วยค่ะ ไม่ได้เขียนบลอกเอง แต่เป็นการนำเอารีวิวของคุณดักกี้กลับมาให้เพื่อน ๆ อ่านกัน

 

  เจ้าชายในฝันกันนางโชว์ ของนีนา บรุนท์

 "ซินเดอเรลล่าที่ไม่ต้องพึ่งฟักทองให้กลายเป็นรถม้า"

งานของ Nina Brunhs เล่มนี้อาจไมเข้มข้นและน่าสนใจมากเท่าเรื่อง "ฮีโร่จอมผยอง" (Shoot to Thrill) ที่เราเคยรีวิวไว้ในครั้งที่ 10 แต่อาจถูกใจคนที่ชอบอ่านงานเล่มเล็กแนวกุ๊กกิ๊กชวนฝันแบบเทพนิยายน่ะค่ะ เพราะเล่มนี้สามารถตอบสนองอารมณ์นั้นได้อย่างเต็มที่เลยค่ะกับเรื่อง "เจ้าชายในฝันกับนางโชว์" (Prince Charming for One Night)
 
วีร่า แมนคูโซ่ สาวนักเต้นระบำเปลื้องผ้า ที่อาชีพของเธอนั้นล่อแหลมกับการถูกมองด้วยสายตาดูถูกแต่เธอก็ภาคภูมิใจกับ การทำมาหากินอย่างสุจริตที่ไม่ต้องพึ่งพาใครและเธอตั้งขอบเขตการทำงานไว้ไม่ ให้เกินเลยแม้จะต้องสูญเงินที่จะได้มากขึ้นก็ตาม ชีวิตของวีร่าโดนพ่อบังเกิดเกล้าปฏิเสธและทอดทิ้งเธอกับแม่ไปอย่างไม่ใยดี แต่เธอก็ยังมีพี่สาวต่างแม่ที่ยังรักเธอแต่โดยส่วนลึกแล้ววีร่าปรารถนาให้ เกิดปฏิหารย์ได้เจอกับเจ้าชายที่รักและปรารถนาเธออย่างสุดหัวใจมากพอที่จะ มองผ่านเปลือกอันเร่าร้อนเข้าไปในตัวตนที่แท้จริงของเธอและพาเธอออกจากวิถี ชีวิตแบบนี้เพื่อครองรักกันชั่วนิรันนิรันด ร์ และเทพนิยายก็เกิดขึ้นจริงเมื่อเหตุฆาตกรรมได้ชักนำคอนเนอร์ รอทไชลด์ ทนายความหนุ่มรูปหล่อแสนเท่ที่รวยระดับมหาเศรษฐีแถมยังมีชาติตระกูลเลิศอีก ต่างหากเข้ามาช่วยเหลือเธอจากสถานการณ์ที่กำลังต้องติดคุกติดตารางด้วยการ รับประกันความบริสุทธิ์ของเธอแต่เจตนาของเขาชัดแจ้งว่าไม่บริสุทธ์กับเธอแน่ นอน และวีร่าต้องเสี่ยงว่ามนต์ขลังที่เกิดขึ้นระหว่างกันนั้นจะมีเพียงคืนเดียว หรือยืนยาวถึงปลายทางที่เธอฝันเอาไว้ เพราะอุปสรรคที่ขวางกั้นระหว่างกันนั้นยากที่จะมองข้ามแถมพ่วงด้วยเหตุการณ์ ร้ายแรงที่มีชีวิตของเธอเป็นเดิมพัน
 
งานของ Nina มีเสน่ห์ที่ไม่อาจมองข้ามได้คือเดินเรื่องได้กระชับฉับไว และสร้างสถานการณ์เร้าใจอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนอ่านไม่รู้สึกเบื่อหน่ายแต่อย่างใด ถึงแม้เรื่องนี้อาจจะมีข้อบกพร่องที่เป็นจุดบอดอันปฏิเสธมิได้ แต่ขอให้เพื่อน ๆ มองไปที่ความเป็นเทพนิยายของเรื่องแล้วคุณจะได้รับความพึงพอใจที่เต็มเปี่ยม กลับคืนมาเต็ม ๆ เลยค่ะ

 

  มนตราโจรสลัด ของนีนา บรุนส์

"แรงแค้นนำเรามาพบกัน แรงรักนำเราให้สมรัก"
 
