Black Ties and Lullabies // Jane Graves

posted on 27 Jul 2011 16:36 by maxtreme  in B-Club, Contemporary

วันนี้งานยุ่งทั้งวันค่ะ แต่พอกลับถึงบ้าน นั่งว่างสักครู่ก็อดใจไม่ไหว ต้องมาเขียนรีวิวเล่มนี้เพื่อแชร์ให้เพื่อนรู้ถึงอาการ "กรี๊ดสลบ" ที่เรามีให้กับหนังสือเล่มนี้

งานเขียนของนักเขียนที่ชื่ออาจจะไม่คุ้นหู แม็กซ์เองก็ไม่เคยพูดถึงนักเขียนคนนี้เลยสักครั้ง นั่นเพราะเราเคยอ่านงานของเธอในอดีตค่ะ แต่ไม่ปิ๊ง ถึงขนาดเลิกอ่านไปแล้วด้วยซ้ำ ไม่ได้เขียนแย่อะไรนะคะ เพียงแต่ไม่น่าสนใจมากพอ แต่ตอนที่เราเห็นพล็อตเรื่องนี้ก็ปิ๊งมาก ตั้งใจว่า จะลองซื้อมาอ่านดู แต่โชคดีว่า ตอนไปงาน RWA ได้เล่มนี้มาฟรี ๆ ค่ะ ทำให้พอเริ่มอารมณ์อ่านโรแมนซ์กลับมา ก็เลยหยิบเล่มนี้มาอ่านเลย

แล้วก็ต้องกรี๊ด เสียงดังมาก ๆ เพราะมันดีกว่าที่คิด กว่าที่หวัง หรือกระทั่งที่ฝันไว้เลย 

เราขอบอกว่า สำหรับคนที่คิดถึงงานของน่ารักปนซึ้งหน่อย ๆ ของซูซาน อลิซาเบ็ธ ฟิลลิปสอย่าพลาดเล่มนี้นะคะ เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงซูซานยุคที่เขียนเรื่อง Heaven, Texas หรือ Nobody's baby but mine เลยแหละ 

แนวเรื่องไม่ได้เหมือนกันนะคะ แต่ความแนวเรื่องปัจจุบันเพียว ๆ ที่ไม่เจือปนอะไร คาแร็คเตอร์ที่ไม่ได้มีบาดแผลเจ็บปวดมากมาย (ทำให้จุดนี้ต่างจาก Sweet As Sin แนวปัจจุบันเพียว ๆ อีกเล่มที่เราชอบ แต่เล่มนี้แตกต่างออกไป) เรื่องราวความรักของคนสองคนที่แตกต่างกันมาก ๆ พล็อตเรื่องแนวพาฝันเล็ก ๆ ส่วนประกอบลงตัว น่ารักมากมาย 

 

 

Black Ties and Lullabies ของเจน กราฟส์

เราไม่คิดว่า เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือชุดไหนนะคะ แต่เพราะเราห่างเหินไปจากการอ่านหนังสือของเจน กราฟส์ไปนานหลายปี เราก็ไม่แน่ใจ แต่เท่าที่เช็คก็ไม่เห็นว่าจะมีชุดนะคะ

เบอร์นาเด็ต โฮแกนทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้เจเรมี บริสเจสมานาน และอาจจะบอกได้ว่า เธอรู้ใจเศรษฐีเพลย์บอยเอาแต่ใจคนนี้มากที่สุด และอาจจะเป็นคนเดียวที่กล้าพูดแสดงความเห็นของตัวเองต่อพฤติกรรมของเขา  โดยเฉพาะในคืนนึงเมื่อเขาเพิกเฉยต่อคำเตือนของเธอ และหิ้วสาวน้อยนางนึงกลับบ้าน หญิงสาวที่เบอร์นีดูท่าทางแล้วน่าสงสัย

