Dark Angel & Lord Carew's Bride // Mary Balogh

posted on 30 Aug 2011 13:31 by maxtreme  in B-Club, C-Club, Historical

ต้องขอบคุณกระแสหนังสือฉบับแปลของเรื่องชุดนี้ที่กำลังวางขายอยู่ในขณะนี้ ประกอบกับอารมณ์อ่านเรื่องแนวย้อนยุคของแม็กซ์ในเดือนนี้พุ่งกระฉูด ก็เลยทำให้ได้เวลาเสียทีที่เราจะขุดเอาเรื่อง Dark Angel ซึ่งเป็นเล่มแรกในชุด และเป็นเล่มเดียวในชุดนี้ที่เรายังไม่ได้อ่าน ขึ้นมาอ่านเสียที แถมทั้งยังทำให้อารมณ์อ่านของเราที่มีต่อเรื่องนี้พุ่งสูงต่อเนื่องจนเราตัดสินใจอ่านเล่มสองและสามในชุดซ้ำอีกรอบ (ตอนนี้เราอ่านเล่มสามอยู่ค่ะ จบแล้วได้ความยังไงจะมาเล่าให้ฟังกันนะคะ)

 

หน้าปกที่เอามาโชว์เป็นฉบับพิมพ์ใหม่ค่ะ รวมเอาสองเล่มแรกในชุดมาอยู่ในเล่มเดียว ซึ่งแค่เรื่อง Lord Carew's Bride เล่มเดียวก็คุ้มค่าเงินแล้วล่ะค่ะ ดังนั้นถ้าใครยังไม่มีในครอบครองก็ไปหาซื้อมาได้แล้วล่ะ (เชียร์ออกนอกหน้า)

Dark Angel ของแมรี บาล็อคธ์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกในชุด ที่ไม่ได้มีชื่อชุดอะไร แต่เล่าเรื่องราวของกลุ่มคนในแวดวงเดียวกัน เรื่องชุดนี้ไม่จำเป็นต้องอ่านเรียงลำดับหรอกนะคะ เพราะแม็กซ์ก็ไม่ได้อ่านเล่มนี้ซึ่งเป็นเล่มแรกในชุดด้วยซ้ำ แต่ถ้ามีเวลาก็แนะนำว่า อ่านเรียงไปก็ดีค่ะ ไม่น่าผิดหวังหรอกค่ะ (แม้เล่มนี้จะเทียบกับเล่มสองในชุดไม่ได้เลยก็ตาม)

มิสเจนนิเฟอร์ วินวู้ดถูกหมั้นหมายกับลอร์ดไลโอเนล ซึ่งเป็นไวส์เคาท์เคอร์ซีย์มาตั้งแต่อายุสิบห้าปี และในครั้งแรกที่เจอหน้ากัน เจนนีก็ตกหลุมรักไลโอเนล เพราะเขาช่างเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตร รวมทั้งมารยาทที่งดงาม ทำให้เธอรู้สึกพอใจกับการหมั้นหมายที่บิดาจัดการให้เป็นอย่างยิ่ง

แต่ความตายของคนในครอบครัวของทั้งเขาและเธอ ทำให้ทั้งคู่ไม่ได้ประกาศการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการ และทำให้ฤดูกาลออกงานของเจนนีล่าช้าออกไป จนกระทั่งเธออายุได้ยี่สิบปี และเดินทางมาลอนดอนเพื่อออกงานเป็นครั้งแรก เจนนีมาพร้อมกับมิสซาแมนธา นิวแมนญาติผู้น้องวัยสิบแปดปี แม้ว่าเจนนีจะไม่ได้มองหาคู่ครองอีกต่อไป เพราะเธอมีชายในฝันอยู่ในดวงใจอยู่แล้ว แต่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่เจนนีเฝ้ารอที่จะได้ใกล้ชิดกับไลโอเนลมากขึ้น

