Donovan Brothers Brewery Series // Victoria Dahl

posted on 12 Nov 2011 14:50 by maxtreme  in B-Club, C-Club, Contemporary, D-Club

แม็กซ์หยิบเรื่องชุดนี้มาอ่านเพราะอยากอ่านอะไรง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่ต้องคิดมาก ซึ่งหนังสือแนวปัจจุบันของวิคทอเรีย ดาลห์ก็เข้าสูตรตามความต้องการค่ะ พล็อตเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวยุคใหม่ที่ไม่ต้องมีเรื่องเหนือธรรมชาติ หรือการสืบสวนให้ลุ้นหนักใจอะไร 

หนังสือชุดนี้มีสามเล่มค่ะ เรื่ื่องราวของสามพี่น้องตระกูลโดโนแวน สองหนุ่มและหนึ่งสาวที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจโรงกลั่นเบียร์ โดยเอริค โดโนแวนพี่ชายคนโตวัยสามสิบเจ็ดปี ซึ่งต้องรับผิดชอบน้อง ๆ ตั้งแต่อายุแค่ยี่สิบสี่ปีหลังจากพ่อแม่เสียชีวิตในอุบัติเหตุเป็นคนเคร่งขรึม และอยู่ในระเบียบแบบแผน เจมี โดโนแวน น้องชายคนรองวัยยี่สิบเก้าที่ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบอะไรในชีวิต ทำหน้าที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับผลิตภัณฑ์ด้วยความหล่อชนิดละลายหัวใจสาว ๆ ทั้งเมือง และเทสสา น้องสาวคนเล็ก ที่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาครอบครัวของเธอให้เหมือนเดิม

หนังสือมีสามเล่มค่ะ แต่มีเรื่องสั้นที่เล่าเรื่องของเอริคและนางเอกของเขาไว้ด้วย ดังนั้นแม้เรื่องสั้นจะเกิดก่อนเล่มหนึ่ง แต่เราจะพูดถึงทีหลังนะคะ เพราะเรื่องราวในเรื่องสั้นไม่ค่อยเกี่ยวกับพล็อตเรื่องของเล่มหนึ่ง และสองเท่าไหร

Good Girls Don't ของวิคทอเรีย ดาลห์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกในชุด (แต่เปิดเรื่องหลังเหตุการณ์ในเรื่องสั้น) เรื่องราวของเทสสา น้องสาวคนเล็กวัยยี่สิบเจ็ดปีของตระกูลโดโนแวนที่ต้องพบกับเรื่องปวดหัวครั้งใหญ่ เมื่อที่ทำงานซึ่งเปิดเป็นผับ และโรงกลั่นเบียร์ของครอบครัวถูกปล้น แถมเจมี่ พี่ชายคนรองยังบอกข่าวร้ายอีกว่า ดันไปมีความสัมพันธ์กับโมนิกา เคนเดล ลูกสาวของประธานบริษัทเคนเดลซึ่งเอริค พี่ชายคนโตของเธอพยายามเจรจาทางธุรกิจกันอยู่ ผลก็คือ พ่อของโมนิกาไม่ชอบใจ จนถึงกับจะบอกปัดไม่เซ็นต์สัญญาทางธุรกิจที่คุยกันมาตั้งนาน

เทสสาไม่ต้องการให้เจมี และเอริคผิดใจกัน นี่คือสิ่งที่เธอกลัวที่สุด ก็คือ คนในครอบครัวแตกแยก สำหรับเด็กสาวที่สูญเสียพ่อแม่ไปพร้อมกันในวัยเพียงสิบสี่ปี เธอต้องการให้พี่ชายทั้งสอง และทุกอย่างคงเดิม แต่ทุกคนเติบโตขึ้น ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และไม่มีอะไรคงเดิมได้

อีกความเปลี่ยนแปลงนึงของเทสสาก็คือ นักสืบหนุ่มนามว่าลุค แอชเชอร์ ซึ่งเป็นเพื่อนเฮฮาของเจมีสมัยเรียนมหาวิทยาลัย และนี่คือประเด็นหลักที่เจมีไม่ต้องการให้เทสสาคบหาลุค เมื่อสองหนุ่มสาวได้มีโอกาสพบกัน เพราะลุคเข้ามาสืบคดีย่องเบาที่ผับของพี่น้องโดโนแวน 