และมันก็จริง เมื่อเจ้าหล่อนกลายสภาพเป็นนางนกต่อ ที่หวังเข้าไปปล้นบ้านของเจเรมี โชคดีที่เบอร์นีเอ๊ะใจและหวนกลับมาดูสารทุกข์ของเจ้านาย และหยุดความพยายามปล้นได้สำเร็จ แต่ทั้งคู่ก็วิ่งเข้าไปหลบในเชฟรูม ห้องที่ติดตั้งไว้เพื่อหลบซ่อนจากคนร้ายภายในบ้าน และในห้องนั้นเอง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

เหตุการณ์ที่เปลี่ยนสภาพความสัมพันธ์ระหว่างเจเรมีและเบอร์นีไปตลอดกาล

แม้จะมีความจำเป็นต้องพึ่งค่าจ้างอย่างงามที่เจเรมีจ่ายให้ เบอร์นีก็มาถึงสุดทางแห่งความอดทน เธอปฏิเสธที่จะทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับเขาอีกต่อไป และขอให้เจ้านายส่งคนอื่นไปทำหน้าที่แทน และตัวเธอหันไปรับงานดูแลความปลอดภัยให้กับคนอื่น เรื่องราวระหว่างทั้งคู่น่าจะจบลงที่ตรงนั้น

ยกเว้นเพียงว่า มันมีผลพวงตามมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันนั้น

เบอร์นีตั้งท้อง และเมื่อบอกความจริงข้อนี้พร้อมกับของเจเรมีเซ็นต์เอกสารเพื่อปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับลูกในท้องของเธอ เขาก็กลับเข้ามาในชีวิต เพราะแม้เจเรมีจะเป็นชายหนุ่มที่มีชีวิตอยู่เพื่อความสุขไปวัน ๆ  ไม่เคยคิดเรื่องจะมีครอบครัว แต่เมื่อเขาพบว่าตัวเองกำลังจะเป็นพ่อ ก็ถึงเวลาเผชิญหน้ากับความเป็นจริง

อย่างช้า ๆ เบอร์นีเปิดโอกาสให้เจเรมีแทรกเข้ามาในชีวิต และอย่างช้า ๆ เธอก็พบว่า เขามีอะไรมากไปกว่าที่เธอเคยคิดว่ารู้จักเขา และอย่างช้า ๆ เธอก็พบว่า ตัวเองตกหลุมรักผู้ชายคนนี้

พล็อตของหนังสือเรื่องนี้ไม่ได้แปลกใหม่ สร้างสรรอะไรเลยนะคะ ออกแนวน้ำเน่ามากด้วยซ้ำ พระเอกนางเอกที่เผลอใจมีความสัมพันธ์กันจนฝ่ายหญิงตั้งท้อง ทำให้ต้องเริ่มต้นความเป็นพ่อแม่แบบไม่ทันตั้งตัว หรือเตรียมใจ ฝ่ายชายเป็นอภิมหาเศรษฐีที่รวยจากธุรกิจด้านเทคโนโลยี เจเรมีไม่ต่างอะไรจากพระเอกของหนังสือแนวฮาร์ลิควิน เพรสเซน แต่แม็กซ์ติดบ่วงเสน่ห์เขาตั้งแต่หน้าแรกเลยล่ะค่ะ 

ชายหนุ่มผู้ไม่แคร์สังคม ไปงานเลี้ยงการกุศลด้วยการใส่ทักซิโด้สุดหรู แต่ไม่ยอมผูกเน็คไท แถมยังใส่รองเท้ากีฬาชนิดไม่แคร์สื่อ หนังสือบรรยายถึงความเจ้าชู้ ควงผู้หญิงไม่เลือกหน้าของเขาผ่านสายตาของเบอร์นีที่อยู่ตัวติดกันกับเขาเป็นเวลาหลายปี ทำให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งคู่ชัดเจนขึ้น 

หนังสือเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของความรักแรกพบ ไม่ใช่พรหมลิขิต แต่เป็นการก่อตัวขึ้นของความรักที่เราเชื่อว่า ยั่งยืน ทุกอย่างอาจเริ่มต้นกลับหัวกลับหาง ทั้งพระเอกและนางเอกมีเซ็กส์กันก่อนที่จะรัก ท้องก่อนที่จะผูกพัน แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือ องค์ประกอบที่ทำให้เรื่องนี้เวิร์คมากสำหรับเรา 

แม็กซ์ได้เห็นอีกด้านของเจเรมี อย่างที่เบอร์นีเห็น และเราก็เข้าใจได้เลยว่า ทำไมเธอถึงตกหลุมรักเขา ในขณะเดียวกันคนอ่านก็ยังได้เห็นการเติบโตทางอารมณ์ของเจเรมี มองดูเขาก้าวข้ามภาพจอมปลอมที่เขาสร้างให้กับชีวิตของตัวเอง อยู่ร่วมกับเขาในยามที่เขาตระหนักว่า แท้จริงแล้ว อะไรคือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด

พูดถึงพระเอกไปเยอะนะคะ เพราะพระเอกน่ารักมาก แต่นางเอกก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน เนื่องจากเรื่องนี้พล็อตเข้าแนวน้ำเน่าเยอะมาก ความร่ำรวยของเจเรมีกลายเป็นใบเบิกทางทำให้ชีวิตของเบอร์นีง่ายดาย มันควรจะทำให้คาแร็คเตอร์ของเธออ่อนแอ แต่เรากลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลยนะคะ  ทั้งที่ดูการดำเนินเรื่องแล้ว เธอก็จนหนทางหลายครั้งและต้องยอมรับความช่วยเหลือจากเจเรมี

ส่วนหนึ่งอาจเพราะคาแร็คเตอร์ของเบอร์นีมีความชัดเจน และคงเส้นคงวามาก เธอเป็นบอดี้การ์ด อดีตทหารผ่านศึก เป็นลูกสาวคนเดียวที่รับผิดชอบดูแลมารดาที่มีปัญหาสุขภาพ เธอเป็นคนที่รับผิดชอบมาตลอดชีวิต แต่เมื่อพบว่าตัวเองตั้งครรภ์อย่างไม่ได้วางแผน เธอถึงกับเสียศูนย์ แต่ก็ไม่ได้หลงทาง หรือนอนนิ่งเป็นหมาตาย ปล่อยชีวิตล่องลอยรอความช่วยเหลือ ในเรื่องอาจจะสรุปอย่างง่ายว่า เจเรมียื่นมือเข้ามายุ่ง เข้ามาช่วย แต่แม็กซ์เชื่อว่า ถึงเขาไม่ก้าวเข้ามา ความเข้มแข็งของเบอร์นีก็จะแก้ปัญหาได้แน่นอน 

เราชอบเรื่องนี้เพราะ ตัวละครเอกไม่ได้ตาบอดเพราะความรัก เบอร์นีรู้จักเจเรมีเป็นอย่างดี ดูตัวตนและอ่านเจตนาของเขาขาดกระจุย เข้าใจเขายิ่งกว่าที่เขาเข้าใจตัวเองเสียอีก ในฉากตอนท้ายเรื่อง เราชอบมากนะคะที่มีการเผชิญหน้า แต่ไม่มีการทำร้ายจิตใจอย่างจงใจ  ไม่มีเรื่องเข้าใจผิดให้น่ารำคาญใจอีกด้วย

ระหว่างอ่านหนังสือเรื่องนี้ แม็กซ์นึกถึงงานเขียนยุครุ่งเรืองของซูซาน อลิซาเบ็ธ ฟิลลิปส์เลยนะคะ พล็อตที่ดูปัญญาอ่อน แต่คาแร็คเตอร์ และการดำเนินเรื่องที่ทำให้เราหลงติดเข้าไปอย่างถอนตัวออกมาไม่ขึ้น 