ทว่าเหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น กาเบรียล เอิร์ลแห่งธอร์นฮิลล์ ชายผู้ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากยุโรป หลังจากการกระทำอันน่ารังเกียจซึ่งเป็นที่โจษจันท์ไปทั่ววงสังคมเมื่อเขาพาแม่เลี้ยงวัยอ่อนกว่าหนีไปจากบิดา แถมยังทิ้งเธอเอาไว้ที่สวิสเซอร์แลนด์เสียอีก กาเบรียลโผล่เข้ามาในชีวิตของเจนนีชนิดที่หญิงสาวไม่ได้ตั้งตัว แต่แตกต่างจากคนอื่น เจนนีไม่ได้เชื่อข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับเขา และน่าแปลก กาเบรียลกลับกลายเป็นชายคนที่เธอพูดคุยด้วยได้ และมีโอกาสใกล้ชิดกับเธอมาเสียยิ่งกว่าไลโอเนล คนที่เกือบจะเป็นคู่หมั้นของเธอเสียอีก

กระนั้นเจนนีก็บอกกับตัวเองเสมอว่า ในหัวใจของเธอมีแค่ไลโอเนลเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่สำคัญเลยว่า เธอจะเหินห่างจากชายคนนั้นมาเพียงใด หรือสนิทกับกาเบรียลมากเพียงใด 

จนกระทั่งเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้น และมันก็ทำลายชีวิตของเจนนีไปตลอดกาล

เล่มนี้ขึ้นต้นอืดไปหน่อยนะคะ การวางโครงเรื่องตั้งแต่ต้นทำให้คนอ่านรู้ว่า ใครคือพระเอก และใครคือตัวร้าย แต่สำหรับนางเอกเธอไม่ได้รู้ข้อเท็จจริงเหล่านั้น เจนนีก็เหมือนกับคนในวงสังคมที่มองทุกอย่างเพียงแค่ฉากหน้า และเห็นกาเบรียลเป็นปีศาล ในขณะที่ไลโอเนลคือ เทพบุตรผู้สมบูรณ์แบบ ดังนั้นตอนที่เราอ่านก็เลยหงุดหงิดเล็ก ๆ ค่ะที่นางเอกตาไม่สว่างเสียที เห็นคนร้ายเป็นพระเอกอยู่ได้ แถมยังบอกตัวเองเกือบตลอดทั้งเรื่องว่า รักเขายิ่งนัก 

นั่นเป็นความขัดใจนะคะ แต่ถ้าวิเคราะห์กันอย่างจริงจัง ก็จะพบว่า นั่นคือ ความตั้งใจของคนแต่งเลยล่ะ เพราะถ้าจะว่าไป หนังสือสองเล่มนี้ (รวมทั้งเรื่อง Lord Carew's Bride ด้วย) สอนให้คนอ่านมองลึกลงไปเกินกว่าฉากหน้า และความรักไม่จำเป็นจะต้องเกิดในทันทีที่พบหน้า ความรักอาจจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น และย่องเข้าหาอย่างไม่รู้สึกตัว ก่อนจะรู้ตัวอีกที ก็ตกหลุมรักไปจนหมดหัวใจ 

ความสัมพันธ์ระหว่างเจนนีและกาเบรียลก็เป็นแบบนั้น เจนนีคิดว่า ตัวเองหลงรักไลโอเนล แต่นั่นก็คือความหลงในรูปลักษณ์ภายนอก ความรู้สึกที่เจนนีซึ่งในเวลานั้นเด็กเกินกว่าจะแยกแยะออกมาได้ เมื่อเธอได้พบกับชายคนที่ใช่จริง ๆ เจนนีจึงสับสน (ซึ่งประเด็นนี้เราจะพูดต่อตอนเขียนถึงเรื่อง LCB นะคะ เพราะเล่มนั้นยิ่งชี้ชัดกว่า) 

