Jillian Conrad Series // Michelle Rowen

posted on 16 Sep 2011 14:34 by maxtreme  in C-Club, D-Club, UrbanFantasy

แม็กซ์พยายามอ่านงานเขียนของมิเชลล์ โรแวนมาหลายต่อหลายครั้งแล้วนะคะ แต่ไม่สำเร็จจบเรื่องเลยสักเล่มเดียว จนเมื่อเดือนก่อนทนอ่านเรื่องแนวฮาร์ลิควิน เบลซของเธอจบไปได้หนึ่งเล่มด้วยความกล้ำกลืน (เพราะไม่สนุกเอาเสียเลย) แต่จู่ ๆ เมื่อวันเสาร์เราก็เกิดอารมณ์อยากอ่านเรื่อง Nightshade ขึ้นมาซะอย่างนั้น ก็เลยต้องไปค้นลังหนังสือซะวุ่นวาย 

ว่าไปแล้วการเขียนเรื่องชุดนี้ ถือเป็นการพลิกแนวเขียนของมิเชลล์ โรแวนเลยก็ว่าได้ เพราะเธอมักเขียนเรื่องโทนเบา ๆ ขำขัน แม้จะเป็นแนวพารานอมอลแต่เป็นโลกด้านที่ไม่มืดมนนัก แต่ในชุดนี้เธอเล่าเรื่องที่ถือว่าก้ำกึ่งแนว Urban Fantasy แถมคาแร็คเตอร์ก็ค่อนข้างสีเทาในระดับนึงเลย ซึ่งมันก็ถือว่าได้ผลสำหรับเราในระดับนึงนะคะ เพราะถือว่าสนุกกว่างานที่เบากว่าของเธอ (แต่เราก็เพิ่งอ่านไปเล่มเดียว กะหลายเล่มที่อ่านไม่จบซักกะทีึ)

  Nightshade ของมิเชลล์ โรแวน

จิลเลียน คอนราดเป็นผู้หญิงธรรมดา ที่ทำงานธรรมดา แต่ชีวิตของเธอได้เปลี่ยนแปลงไปเพียงเพราะการอยู่ผิดที่ผิดเวลา ในขณะที่เธอออกไปซื้อกาแฟ ขึ้นลิฟท์เพื่อกลับไปยังที่ทำงาน ระหว่างทางประตูเปิดออก และเธอกลายเป็นตัวประกันของนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่เอาเข็มฉีดยาจ่อคอเธอไว้

อีกด้านนึงชายที่เต็มไปด้วยแผลเป็นน่าเกลียดถือปืนจ้องมา คำขู่ว่า จะเอาชีวิตเธอหากเขาเข้ามาใกล้ไม่เป็นผล ชายคนนั้นไม่สนใจชีวิตของจิลเลียน เขาไม่สนใจว่า คนข้างทางอย่างเธอจะเป็นอะไร วัตถุประสงค์ของเขาก็เพื่อของบางสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์คนนั้นมีอยู่

การเผชิญหน้าจบลงด้วยการที่เข็มฉีดยานั้นถูกแทงไปที่คอของจิลเีลียน และมันก็เปลี่ยนแปลงเธอไปตลอดกาล

ชายแปลกหน้าที่ไม่แคร์ความเป็นความตายของเธอ กลายเป็นผู้พิทักษ์เธออย่างช่วยไม่ได้ นั่นเพราะตัวยาสำคัญที่เขาต้องการหลอดสุดท้ายได้ถูกฉีดเข้าไปในร่างของจิลเลียนแล้ว ตัวยาที่เขาบอกกับเธอว่าเป็นยาพิษ แต่มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น

มันทำให้เธอกลายเป็นสิ่งที่ต้องการอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ของแวมไพร์ แต่เมื่อใดก็ตามที่แวมไพร์ดื่มเลือดของเธอ ชีวิตที่เคยเชื่อว่าเป็นอมตะก็สูญสลายไปง่าย ๆ แค่นั้น

เดกแคลน เรเยสเป็นชายผู้ไร้ความรู้สึก แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของเขา ผลผลิตของแวมไพร์และมนุษย์ ทำให้เดกแคลนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองโลก ลูกครึ่งแวมไพร์ผู้ถูกเลี้ยงดูโดยพ่อเลี้ยงที่ทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดแวมไพร์ และเดกแคลนคืออาวุธที่ดีที่สุด แต่เพื่อควบคุมด้านมืดของความเป็นแวมไพร์ เดกแคลนต้องฉีดยาทุกสามชั่วโมง ยาที่มีผลข้างเคียงทำให้เขาปราศจากความรู้สึกทุกอย่างโดยสิ้นเชิง