ชื่อเสียงของลุคไม่ค่อยโสภาเท่าไหรนัก คู่หูตำรวจซึ่งเป็นผู้หญิงของเขากำลังตั้งท้อง และทุกคนเชื่อว่าเป็นลูกของเขา ทั้งที่ลุคเองไม่เคยมีอะไรกะเธอเลยด้วยซ้ำ แถมยังมีข่าวลือที่ว่า เขาขอหย่าจากเมียเก่า หลังจากเธอตรวจพบว่าเป็นมะเร็งนั่้นอีก แต่ไม่ว่าชื่อเสียงของเขาจะเป็นเช่นไร เทสสาเชื่อคำพูดของเขา ดังนั้นเมื่อลุคบอกว่า มันไม่เป็นความจริง เธอก็เชื่อเขา

จุดอ่อนของหนังสือเรื่องนี้็คือ ความนิ่งในเนื้อเรื่อง มันแทบจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้น่าสนใจสักนิดเดียว  คาแร็คเตอร์ของเทสสา และลุคก็ราบเรียบเกินไปสำหรับเรา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูลงตัวมาตั้งแต่ต้น ทำให้ไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก แม้จะมีอุปสรรคหลายอย่างเข้ามา ทั้งการไม่เห็นด้วยของพี่ชายทั้งสองของเทสสา แต่ก็ไม่มีน้ำหนักให้ต้องสนใจอะไรมาก

นอกจากประเด็นเรื่องความรัก ก็มีประเด็นเรื่องการสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ย่องเบาผับ ซึ่งแม็กซ์ไม่รู้สึกว่า จะต้องให้น้ำหนักอะไรเลย แต่เรื่องก็แบ่งเวลาไปให้กับการทำงานตรงส่วนนี้ของลุค ซึ่งก็ดีตรงที่แสดงให้เห็นว่า พระเอกเป็นตำรวจที่ทำงาน แต่ในขณะเดียวกันเราก็คิดว่า มันเสียเวลาในเรื่องไปน่ะค่ะ

ว่าไปแล้วมันก็เหมาะกับความต้องการของเราตอนที่เปิดอ่านนะคะ เพราะแม็กซ์ไม่อยากได้เรื่องที่ต้องคิดมาก และเล่มนี้ก็ไม่ต้องคิดมากจริง ๆ แต่พออ่านแล้ว มันก็โลภค่ะ อยากได้อะไรมากขึ้นไปอีก 

คะแนนที่ 60

 

 

Bad ฺoys Do ของวิคทอเรีย ดาลห์

โอเคค่ะ สารภาพความจริงแล้วนะ เราเลือกชุดนี้มาอ่าน เพราะอยากอ่านเล่มนี้ค่ะ เพราะได้ยินมาว่า พระเอกเล่มนี้เด็กกว่านางเอกหลายปี แถมยังเป็นพล็อตแนวแบดบอยตรงหลุมรักสาวเจ้าระเบียบอีกต่างหาก ซึ่งตรงใจเรามาก ๆ 

ตลอดชีวิตเจมี โดโนแวนรับบทบาทของน้องชายผู้ไร้ความรับผิดชอบ คนที่ทำแผนการที่วางมาซะดิบดีพังพาบ นั่นทำให้เจมีไม่เคยได้รับความไว้วางใจจากเอริคพี่ชายเลย ดังนั้นเมื่อเขาเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง จึงไม่มีใครเชื่อ หรือมองเห็นการเติบโตของเขา 

แต่เวลาได้ทำให้เจมีโตขึ้น และเขาต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า เป็นพี่น้องในตระกูลโดโนแวนที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ เจมีมีแผนการที่จะดัดแปลงผับของตระกูลให้มีการเสิร์ฟอาหาร แต่ก็รู้ดีว่า ถ้าเขาไม่ทำการบ้านให้ดี เอริคก็คงจะบอกปัดแผนการนี้ของเขาแน่นอน เจมีจึงตัดสินใจกลับไปหาความรู้ที่มหาวิทยาลัย โดยลงทะเบียนเรียนหลักสูตรสำหรับประชาชน ในเรื่องการบริหารงานร้านอาหาร

และครูของเขาก็คือ โอลิเวีย บิชอป หญิงสาวที่เขาพบที่ผับในวันก่อนหน้า หญิงสาวที่ดูภายนอกแล้วไม่มีอะไรเหมือนกับผู้หญิงที่เจมีคุ้นเคย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เจมีจดจำเธออย่างขึ้นใจ เมื่อมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้ง เจมีจึงขอเธอออกเดท แต่สาวเจ้าก็ตอบปฏิเสธอย่างไม่ใยดี เพราะแม้จะแอบปิ๊งเจมีอยู่เล็ก ๆ แต่สำหรับผู้หญิงวัยสามสิบห้า และเพิ่งหย่ามาอย่างโอลิเวีย เจมีดูจะเป็นอะไรที่มากเกินกว่าที่เธอจะรับมือได้