สำหรับเราฉากที่สำคัญมาก และอาจจะถือเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องสำหรับเราเลย ก็คือ ฉากในคืนวันแต่งงาน (สปอยล์) เมื่อเจนนีที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับการแสดงความรักของกาเบรียล เมื่อได้สติ เธอร้องไห้อย่างหนัก เธอร้องไห้ให้กับความ "โลเล" ของตัวเอง นั่นเพราะเจนนียังปักใจเชื่อว่า ตัวเองรักไลโอเนล แต่ในขณะเดียวกันเธอกลับไม่รู้สึกเสียดายที่พลัดพรากจากเขาแม้แต่น้อย แถมยังมีใจไปให้กับกาเบรียล ชายคนที่เธอคิดว่า เป็นตัวร้ายเสียอีก เธอร้องไห้ให้กับความ "ตื้นเขิน" ของตัวเอง นั่นเพราะเจนนีหลงผิด คิดว่า ตัวเอง "ควร" จะต้องรักไลโอเนลผู้เคยเป็นภาพฝันมาตลอดชีวิต แต่ความรู้สึกลึก ๆ ในใจจริงของเธอได้แสดงออกมาแล้วว่า เธอ "รัก" กาเบรียล น่าเสียดายที่ฉากนี้อยู่เกือบท้ายเรื่องค่ะ มันเลยช้าไปสักหน่อยสำหรับเรา

คะแนนที่ 63

 

Lord Carew's Bride ของแมรี บาล็อคธ์

แล้วก็มาถึงเล่มนี้ค่ะ ซึ่งแม็กซ์เคยอ่านไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ครั้งนี้ฤกษ์งามยามดีเอากลับมาอ่านใหม่ แม็กซ์ตั้งคำถามตัวเองนะคะว่า ความรู้สึกของเราจะเปลี่ยนไปไหม

ซึ่งก็คำตอบค่ะว่า เปลี่ยนไปมากเลย และไม่ใช่ว่า เล่มนี้ไม่สนุกเหมือนที่จำได้ แต่มันกลับดีกว่าที่จำได้มากมายนัก จนทำให้เราเริ่มรู้สึกว่า ต้องไปหยิบงานเก่า ๆ ของแมรีมาอ่านใหม่อีกรอบเสียแล้วสิ เพราะไม่น่าเชื่อว่า เราจะให้คะแนนเล่มนี้ต่ำขนาดนี้นะคะ (ก่อนหน้าเราให้เล่มนี้ไว้ที่ 67 เอง ไม่น่าเชื่อตัวเองเลย) 

เรื่องนี้เป็นเล่มที่สองในชุด เล่าเรื่องราวต่อเนื่องจากเล่มแรกเล็กน้อย ผ่านคาแร็คเตอร์นางเอก นั่นก็คือ มิสซาแมนธา นิวแมน ซึ่งเวลาหกปีได้ผ่านไปแล้ว หลังจากที่เธอถูกหักอกอย่างรุนแรง ซาแมนธาในวัยสิบแปดตกหลุมรักเป็นครั้งแรกกับคู่หมั้นของญาติผู้พี่ ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจของเธอมาตลอด แต่ที่เจ็บช้ำที่สุดก็คือ การได้รู้ว่า เธอเป็นเพียงเบี้ยตัวนึงในเกมส์ที่ชายโฉดคนนั้นใช้

ซาแมนธาเป็นสาวสวยสมบูรณ์แบบ แต่แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยชายทั้งหมายที่หมายปอง แต่ซาแมนธาก็ไม่คิดจะแต่งงาน ด้วยวัยยี่สิบสี่ปี เธอใกล้จะอายุครบยี่สิบห้าปี ซึ่งเป็นอายุที่เธอจะสามารถดูแลมรดกด้วยตัวเองได้ แต่ในระหว่างที่เธอไปเยี่ยมญาติสาวในชนบท ระหว่างการเดินเตร็ดเตร่ เธอก็พลัดหลงเข้าไปยังที่ดินซึ่งอยู่ในอาณาเขตบ้านของมาร์ควิสแห่งคาริว 

เธอได้พบกับฮาร์ทลีย์ เวด ชายคนที่เธอคิดว่า เป็นนักจัดสวนธรรมดาสามัญ อย่างไม่รู้ตัว ซาแมนธาพบว่า ตัวเองเดินไปพบ และพูดคุยกับฮาร์ทลีย์ทุกวัน ชายคนที่ทำให้เธอสบายใจยิ่งนัก ชายคนที่เธอถือว่า เป็นเพื่อนสนิท คนที่เธอไม่ต้องห่วงว่า จะตกหลุมรัก สำหรับซาแมนธาแล้ว ฮาร์ทลีย์คือคนที่ปลอดภัย คนที่เธอไม่ต้องเอาหัวใจไปเสี่ยงอีกต่อไป