แต่เมื่อถูกมนุษย์ที่รับใช้แวมไพร์ดักทำร้ายปางตาย จิลเลียนกลายเป็นพยาบาลที่ดูแลอาการของเดกแคลน และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาไม่มียาให้ฉีด และเป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มมีความรู้สึก นั่นทำให้ตัวตนที่แท้จริงของเขาถูกเผยออกมา และมันแตกต่างจากนักฆ่าใจเหี้ยมคนที่จิลเลียนคิดว่ารู้จัก

เราว่า ความโดดเด่นของเรื่องนี้อยู่ที่คาแร็คเตอร์ของนางเอกค่ะ ตรงที่เรื่องราวถูกเขียนออกมาเป็นแนว Urban Fantasy แต่จิลเลียนไม่มีลักษณะความกร้านโลกของนางเอกแนวนี้เท่าไหรนัก คนแต่งทำให้เราเชื่อได้ว่า จิลเลียนคือพนักงานบริษัทธรรมดาที่ตกกระไดพลอยโจนกลายมาเป็นเหยื่อล่อชั้นดีของแวมไพร์ เธอมีความไร้เดียงสาของคนที่ไม่เคยเผชิญหน้ากับด้านมืด ไม่ได้เก่งกาจเกินเหตุ หรือมีอุดมการณ์สูงส่งเช่นเดียวกับตัวเอกในเรื่องแนวนี้คนอื่น ๆ ทั้งหมดนั่นทำให้จิลเลียนเป็นความสดใหม่ในหนังสือแนวที่มีสูตรมากมายแนวนี้

แม็กซ์มีปัญหากับเดกแคลนพอสมควรในตอนต้นเรื่อง เราว่าเขาโหดเหี้ยมเกิดพิกัด การอธิบายว่า เขาใช้ยาจนทำให้ไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็เป็นทางออกในการอธิบายพฤติกรรมของเขาได้ในระดับนึง แต่เราก็ยังรู้สึกว่า เขาเย็นชามาก ๆ นอกจากนี้แล้ว เมื่อเรื่องดำเนินไป ก็มีตัวละครอื่นโผล่มาชนิดว่า ขโมยซีนไปเลยสำหรับเรา (สปอยล์) แมทเธียส ซึ่งเป็นราชาแห่งแวมไพร์ที่จิลเลียนถูกส่งไปกำจัด ทำเอาพระเอกคนนี้แทบจะตกกระป๋องไปเลยล่ะ

โดยรวมขอบอกว่าผิดคาดนะคะ เพราะดีกว่าที่คิด (เมื่อเทียบจากประสบการณ์การอ่านงานของนักเขียนคนนี้ของเรา) แต่ไม่ได้ดีขนาดที่จะทำให้เราร้อง "ว้าว" ได้ แต่ก็มากพอจะทำให้เราอ่านต่อเล่มต่อไปในชุด

คะแนนที่ 57

  Bleeding Hearts ของมิเชลล์ โรแวน

อยู่ในหนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง Primal

ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้หรอกนะคะ เราหยิบ Bloodlust มาอ่านแล้วค่ะ แต่พบว่า เนื้อเรื่องมีความกระโดดจากเล่มแรกอย่างมาก ชนิดที่ว่า เรารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในคาแร็คเตอร์ชนิดที่เรียกได้ว่า เป็นคนละคนจากเล่มแรกในชุด เราเลยสงสัยว่า จุดเปลี่ยนน่าจะอยู่ในเล่มนี้แหละ ก็เลยไปคุ้ยมานั่งอ่าน

ซึ่งคำตอบทีไ่ด้รับก็คือ เล่มนี้ไม่ได้อธิบายความเปลี่ยนแปลงในแง่คาแร็คเตอร์หรอกค่ะ (เราจะพูดประเด็นนี้ต่อตอนรีวิว Blood Lust ค่ะ)

เรื่องนี้เล่าต่อเนื่องจากตอนจบของเล่มแรกเลยค่ะ ดังนั้นถ้าคิดจะอ่านแบบไม่ให้เสียอรรถรสก็ไม่ต้องอ่านรีวิวนะคะ