แต่เมื่อพบว่า สามีเก่ากำลังจะควงสาวรุ่นไปงานเลี้ยงเดียวกัน โอลิเวียก็ตัดสินใจชวนเจมีไปงานนั้นบ้าง โอลิเวียอาจจะไม่ได้เหลือใจให้กับสามีเก่าที่ทรยศเธอ (ด้วยการไปมีหญิงอื่น) แต่เธอก็อยากจะแสดงให้ชาวบ้านได้เห็นว่า แม้จะอายุเยอะแล้ว (และถูกกล่าวหาว่าเชย) เธอก็ควงหนุ่มหล่อสุดฮ็อตของเมืองอย่างเจมีได้

และเมื่อได้มีโอกาสใกล้ชิด โอลิเวียก็เห็นอะไรที่มากกว่าหน้าตาของเจมี เธอพบว่า เขามีด้านลึกอย่างไม่น่าเชื่อ และหลังจากใช้เวลาสิบปีในฐานะภรรยาผู้ส่งเสริมฐานะของสามี โอลิเวียก็พร้อมที่จะทำบางอย่างเพื่อตัวเอง และเจมีก็เป้นหนึ่งในสิ่งที่เธอต้องการให้กับตัวเอง

พล็อตเรื่องได้ใจค่ะ นางเอกอายุมากกว่า กับพระเอกที่แสนเซ็กซี จนตอนอ่านไปขนลุกไป โดยเฉพาะฉากบรรยายหน้าตาพระเอก อ่านไปน้ำลายหกไป ดังนั้นหากจะบอกว่า เรา "อิน" กะเรื่องนี้มาก ๆ ก็พูดได้นะคะ โดยเฉพาะวัยที่ใกล้เคียงกับโอลิเวีย (แต่แหม หาเจมีในชีวิตไม่เจอค่ะ) เลยรู้สึกว่า เข้าใจเธอมาก ทั้งในส่วนของความคิด และพฤติกรรม 

เราชอบตรงที่ในเล่มนี้โอลิเวียอาจจะเพิ่งหย่าขาดจากสามี (ที่สูงวัยกว่า) หลังจากแต่งงานกันมาสิบปี คนแต่งทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่ได้มีอะไรหลงเหลือในความสัมพันธ์นั้น ความรักที่เธออาจจะมีให้กับสามีเก่า มันได้เจือจาง และตายไปนานแล้ว จากพฤติกรรมห่างเหิน และไม่เอาใจใส่ของเขา นั่นทำให้เราเชื่อในความรู้สึกที่เธอมีให้กับเจมี นอกจากนี้ (สปอยล์) การทีเขียนให้สามีเก่ายังหวงโอลิเวีย และทำทุกอย่างให้เธอหึง เราชอบมากเลยนะคะ ทำให้รู้สึกว่า นางเอกมีค่าดี

อีกจุดนึงที่เราชอบมาก (และเป็นประเด็นสืบเนื่องไปจนถึงเล่มสาม) ก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเจมี และเอริค ที่เรารู้สึกว่าซับซ้อนสมกับความเป็นพี่น้อง ที่ไม่ใช่ว่า จะรักกันหวานชื่นอย่างเดียว ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นน่าเชื่อ และมีน้ำหนัก ซึ่งในเล่มนี้เราได้เห็นมุมมองของเจมีที่เขารู้สึกว่า ไม่ได้รับความไว้วางใจจากเอริค พี่ชายใหญ่ที่ไม่ยอมปล่อยมือให้น้อง ๆ ได้ตัดสินใจทำอะไรเองสักอย่าง ทั้งที่เจมีเองก็โตแล้ว ไม่ใช่เด็กรุ่น ๆ ที่ทำอะไรไม่ยั้งคิด แต่เอริคกลับมองไม่เห็นเขาในสภาพที่เป็น ยังคงเห็นเด็กชายที่ไร้ความรับผิดชอบคนนั้นอยู่

โดยรวม เรื่องนี้ลงตัวมาก ๆ สำหรับเรื่องแนวปัจจุบันเพียว ๆ คาแร็คเตอร์ที่มีความน่าสนใจมากพอที่จะดึงดูดความสนใจของคนอ่าน (อย่างเรา) เอาไว้ได้ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งจุดนี้สำคัญมากนะคะ เพราะเรื่องแนวนี้ไม่มีพล็อตรองอื่นมาสอดแทรก ต้องอาศัยคาแร็คเตอร์เป็นหลักสำคัญในการดึงคนอ่านเอาไว้กับเรื่อง ซึ่งเรื่องนี้สอบผ่านฉลุยค่ะ