มาร์ควิสแห่งคาริวเป็นบรรดาศักดิ์ที่สูงศักดิ์ และถ้าเป็นชายคนอื่น เขาคงจะเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอม พร้อมไปดูรูปสมบัติ แต่ฮาร์ทลีย์ เวดดูไม่เหมือนมาร์ควิสที่คนส่วนใหญ่คาดคิด อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตอนเขาอายุหกขวบทำให้ร่างกายด้านขวาของเขาผิดรูป มือขวาที่คดงอ ขาที่เดินกระเผก กระนั้นฮาร์ทลีย์ก็แปลกใจที่ซาแมนธาไม่รู้ว่า แท้จริงแล้ว เขาคือ คาริว

นั่นทำให้เขาเลือกที่จะปล่อยให้เธอเข้าใจผิดต่อไป เพราะเขากลัว... กลัวว่า ถ้าเธอรู้ว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นถึงมาร์ควิส และมีทรัพย์สมบัติมหาศาล เธอจะเปลี่ยนแปลงไป เขาไม่ต้องการให้เธอต้องการเขา เพราะสิ่งของภายนอก เขาต้องการให้เธอมองเห็นเขาในตัวตนที่แท้จริง ชายที่อาจจะไม่สมบูรณ์แบบ รูปลักษณ์ที่แสนจะธรรมดา ชายผู้รักความสงบเงียบ และการจัดตกแต่งสวน 

เวลาที่ทั้งสองใช้ด้วยกันในช่วงสั้น ๆ ในชนบท เปลี่ยนแปลงโลกของทั้งคู่ไปตลอดกาล  เมื่อซาแมนธากลับมาลอนดอน เธอไม่อาจลืม "เพื่อน" คนที่เธอได้พบไปได้ ในขณะเดียวกันคาริวก็ทนความคิดถึงซาแมนธาไม่ไหว จนตัดสินใจเดินทางมาลอนดอน แม้จะบอกตัวเองว่า ไม่ได้เพื่อพบกับเธอ แต่ขอแค่แอบเห็นหน้าก็พอใจแล้ว

และแล้วชายผู้หักอกซาแมนธาก็เดินกลับเข้ามาในชีวิตของหญิงสาว แม้เธอจะบอกตัวเองว่า เกลียดเขามากเพียงใด แต่เส้นแบ่งระหว่างความรักและความเกลียดนั้นบางมาก และเธอกลัวใจตัวเองว่า จะอ่อนละลายไปกับคำหวานของชายคนนั้น ดังนั้นเมื่อฮาร์ทลีย์ เพื่อนรักปรากฎตัวในลอนดอน และเขาขอเธอแต่งงาน ซาแมนธาตกปากรับคำในทันที และคิดว่า นี่จะเป็นการแต่งงานที่แม้ปราศจากความรัก แต่เต็มไปด้วยมิตรภาพ

แต่คาริวไม่ได้คิดแบบนั้น

ก่อนอื่นเราคงต้องเตือนเลยว่า จังหวะของเรื่องนี้ค่อนข้างช้านะคะ ดังนั้นหมายความว่า เวลาอ่านอย่ารีบอ่าน ค่อย ๆ ซึมซับเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ดีกว่า และจะชื่นชมกับคุณค่าของหนังสือเล่มนี้ได้ดีขึ้น 

มีอะไรหลายอย่างที่เราชอบในเล่มนี้มาก ๆ ค่ะ แต่จุดใหญ่ที่สุดและต้องพูดถึงก่อนอื่นก็คงจะเป็นคาแร็คเตอร์ของพระเอก เรื่องนี้มีพระเอกที่ธรรมดามากเสียจนถ้าอยู่ในมือของนักเขียนคนอื่น ฮาร์ทลีย์คงจะเป็นได้แค่พระรองที่แสนดี แต่ในหนังสือเล่มนี้เขาเจิดจรัสและเปล่งรัศมีมาก 