หลังจากพบว่า นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานเพื่อปราบแวมไพร์ก็ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าแวมไพร์ กลับกลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง จิลเลียนและเดกแคลนก็เริ่มออกเดินทาง และหาหนทางในการรักษาจิลเลียนจากพิษของไนท์เชด ซึ่งเป็นตัวยาที่ถูกฉีดเข้าไปในร่าง และเปลี่ยนเลือดของจิลเลียนให้เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้สำหรับแวมไพร์ แต่กลับมีพิษที่ฆ่าพวกเขาได้

เดกแคลนพาจิลเลียนไปพบเพื่อนที่เป็นนักล่าแวมไพร์อีกคน ซึ่งแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกับนักวิทยาศาสตร์อีกคนนึง ซึ่งอาจจะพอมีทางรักษาจิลเลียนได้ ในขณะที่ค้นหายารักษา ความสัมพันธ์ระหว่างจิลเลียนและเดกแคลนก็พัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ

ตอนนี้พวกเขาไม่ใช่ผู้จับ และผู้ถูกจับอีกแล้ว เดกแคลนมีใจให้กับเธอ แต่ในขณะเดียวกันยาที่เดกแคลนถูกฉีดเข้าไปตอนท้ายเล่มแรก ก็ทำให้เขาไร้ความรู้สึกอีกครั้ง และอาการไร้ความรู้สึกรวมไปถึงความต้องการทางเพศด้วย หลังจากที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน (ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตของเดกแคลนอีกต่างหาก) ในเล่มแรก แต่ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้

ด้วยความเป็นที่เรื่องสั้น เราไม่แนะนำให้ใครเริ่มต้นอ่านชุดนี้ที่เล่มนี้นะคะ เพราะมันสปอยล์เล่มแรกเละมาก และมันก็ไม่ได้มีบทสรุปอะไรในแง่ความสัมพันธ์ของพระเอกนางเอกเลย

 Bloodlust ของมิเชลล์ โรแวน

ข่าวว่าจนถึงตอนนี้ เล่มนี้น่าจะเป็นเล่มสุดท้ายในชุดแล้วค่ะ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า จะเขียนต่อ เพราะตอนจบเรื่องนี้ก็ไม่ถึงกับปิดทางไปซะทีเดียว

เล่มนี้เล่าเรื่องต่อของการค้นหายารักษาจิลเลียนซึ่งถูกฉีดไนท์เชดเข้าไป ในขณะเดียวกันเดกแคลนก็เริ่มสืบความจริงเกี่ยวกับสภาพของตัวเอง ที่เป็นลูกครึ่งแวมไพร์ ข่าวสำหรับพวกเขาทั้งสองไม่ค่อยดีนัก จิลเลียนกำลังจะตาย และเดกแคลนกำลังจะเป็นบ้า ไม่มีลูกครึ่งแวมไพร์คนไหนอยู่รอดเกินอายุสามสิบโดยที่ไม่เสียสติ หรือคลั่งไล่ล่าฆ่าคน

แต่การกลับมาของแมทเธียส อดีตราชาแห่งแวมไพร์ซึ่งถูกเข้าใจว่าตายไปแล้วในเล่มแรกเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนั่น  แต่เขาไม่เหมือนเดิม พลังของแมทเธียสอ่อนแรงลง และเปิดโอกาสให้คริสตอฟ พี่ชายฝาแฝด ซึ่งเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนถูกแมทเธียสจับขังกลับมา และคริสตอฟไม่ใช่แวมไพร์รักสงบเหมือนแมทเธียส เขากระหายเลือด และต้องการเป็นผู้ปกครองมนุษย์ ซึ่งจิลเลียนถูกดึงเข้าไปอยู่ตรงกลางของการต่อสู้ระหว่างสองพี่น้องอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเลือดของเธอ คืออาวุธเดียวที่แมทเธียสรู้ว่า จะเอาชนะคริสตอฟที่ตอนนี้แข็งแกร่งกว่าได้

ปัญหาใหญ่ของเราต่อเรื่องนี้ก็คือ การกระโดดอย่างมากของคาแร็คเตอร์ โดยเฉพาะในแง่ของความรู้สึกที่จิลเลียนและเดกแคลนมีให้กันและกัน ในตอนจบของเรื่อง Nightshade เราไม่ได้รู้สึกว่า มันได้พัฒนาไปถึงขั้นความรักแล้วนะคะ อาจจะแค่เริ่มมีใจให้กัน และมองเห็นกันและกันด้วยสายตาที่ชัดเจนขึ้น เดกแคลนที่หลุดพ้นจากฤทธิ์ยา รู้สึกถึงความผิดชอบชั่วดี จิลเลียนที่รู้ถึงภูมิหลังของเขาก็เข้าใจความเหี้ยมโหดที่เขาต้องมีเพื่อทำงานให้สำเร็จ ตอนจบเล่มแรกทั้งคู่เพิ่งเข้าสู่ขั้นจูงมือก้าวแรกไปพร้อมกันเท่านั้นเอง (แม้จะมีเซ็กส์กันไปแล้วก็ตาม)