เราสงสัยว่าตัวเองคงติดใจงานของ Nina Brunhs เสียแล้วค่ะเพื่อน ๆ หลังจากได้อ่านผ่านมาสามเล่ม สามอารมณ์และได้รีวิวมาแล้วสองเรื่อง และเล่มที่สามนี้ก็ไม่ยกเว้นค่ะ "มนตราโจรสลัด" (The Forbidden Enchantment) เล่มที่สองของชุด Frenchman's Island เป็นงานเล่มบางออกแฟนตาซีเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งมนต์ขลังของความรักความแค้นการทรยศหักหลัง เนื้อหาอาจดูไม่หนักแน่นจริงจังนักแต่ผู้แต่งบรรยายถึงความรักและการให้อภัย ได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ
 
กัปตันซัลลิแวน ฟูเกต์ ได้ฟื้นตัวจากการบาดเจ็บสาหัสรุนแรงที่เกิดจากการช่วยเหลือเพื่อนและหญิงสาว อันเป็นที่รักของเพื่อนให้พ้นจากกองเพลิงพร้อมกับการได้รับรู้ว่าตนเองต้อง มาอยู่ในร่างของอังเดร ซัลลิแวน หัวหน้านักผจญเพลิงจอมเจ้าชู้ ในปีที่ห่างจากยุคของเขาถึง 200 ปี ท่ามกลางความสับสนของชีวิตใหม่ที่ซัลลิแวนหรือซัลลี่ ต้องปรับตัวใหม่นั้นเขาก็ยังได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์เพิ่มขึ้นคือ อลิซาเบธ แฮมิลตัน หญิงสาวที่มีกลิ่นอายเหมือนคนรักเก่าในอดีตของเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยนและมนต์ ขลังที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองนั้นช่างรุนแรงเสียจนซัลลี่ไม่อาจห้ามใจที่จะ ยึดครองเธอให้ตกเป็นเชลยของเขาในฐานะอดีตกัปตันโจรสลัด แต่ความรู้สึกของการทรยศในอดีตนั้นมันช่างสดใหม่เกินกว่าที่จะไว้วางใจเธอ ได้ว่าเธอไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝงในการกระทำใด ๆ ที่มีต่อเขา และสำหรับตัวอลิซาเบธนั้นสิ่งที่ทำให้เธอดั้นด้นมาหาเขาก็เพื่อขอความช่วย เหลืออันเป็นความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ของน้องชายเธอ และเธอพร้อมจะทำทุกอย่างถึงแม้เธอจะรู้อยู่เต็มหัวใจว่าเธอได้ตกลงสู่หลุม พรางแห่งความรักที่ยากจะถอนใจคืนแม้สุดท้ายเรื่องระหว่างทั้งสองคงต้องจบลง ด้วยความร้าวรานใจ ตราบใดที่ความรักในหัวใจของซัลลี่ไม่มากพอที่จะดับไฟแห่งความแค้นที่เผาผลาญ เขามาตลอดทั้งชีวิต
 

เรื่องนี้มีจุดบกพร่องหลายอย่างค่ะ แต่มันไม่มากพอที่จะกลบความน่าติดตามของเนื้อเรื่องด้วยลีลาการเขียนที่แฝง ปริศนาให้คนอ่านต้องตามติดไปกับมนต์ขลังที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนของความ รักความแค้นและทำให้เราอยากอ่านเรื่องของไทรีมาก ๆ ที่โดนสาปให้เป็นวิญญาณล่องลอยตั้ง 200 ปีอันเป็นเล่มแรกของชุดที่ยังไม่แปลออกมาอย่างมาก ๆ เลยค่ะ

 

   ยั่ววิวาห์อสูรร้าย ของฮันนาห์ โฮเวลล์

"เมื่อคิดจะรักจงอดทน"
 
เมื่ออ่านเรื่อง "ยั่ววิวาห์อสูรร้าย" (Highland Wedding) ของ Hannah Howell จบหัวข้อเรื่องนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที เพราะนางเอกเล่มนี้เธอสมเป็นยอดหญิงจริง ๆ เรียกได้ว่าต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการได้มาซึ่งความรักมาครอบครองจริง ๆ ชื่อ Hannah คือนักเขียนคนใหม่ที่เราอยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองมาอ่านดูว่าจะถูกใจเหมือนเช่นเราไหม
 