ฮาร์ทลีย์เป็นชายที่หน้าตาธรรมดา ในขณะที่คู่แข่งในเรื่องความรักของเขาเป็นหนุ่มสุดหล่อที่สาวหลงใหลไปทั้งเมือง ที่ยิ่งไปกว่านั้นฮาร์ทลีย์เป็นคนที่ดีมาก ๆ ซึ่งสำหรับหนังสือโรแมนซ์นั่นไม่ใช่ข้อดีหรอกนะคะ กระทั่งตัวแม็กซ์เองก็เคยพูดไปหลายครั้งว่า เราชอบพระเอกแนวแบดบอยมากขนาดนั้น และถ้าคิดไปให้ดี ตัวร้ายในเรื่องก็มาแนวแบดบอยเลยล่ะ พูดไปแบบนี้เราขอบอกนะคะว่า ตลอดเวลาที่อ่านหนังสือเล่มนี้ ฮาร์ทลีย์คือพระเอกสำหรับเรา และจะให้เลือกกี่ครั้ง เราก็เลือกเขาแน่นอน 

แม็กซ์ไม่ใช่คนฟังเพลงนะคะ ดังนั้นเราหาเพลงฝรั่งเท่ห์มาเปรียบเทียบกับฮาร์ทลีย์ไม่ได้ แต่เรานึกถึงเพลง "เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ)" ของเพชร โอสถานุเคราะห์มากตอนที่คิดถึงคาแร็คเตอร์ของฮาร์ทลีย์ เพราะเขาคือคนธรรมดาคนนึงที่ตกหลุมรักนางเอกอย่างมากมาย

คนแต่งไม่ได้ทำให้ฮาร์ทลีย์เป็นสุดยอดผู้ชาย เขามีข้อจำกัดทางร่างกาย และเขารู้ดีแก่ใจอย่างยิ่ง กระนั้นฮาร์ทลีย์ไม่เคยใช้มันมาเป็นข้ออ้างในการจำกัดชีวิตของตัวเอง ที่สำคัญที่สุดเขาใช้เรื่องเลวร้ายในอดีตเป็นบทเรียนทำให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้น ฉากจบที่พระเอกของเราสั่งสอนผู้ร้าย ถือเป็นหนึ่งในฉากที่ได้รับการพูดถึงในหมู่แฟนหนังสือโรแมนซ์มากที่สุด เพราะมันเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความเข้มแข็งของฮาร์ทลีย์ ไม่ใช่ในแง่ที่เขาเก่งกาจเหนือคนร้าย แต่เป็นความพยายามตลอดชีวิตของเขาที่จะไม่ปล่อยให้ข้อจำกัดทางร่างกายเป็นข้ออ้างในการหยุดทำในสิ่งที่เขาต้องการ 

ในแง่ที่คล้ายคลึงกับเรื่อง Dark Angel ก็คือ การที่ซาแมนธาสับสนในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อพระเอก และตัวร้าย เธอบอกตัวเองตลอดทั้งเรื่องว่า ฮาร์ทลีย์คือ "เพื่อน" ที่แสนดี เธอไม่ได้รักเขา นั่นเพราะเธอเคยมีความรักเมื่ออายุสิบแปดปี และความรู้สึกที่เธอมีให้กับฮาร์ทลีย์ไม่มีอะไรเหมือนกับที่เธอเคยรู้สึก 

เรายอมรับนะคะว่า แรก ๆ ก็หงุดหงิดนางเอกไปบ้าง เพราะสาวเจ้าช่างไม่เก็ตเอาเสียเลย มันปรากฎยิ่งกว่าชัดสำหรับเรา (คนอ่าน) เลยค่ะว่า เธออยู่ในห้วงรักมากแค่ไหน ยิ่งเธอปฏิเสธ เราก็ยิ่งแน่ใจ แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ ก็เข้าใจนะคะ นั่นเพราะซาแมนธาไม่เคยมีความรัก เธอเคยแต่ "คิด" ว่าตัวเองมีความรัก และความรู้สึกมันก็เทียบกันไม่ได้เลย เมื่อเธอรักเข้าให้จริง หญิงสาวถึงไม่รู้สึกตัวเลยกับความรู้สึกที่ตัวเองมีให้กับฮาร์ทลีย์จนกระทั่งวันที่เธอตระหนักว่า ได้สูญเสียเขาไปแล้ว