คะแนนที่ 83

 

 

Just One Taste ของวิคทอเรีย ดาลห์

ในหนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง The Guy Next Door

เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นค่ะ เหตุการณ์ในเรื่องเกิดก่อนเล่มแรก (Good Girls Don't) แต่จะมีความเกี่ยวพันกับเล่มสาม (Real Men Will) มากกว่าใคร เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างเอริค โดโนแวน และเบธ แคนเทรลล์

ในระหว่างออกงานโชว์สินค้า ที่เอริค โดโนแวนหวังจะใช้เป็นบันไดในการขยายธุรกิจ เขาก็ได้มีโอกาสพบกับเบ็ธ แคนเทรลล์ ทั้งคู่พบกันและเพียงสบสายตาก็ตัดสินใจทำให้สิ่งที่ทั้งสองไม่เคยคิดว่า ตัวเองจะทำได้ ทั้งคู่ตกลงที่จะมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แค่เซ็กส์ และจากนั้นก็จะเดินจากกัน ไม่พบกันอีกเลย

ปัญหาก็คือ เบ็ธเข้าใจว่า เอริคคือ เจมี โดโนแวน เพราะแท้จริงแล้วเจมีควรจะต้องเป็นคนมาออกงานแสดงสินค้าครั้งนี้ แต่เจมีก็ไร้ความรับผิดชอบตามนิสัย ทำให้เอริคต้องมาแทน และอะไรบางอย่างห้ามเอริคจากการพูดความจริง เมื่อเบ็ธเห็นป้ายชื่อ และเข้าใจว่า เขาคือ น้องชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความฮ็อต

เรื่องสั้นนี้ไม่มีจุดจบที่น่าพอใจสำหรับแฟนโรแมนซ์หรอกนะคะ เพราะมันเป็นแค่คืนเดียว และทั้งเบ็ธ และเอริคก็เดินจากกันไป เพียงเพื่อจะมาพบกันอีกครั้งในเล่มที่เราจะเขียนถึงต่อไป

 

 

Real Men Will ของวิคทอเรีย ดาลห์

เล่มนี้เป็นเล่มสาม และเล่มสุดท้ายในชุด รวมทั้งเป็นบทสรุปของเรื่องสั้นที่เปิดเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนระหว่างเอริค โดโนแวน และเบ็ธ แคนเทรลล์อีกด้วย

เป็นเวลาหกเดือนแล้วหลังจากเบ็ธเผลอใจมีความสัมพันธ์กับเจมี โดโนแวน แม้จะรู้ว่า มันเป็นความสนุกชั่วแล่น ไม่จริงจัง แต่เธอก็ลืมเขาไม่ได้ และความบังเอิญก็ทำให้เธอกลับเข้าไปที่ผับของตระกูลโดโนแวนอีกครั้ง 

การได้เจอกับเจมีอีกครั้งในผับวันนั้น ทำให้เบ็ธยอมแพ้ต่อความอยากรู้ของตัวเอง เธอยอมรับว่าไม่อาจลืมเขาได้ ดังนั้นจึงเริ่มค้นหาข้อมูลของเจมีจากในอินเตอร์เน็ต เพียงเพื่อจะพบว่า ชายคนที่เธอคิดว่า คือเจมี โดโนแวน ไม่ใช่เจมี โดโนแวน นั่นผลักดันให้เธอกลับไปที่ผับอีกครั้ง เพื่อหาให้ได้ว่า ชายคนที่เธอนอนด้วยเป็นใครกันแน่

เอริค โดโนแวนไม่เคยทำอะไรแบบนี้ในชีวิต เขาเป็นลูกชายผู้สมบูรณ์แบบ เป็นพี่ชายที่เป็นแบบอย่างให้กับน้อง ๆ ชีวิตของเขามุ่งมั่นที่จะรักษาประเพณีของตระกูลโดโนแวนเอาไว้ จนกระทั่งได้พบกับเบ็ธ เขาหลอกเธอด้วยชื่อของน้องชาย มีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ทั้งที่เขาแทบจะไม่เคยมีผู้หญิงในชีวิต (ใครจะมีเวลามีล่ะ ในเมื่อต้องเลี้ยงน้องสองคน และรับผิดชอบธุรกิจของตระกูลอีก) แต่เขาไม่อาจปฏิเสธเบ็ธได้ 