ไอส์ลีน ลูกสาวคนสุดท้องและคนเดียวของพี่น้องทั้งหมด 12 คน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชีวิตของเธอนั้นไม่เคยขาดความรักความอบอุ่นใด ๆ เลย แต่เมื่ออายุครบ 19 ปีและยังไม่มีคู่หมายทำให้ครอบครัวต้องเข้ามาจัดการให้เธอได้แต่งงานและไอส์ ลีนภาวนาขอเพียงว่าเจ้าบ่าวของเธอคงไม่ทำให้เธอต้องผิดหวังนักและไม่ได้คาด หมายว่าเขาจะเป็นชายที่เธอรักและรักเธอเฉกเช่นเดียวกัน เพราะไอส์ลีนไม่ได้โง่เขลากับวิถีการแต่งงานที่ต้องเป็นไปของลูกผู้หญิง แต่เมื่อได้เจอกับเซอร์เอียน แม็คลาแกน ผู้มีแผลเป็นบนใบหน้าเท่านั้นความปรารถนาที่จะยืนเคียงข้างเขาไปชั่วนิ รันดร์นั้นก็ลุกโพลงขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามใจ และเมื่อได้เป็นเจ้าสาวของเขาเธอก็รู้ว่าชีวิตสมรสที่ทอดยาวอยู่ข้างหน้า นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและมันอาจทำให้เธอต้องจบลงด้วยความผิดหวังและเจ็บช้ำเดียวดายหากเธอปรารถนาถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดูจะมากเกินฝันสำหรับชีวิต ของหญิงสาวในยุคนี้ แต่ไอส์ลีนเป็นนักสู้เกินกว่าที่จะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะเธอรู้ว่าถ้าเธอตั้งมั่นและอดทนพอความรักของเอียนก็จะมาอยู่ในกำมือของ เธอ แม้สุดท้ายอาจไม่เป็นดังใจปรารถนาแต่ก็ถือว่าเธอได้สู้แล้ว
 
ครั้งนี้จะขอกล่าวถึงแค่ตัวนางเอกน่ะ เพราะบทบาทของผู้หญิงจะโดดเด่นมาก ๆ และเรามองว่าเรื่องนี้เป็นเส้นทางเดินของลูกผู้หญิงอย่างแท้จริงสมกับชื่อ เรื่องเลยค่ะ แต่อย่าเพิ่งตกใจว่ามันจะน่าเบื่อน่ะ ตรงข้ามค่ะไม่เคร่งเครียดแต่อย่างใดเลย เพราะผู้เขียน ๆ ให้เรื่องออกมาน่าขบขันด้วยบุคลิกของนางเอกที่แสนใสซื่อน่ารัก ช่างขี้เล่นเย้าแหย่ และบรรดาวิธีการที่เธอนำมาจัดการกับพระเอกก็ทำให้คนอ่าน ๆ ไปก็อดที่จะอมยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ และที่ขาดไม่ได้คือบรรดาพี่ ๆ ของนางเอกที่ช่างหล่อเหลาน่าทึ่งและให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าอิจฉาจนอยากมีพี่ ๆ แบบนี้บ้างจังเลยจ้ะ รวมทั้งเพื่อนพระเอก อเล็กซานเดอร์ กับฟีแลนที่เท่ได้ใจมาก ๆ จนอยากอ่านเรื่องของพวกเขาจริง ๆ

 

  เทพบุตรอูพายร์ ของเอ็มมา โฮลี

"มาอ่านหนังสือเพื่อกระตุกต่อมฮอร์โมนกันเถอะ"
 
หนังสือเล่มนี้เราพยายามที่จะไม่อ่านค่ะ เพราะรู้ว่ามันจำเป็นต้องอ่านสองเล่มควบ ไม่งั้นจะอารมณ์ค้างแน่นอน แต่ก็อดใจยากมาก ๆ ค่ะ เนื่องจากเราติดใจงานของ Emma Holly มาตั้งแต่ได้อ่านเรื่อง "ธิดาสนธยา" (Catching Midnight) กับ "เทพบุตรสุดแรงรัก" (Hunting Midnight) ของทาง สนพ.ฟองนำ้ ซึ่งเป็นสองเล่มแรกของชุด ดังนั้นจึงทำใจล่วงหน้าไว้เลยว่าเมื่อได้อ่านเรื่อง "เทพบุตรอูพายร์" (Kissing Midnight) เราต้องขัดใจตอนจบแน่ ๆ และมันก็ใช่เลยค่ะ แต่อยากจะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักงานชุดนี้กันก่อน สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่านสองเล่มแรกก็ไม่มีปัญหาน่ะ เพราะเนื้อเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องกัน งานชุดนี้เป็นแนว Paranormal Romance ที่บอกเล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า "อูพายร์" ที่มีลักษณะคล้ายแวมไพร์โดยรวมแล้วก็มีลักษณะที่เหมือนกับแวมไพร์ที่เราเคย ได้อ่านกันทั่ว ๆ ไป แต่จะ