นี่เป็นหนังสือที่เรารู้สึกว่า พระเอกรักนางเอกมาก รักจนหมดหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้ความรักนั้นมาทำลายตัวตนของเขาเอง เราชอบฉากช่วงท้ายเรื่อง (สปอยล์) เมื่อฮาร์ทลีย์ตระหนักถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ซาแมนธาตอบตกลงแต่งงานกับเขา ซึ่งไม่ใช่เพราะเธอรักเขาอย่างที่เขาเข้าใจ แต่เป็นเพราะเธอต้องการหนีไลโอเนล เขาหลุดปากพูดมาประโยคนึงที่ว่า "เขาไม่ได้ต้องการชีวิตแต่งงานที่ปราศจากความรัก" ตรงนี้ได้ใจเรามากเลยนะคะ นั่นเพราะมันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ฮาร์ทลีย์ไม่ได้ตีราคาตัวเองต่ำ เพียงเพราะเขามีร่างกายไม่สมประกอบ หรือเพราะซาแมนธาเป็นดอกฟ้า เขาจะต้องเอี้อมเพื่อให้ได้ตัวเธอ เขาแต่งงานกับเธอ เพราะเขารักเธอ และ (ในเวลานั้น) เข้าใจว่า เธอเองก็รักเขา

มีหลายฉากที่เราอ่านไปก็ถอนหายใจไป (สปอยล์) ฉากคืนดีกันของทั้งคู่ก็เรียบง่าย และหวานยิ่งกว่าการลงทุนลงไปคุกเข่ากราบเท้านางเอกในหลายเรื่อง ซึ่งนี่เป็นจุดเด่นของหนังสือเรื่องนี้เลยนะคะ อย่างที่เราบอกว่า หนังสือเล่มนี้ต้องค่อย ๆ อ่าน จังหวะของเรื่องไม่ได้หวาดเสียวร้อนแรง การเขียนฉากคืนดีกันแบบนี้เหมาะสมกับจังหวะเรื่องที่นำหน้ามาอย่างมาก (เราไม่ได้หมายความว่า การที่พระเอกลงไปคุกเข่าขอโทษนางเอกใช้ไม่ได้นะคะ เพียงแต่ไม่ได้เหมาะที่จะเอามาใช้ในเรื่องนี้เท่านั้นเอง)

การได้อ่านเล่มนี้อีกรอบ ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองค่ะ ถึงวุฒิภาวะที่เราให้คะแนนหนังสือเรื่องนี้ในเวลานั้น (ซึ่งก็เมื่อประมาณสิบปีก่อน) ทำไมเราถึงไม่ได้ซาบซึ้งกับมันเท่านี้นะ ไม่ใช่ว่าเราคิดว่า เล่มนี้ไม่สนุกนะคะ เราจำได้เสมอว่า เล่มนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ดีมากของแมรี บาล็อคธ์ เพียงแต่เราไม่ได้รู้สึกว่า มันจะดีถึงขนาดนี้ 

ตอนนี้เราก็เลยเกิดคำถามค่ะ เพราะในสมองของเราจดบันทึกเสมอว่า The Famous Heroine คือเล่มที่สนุกทีุ่สุดในชุดนี้ (ไม่นับเรื่อง A Christmas Bride นะคะ) ตอนนี้เราชักอยากรู้แล้วค่ะว่า เรายังคิดแบบนั้นอยู่ไหม ก็เลยไปหยิบเอรา TFH มาอ่านใหม่อีกรอบแล้วค่ะ เดี๋ยวคงจะได้รู้คำตอบกัน