เมื่อเผชิญหน้ากับหญิงสาวอีกครั้ง คราวนี้ความลับไม่มีอีกต่อไป เบ็ธรู้ว่า เขาไม่ใช่เจมี โดโนแวนผู้ทรงเสร่ห์ หากแต่เป็นเอริคที่น่าเบื่อ และอยู่ในกรอบระเบียบ กระนั้นเมื่อเบ็ธยังต้องการความสัมพันธ์อันฉาบฉายแบบนี้ต่อไปอีก  เอริคก็ไม่อาจปฏิเสธเธอได้

ความสัมพันธ์ทางกายที่ทั้งคู่หลอกตัวเองว่า มันจะจบหลังจากคืนเดียวก็เกิดขึ้น เพียงแต่มันไม่ได้จบในคืนเดียว ทั้งสองกลับมาหากันและกันเสมอ ในขณะที่เบ็ธต้องเผชิญหน้ากับการยอมรับของครอบครัวต่ออาชีพที่เธอทำ (เป็นผู้จัดการร้านขายของอีโรติค) ส่วนเอริคก็ต้องปรับตัวกับความจริงที่ว่า น้อง ๆ ได้โตกันหมดแล้ว และเขาอาจจะไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป

ในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอก เล่มนี้สู้เรื่อง Bad Boys Do ไม่ได้ค่ะ เราไม่รู้สึกว่า เอริค และเบ็ธเข้าถึงกันและกันมากเท่าที่ควร อาจจะไม่ถึงกับว่า เป็นคนแปลกหน้า แต่มีหลายสิ่งที่ทั้งสองเก็บเงียบไว้ในใจ และไม่ได้เปิดเผยต่อกัน นั่นทำให้เรารู้สึกว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่เข้มแข็ง แต่กระนั้นคนแต่งก็เขียนดีค่ะ (สปอยล์) ที่แม้กระทั่งในตอนจบ เอริค และเบ็ธ ก็ไม่ได้ถึงกับลงเอยแต่งงานอย่างมีความสุข เพียงแต่เห็นร่วมกันว่า ทั้งสองมีอนาคตด้วยกัน และพร้อมจะเดินไปต่อด้วยกัน ซึ่งเราคิดว่าเป็นบทสรุปที่ลงตัวกับเนื้อเรื่องที่ดำเนินมา

เช่นเดียวกับเล่มสอง ความสัมพันธ์ระหว่างเอริค และเจมีเป็นส่วนที่น่าสนใจมาก ๆ มันซับซ้อน และไม่ได้ตรงไปตรงมา ทั้งคู่มีปมในใจ ที่ไม่อาจสื่อเป็นคำพูดได้ (ตามประสาผู้ชาย) ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเลวร้ายลง แต่ในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ว่า พี่น้องคู่นี้รักกันมากแค่ไหน  

คะแนนที่ 73

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เล่มสาม ส่วนทีชอบคือซีนพี่น้องอีกแล้ว ^^ เล่มสองคิดว่าเข้าใจอีริคแล้วนะ มาเล่มนี้ยิ่งเข้าใจเขามากขึ้นไปอีก เล่มสามดูเวิร์คกว่าที่คิดตรงที่มีบทขำๆเยอะกว่าเล่มสองล่ะค่ะ อย่างตอนที่น้องๆรู้ว่าเบ็ธทำอาชีพอะไรนี่เป็นอะไรที่ฮา่มาก แต่ยังไงก็ชอบเล่มสองที่สุด

นางเอกเล่มสองตอนเปิดตัว นึกถึง Emily Blunt ใน Jane Austen's Book Club ล่ะค่ะ แต่ไปๆมาๆนิสัยคนละเรื่องเลย

#1 By chihaya on 2011-11-13 18:59

เป็นเหมือนกันค่ะเวลาอยากอ่านอะไรที่ไม่เครียดแต่พออ่านแล้วแบบคุณแมกซ์ว่ามันก็อยากได้มากกว่าเดิม
ชอบนักเขียนคนนี้ตั้งแต่ได้อ่านเรื่อง Talk Me Down

#2 By nicky on 2011-11-13 19:10

เล่มสามเราชอบน้อยกว่า เพราะส่วนโรแมนซ์มันดูฉาบฉวยพอควรระหว่างเอริคกะเบ็ธ เรื่องเน้นไปที่การค้นพบตัวเอง (อีกครั้ง) ของพระนางมากกว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ก็ชอบนะคะ สนุกดี

#3 By max on 2011-11-13 20:43