แต่พอมาเล่มสองเปิดเรื่อง ราวกลับจิลเลียน และเดกแคลนมีใจให้กันไปมากกว่าครึ่ง ผูกพันกันมาก ๆ ชนิดที่เราเพิ่งอ่านเล่มแรกจบ มาเปิดเล่มสองงงค่ะ เลยต้องย้อนไปไล่อ่านเรื่องสั้น (ซึ่งเป็นเหตุการณ์ตรงกลางระหว่างสองเล่ม) แต่ก็ไม่ได้ความคืบหน้า หรือเข้าใจว่า มันรักกันตอนไหน (วะ)

เอาเป็นว่า มาเล่มนี้สองคนรักกันแล้วแล้วกันนะคะ

ปัญหาต่อไปที่เรามีก็คือเดกแคลน นิสัยไม่ดีมาก มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น วิ่งหนีอย่างเดียว ชอบทิ้งนางเอกอยู่ตามลำพัง ทั้งที่ก็รู้ว่า เธอเป็นเป้ากำจัดของพวกแวมไพร์ แต่ก็ยังทิ้งให้เธออยู่ในอันตราย เพราะเขาทำใจไม่ได้ที่ต้องเป็นลูกครึ่งแวมไพร์ หรือน้อยใจอะไรบางอย่างก็หนีไปอีก ทำตัวเหมือนเด็กอนุบาล น่าเบื่อมาก

ในขณะที่จิลเลียนก็คงบุคลิกเดิมไว้นะคะ เธอไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนนางเอกแนว UF ทั่วไป ซึ่งเราชอบนะคะ เพราะกำลังเบื่อความเข้มแข็ง (ที่บางครั้งมากเกินไป) ของนางเอกแนวนี้ แต่สำหรับคนอื่นเราก็ไม่แน่ใจนะคะ เธออาจะอ่อนแอเกินไปก็ได้ (สปอยล์) เพราะตลอดทั้งเรื่องแทบจะไม่เคยช่วยตัวเองได้ ต้องรอคนอื่นมาช่วยตลอด

คนที่โดดเด่นที่สุด และเราจะต้องอ่านแน่ ๆ ถ้ามีเรื่องของเขาออกมา ก็คือแมทเธียส ข้อดีของการที่เรื่องนี้จบในสองเล่มก็คือ ไม่ต้องมีเรื่องรักสามเส้ามาให้รำคาญใจ เพราะท่าทางคนแต่งก็อยากจะเขียนรักสามเส้าอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าแมทเธียสคู่กะจิลเลียน ต้องบอกว่า เสียของค่ะ (จิลเลียนคู่กะเดกแคลนดีแล้วค่ะ พอกัน เราอยากให้แมทเธียสเจอคนที่ดีกว่านี้) เขาเด็ดมาก โดยเฉพาะตอนจบเรื่อง (สปอยล์) ที่บอกว่า ทุกอย่างเป็นแผนการของเขาเอง เท่ห์สุดสุด

ชุดนี้จะบอกว่าจบ ก็จบนะคะ  จะเขียนต่อ ก็ขอรีเควสเรื่องของแมทเธียสแล้วกัน สรุปว่าทั้งเรื่องคนที่เท่ห์สุดก็คือตานี่แหละ ไม่ใช่ทั้งพระเอกหรือนางเอกเลย

คะแนนที่ 60

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

อ่านรีวิวนี้แล้วสองจิตสองใจ อยากอ่านตัวละครเท่ แต่ไม่อยากอ่านพระเอกงี่เง่านางเอกง้องแง้ง angry smile

#1 By b. (24.126.36.171) on 2011-09-17 05:46

ไม่แน่ใจว่า แนะนำดีไหมนะคะ สำหรับเราชอบในจุดที่ว่า คาแร็คเตอร์ไม่เป็นพิมพ์เดียวกะแนว UF ที่คุ้นเคยกัน (นางเอกไม่ได้เก่งที่สุด แข็งแกร่งที่สุด หรือทำเพื่อช่วยโลก ออกแนวบังเอิญมากกว่า)

#2 By max on 2011-09-17 15:56