สำหรับเล่มนี้ คะแนนที่ 83

Edited to Add: เห็นคอมเม้นต์ของคุณกบค่ะ ก็เลยนึกออกว่า เราลืมพูดประเด็นที่สำคัญมาก ๆ ของหนังสือคู่นี้ไปเลย นั่นก็คือ ความรักในสองเรื่องนี้ไม่ได้วูบวาบ ร้อนแรงตั้งแต่แรกเห็น แต่เริ่มต้นจากคำว่า เพื่อน ทำให้โรแมนซ์ที่เกิดมีความน่าเชื่อถือมาก ๆ และคนอ่านเป็นคนที่เห็นถึงความรักที่เกิดขึ้นได้ก่อนคาแร็คเตอร์ ส่วนที่ยากที่สุดในการอ่านเรื่องนี้ก็คือ นางเอกทั้งสองเล่มคิดว่า ตัวเองมีใจให้กับคนอื่นที่ไม่ใช่พระเอก และบอกกับตัวเองเช่นนั้ันอยู่เกือบตลอดทั้งเรื่อง แต่ถ้าอ่านเนื้อความในส่วนของการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกและนางเอกให้ดีแล้ว ก็จะเห็นถึงความรัก และความลงตัวของทั้งคู่อยู่ในเนื้อเรื่องอย่างชัดเจน (เพียงแต่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเองว่า ได้หลงรักเพื่อนไปเสียแล้วนั่นเอง)

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ตอนแรกที่อ่าน Dark Angel เฉยๆกับซาแมนธามากเลยนะคะ แต่พอมาอ่าน LCB แล้วเริ่มโอเคกับเธอขึ้นมา แต่แน่นอนว่าที่ทำให้ประทับใจสุดๆคือ ฮาร์ทลีย์ เป็นหนึ่งในพระเอกที่เราจดจำได้แม่นเลย และเวลาที่ความจริงเปิดเผยออกมา สองคนนี้ไม่ได้ทะเลาะกันเยิ่นเย้อเหมือนบางเรื่องด้วย ซึ่งตรงกับที่บอกว่าความสัมพันธ์เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน

เราชอบ TFH กับ ACB เหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะ ACB (เรานับเป็นชุดนี้นะคะ เพราะไม่ได้อ่าน The Precious Jewel)

#1 By chihaya on 2011-08-30 15:36

ไม่ได้อ่าน Precious Jewel เหมือนกันค่ะ (ยังทำใจไม่ได้) แต่กลับไปนับ ACB เป็นอีกชุดนึง อาจเพราะอ่านเล่มไปก่อนจะมาเริ่มต้นอ่านชุดนี้ค่ะ

ถ้ารวม ACB ด้วย เราชอบ ACB ที่สุดนะคะ แต่ตอนนี้ยอมรับว่าไม่แน่ใจซะแล้ว เพราะตอนอ่าน LCB ใหม่แล้ว รู้สึกเหมือนเราใจร้ายกะ LCB มาก ๆ

ชอบการทะเลาะกันของทั้งคู่ค่ะ ไม่ได้ชอบการทะเลาะนะคะ แต่เขียนฉากทะเลาะได้สมจริงกะนิสัยของทั้งสองคนมาก ตอนคืนดีก็สมนิสัยอีก ไม่เมโลดรามาเกินเหตุ

เห็นคุณกบพูดเรื่องความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเพื่อน ทำให้นึกออกว่า ยังไม่ได้เขียนถึงประเด็นนี้ในบลอก เดี๋ยวกลับไปเขียนเพิ่มดีกว่า

#2 By max on 2011-08-30 15:40

ที่ไม่ได้อ่าน Precious Jewel ก็เพราะทำใจไม่ได้เหมือนกันค่ะ มันโหดยิ่งกว่า Secret Pearl อีก แต่เรื่องนั้นเราชอบมากเลยนะคะ อ่านแล้วน้ำตาร่วงเผาะๆเลย

สำหรับกบในชุดนี้ LCB > ACB > TFH > TPB > DA

ใช่แล้วค่ะ (หงึกๆๆ) คุณเมย์อย่าใจร้ายกับฮาร์ทลีย์สิคะ XDDD

#3 By chihaya on 2011-08-30 16:05

เดี๋ยวอ่านใหม่จะเรียงอันดับให้ดูใหม่ค่ะ เอาตามความรู้สึกเดิม (ก่อนรีรีดนะคะ)

ACB>TFH>LAB>TPB (เพิ่งอ่าน DA เมื่อสองวันก่อนนี้เอง)

ขอสารภาพว่า ตอนนี้สงสัยตัวเองตะหงิด ๆ ว่า ตัวเองเอาเรื่อง Tempting Harriet (จากอีกชุดนึง) มาจำสับสนกะเรื่อง TPB ไปแล้วแน่ ๆ สงสัยต้องอ่าน TPB อีกรอบเช่นกันค่ะ (อย่างน้อยแน่ใจว่า อ่านแล้วทั้ง TH และ TPB)