ฉากที่เราชอบที่สุด และบ่อน้ำตาแตกเลยก็คือ ตอนช่วงท้ายเรื่อง เมื่อเจเรมีชวนเบอร์นีไปงานเลี้ยงการกุศลพร้อมกับกันเขา นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาไปด้วยกัน เพราะเธอเคยไปคุ้มกันเขาตามหน้าที่ตามงานเลี้ยงเหล่านี้หลายต่อหลายครั้ง แต่คราวนี้เธอไปในฐานะคู่เดทของเขา และ (สปอยล์) เจเรมีแต่งตัวพร้อมทั้งผูกไทเรียบร้อย ครั้งแรก และครั้งเดียวในชีวิตที่เจเรมีแต่งกายตามกาละเทศะของงาน นั่นบอกอะไรได้เยอะมากถึงความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ ความให้เกียรติที่เขามีให้ต่อผู้หญิงคนนี้ คนที่สำคัญที่สุดต่อเขา

เป็นหนังสือที่อ่านไปแล้วมีความสุขมาก ๆ เลยค่ะ และเราก็ดีใจมาก ๆ ด้วยที่ได้อ่าน คะแนนที่ 83

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

น่าอ่านนะเนี่ย บางทีเราคงต้องการน้ำตาลมาหล่อเลี้ยงหัวใจเหมือนกันนะคะ ^^

#1 By น้ำ (124.120.122.212) on 2011-07-27 22:57

น่าอ่านจริงๆค่ะ ... ถึงจะพลอตเดิมๆอย่างที่คุณแม็คว่า แต่หนังสือแนวๆนี้หละค่ะ ที่เราอ่านแล้วถอนตัวไม่ค่อยจะขึ้นเลย 555 big smile

#2 By เอส (58.9.71.82) on 2011-07-27 23:11

ชอบแนวนี้มากค่ะ คิดถึงนิยายของซูซานเหมือนกัน เป็นแนวที่ทำให้เราหลงติดเข้ามาในบ่วงนิยายโรมานซ์เต็มตัว อิอิ

#3 By dakikujung (113.53.148.239) on 2011-07-28 08:12

น่าอ่านจังเลยค่ะ หายากน่ะค่ะ พล็อตน้ำเน่าแต่เรื่องลงตัวไม่น่าเบื่อน่ะ นาน ๆ จะหลงมาสักรายbig smile

#4 By ducky (202.57.179.177) on 2011-07-28 10:01

คุณดักกี้ สนุกมากเลยค่ะ เราเพิ่งอ่านแนวน้ำเน่า (ฮาร์ลิควินเพรสเซน) เล่มอื่นจบไป ยังสู้เล่มนี้ไม่ได้เลย

#5 By max on 2011-07-28 12:04

ชอบฉากที่สปอยล์เหมือนกันค่ะ เสียดายนางเอกไม่ค่อยมีบทเท่ๆเลย ฉากในห้องลับที่นางเอกพลิกกลับมา run the show นี่สะใจมาก

#6 By chihaya on 2011-07-28 22:49

คุณกบคะ เราก็ชอบฉากในห้องลับเหมือนกัน ทำเอาพระเอกเอ๋อไปเลย สลับบทบาทกันเล็กน้อย และ (สำหรับเรา) เพิ่มคุณค่าให้กับตัวนางเอกด้วย (ที่ไม่ใช่เป็นฝ่ายรอกระทำอย่างเดียว)

#7 By max on 2011-07-29 08:31

ไม่ได้อ่านโรมานซ์ที่ขำก๊ากจริงๆแบบนี้มานานมากแล้วค่ะ ชอบตอน Dave Berger มากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่นำมารีวิว ไม่งั้นพลาดแน่ๆ

#8 By Fanclub (110.168.7.124) on 2011-08-07 08:59

พูดถึงฉากเดฟ เบอร์เกอร์ เราก็อดฮาอีกรอบด้วยคนไม่ได้ค่ะ ช่างคิดได้

#9 By max on 2011-08-07 18:51