The Secret Pearl ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ อ่านบทแรกที่นางเอกมาเสนอตัวให้พระเอกแล้วเครียดกิน เลยหยุดอ่านไปเลยค่ะ

#4 By max on 2011-08-30 16:14

Secret Pearl ตอนแรกเราก็ผงะเหมือนกันค่ะ แต่ซื้อหนังสือมาแ้ล้ว เลยต้องอ่านต่อ ขอยืนยันว่าไม่โหดเท่า Precious Jewel (อันนี้ยังทำใจไม่ได้จริงๆ)

TPB กบว่าสนุกกว่า Tempting Harriet นะคะ แต่เทียบสามอันดับแรกไม่ได้

ว่าแต่ Tempting Harriet นี่ ชุดนั้นคุณเมย์อ่าน Dancing with Clara แล้วคิดว่าไงคะ

#5 By chihaya on 2011-08-30 16:29

เราชอบ Dancing with Clara มากค่ะ แต่เราไม่ได้อ่าน Courting Julia นะคะ เลยไม่มีด้านลบต่อเฟรดดี้เท่าไหร (ตอนนี้เริ่มเอา CJ มาลูบดูแล้วค่ะ คาดว่า คงจะหลงอยู่ในวังวนของแมรี บาล็อคธ์อยู่อีกพักใหญ่) คุณกบคิดยังไงบ้างคะ

#6 By max on 2011-08-30 16:38

ชอบ Dancing with Clara มากเหมือนกันค่ะ =D เห็นมีหลายคนไม่ชอบ เลยลองถามดู Courting Julia เราก็ชอบค่ะ แต่น้อยกว่า DwC เราไม่รู้สึกเลวร้ายกับเฟรดดี้นะคะ กลับรู้สึกว่าเพราะอ่าน CJ เลยทำให้อ่าน DwC สนุกขึ้น

#7 By chihaya on 2011-08-30 16:53

เทียบกะคะแนนในอดีตของ LCB เราชอบ DWC มากกว่านะคะ แต่ไม่รู้ว่า ถ้าหยิบมาอ่านใหม่ คะแนนจะเปลี่ยนอีกไหม (ตอนนี้ไม่มั่นใจตัวเองในการให้คะแนนงานของแมรีในอดีตเลยค่ะ)

#8 By max on 2011-08-30 17:36

หลังจากที่อ่านจบไปแล้วสองเล่มจึงกลับมาอ่านรีวิวของคุณแม็กซืค่ะ ก้อขอสารภาพเลยว่าเราขัดใจช่วงแรกมาก ๆ กับเล่มแรกจนอดใจพลิกไปอ่านช่วงท้ายเช่นเดียวกับเล่มสองน่ะค่ะ แต่การพลิกไปไม่ได้หมายความว่าหนังสือมันไม่น่าอ่านตรงกันข้ามแมรี่เขียนจนเรารู้สึกว่ามันบีบคั้นหัวใจเรามาก ๆ ค่ะ

#9 By ducky (202.57.179.29) on 2011-09-20 14:45

มาเขียนต่อค่ะ กลัวไม่ขึ้น
สำหรับเล่มแรกเราประทับใจฉากช่วงท้ายที่พระเอกถึงกับร้องไห้กับความรักที่นางเอกมอบให้กับพระเอกมาก ๆ ค่ะ และอีกฉากตอนที่ทุกคนเข้าไปดูใจพ่อเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ มีหลายฉากมาก ๆ ค่ะที่อ่านแล้วสะเทือนอารมณ์
ส่วนเล่มสองเราชอบฉากเดียวกับคุณแม็กซ์ค่ะเรียบง่ายแต่แฝงด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้งมาก ๆ และยังมีอีกหลายฉากค่ะ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าความรักนั้นช่วงสวยสดงดงามและละเมียดละไมเกินกว่าที่จะมองตาก็รักกันแล้วbig smile

#10 By ducky (202.57.179.29) on 2011-09-20 14:52