An Unlikely Countess & A Scandalous Countess // Jo Beverley

posted on 12 Mar 2012 14:51 by maxtreme  in C-Club, Historical  directory Fiction

คิดไปแล้วก็แปลกนะคะ แต่หนังสือที่คุณอ่านไปเมื่อสิบเอ็ดปีก่อนสามารถทำลายความสนุกที่คุณได้รับจากหนังสือที่คุณเพิ่งอ่านไปได้ นั่นเพราะว่า หลังจากที่แม็กซ์ได้อ่านเรื่อง Devilish ของโจ เบฟเวอลีย์เมื่อปี 2000 เราก็มีถึงจุดที่ว่า นำหนังสือทุกเล่มของนักเขียนคนนี้มาเปรียบเทียบกับเล่มนี้ และพบว่า ไม่อาจจะเทียบเคียงได้เลย ทั้งที่ถ้ามองอย่างแยกออกจากกัน หนังสือ (ที่ออกตามหลังมา) ของโจ เบฟเวอลีย์ก็มีความสนุกอยู่ในตัวเอง และหากเทียบกับหนังสือหลายเล่มที่เราบอกว่าชอบ ของนักเขียนคนอื่น ก็ยังถือว่าดีกว่ามากมาย

แต่ทำยังไงได้คะ เราอดไม่ได้ที่จะเอาไปเปรียบเทียบ 

ถ้านั่นไม่แย่พอ ทุกครั้งที่อ่านหนังสือที่อยู่ในชุดที่คนแต่งเรียกว่า Malloren World เราจะตื่นเต้นกระชุ่มกระชวยมากเวลาที่มาร์ควิสแห่งโรธการ์ถูกเอ่ยถึงในเรื่อง มากเสียยิ่งกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสียอีก 

และหนังสือสองเล่มที่เราจะเขียนถึงต่อไปก็เข้าข่ายเดียวกัน หนังสือที่ถ้าเราไม่เคยอ่าน Devilish เราอาจจะชอบมากกว่านี้

 

 

An Unlikely Countess ของโจ เบฟเวอลีย์

เรื่องนี้เป็นเล่มที่สิบเอ็ดแล้วในชุดที่เรียกว่า The Malloren World ซึ่งเป็นสังคมของอังกฤษในยุคจอร์เจียน ซึ่งสืบเนื่องมาจากหนังสือชุดมัลโรเรน (เรื่องราวของพี่น้องห้าคนในตระกูลมัลโลเรน) ด้วยความโด่งดังของชุดนั้น คนแต่งจึงเขียนเรื่องที่อยู่ในโลกเดียวกับที่พี่น้องตระกูลมัลโรเรนสังคมอยู่ แต่ตัวละครจะเป็นคนนอกที่ไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับพวกเขา

การพบกันระหว่างเคทบีส์ และพรูเดนซ์เป็นไปอย่างบังเอิญ เมื่อเขาช่วยเธอจากนักเลงที่กำลังจะทำร้าย และพาเธอไปส่งที่บ้าน ซึ่งทำให้เคทได้เห็นสภาพความเป็นอยู่อย่างไม่สบายนักของหญิงสาว ทั้งคู่ถูกชะตากัน แต่ก็ไม่คิดว่า จะมีอะไรที่มากไปกว่านั้นได้ เมื่อเคทซึ่งเป็นอดีตนายทหารที่เพิ่งปลดประจำการ ทั้งยังเพิ่งทะเลาะกับพี่ชายที่เป็นท่านเอิร์ล ทำให้เคทไม่แน่ใจในอนาคตของตัวเองนัก ส่วนพรูเดนซ์เพิ่งสูญเสียมารดาไป แถมพี่ชายที่เธอหวังให้เป็นที่พึ่งกลับละเลยไม่ดูแลเธอเสียอีก 

เมื่อแยกจากกัน ทั้งสองต่างดำเนินชีวิต แต่แล้วก็กลับมาบรรจบกันอีกครั้ง เมื่อเคทซึ่งได้กลายเป็นท่านเอิร์ลคนใหม่ ภายหลังการเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิดของพี่ชาย เขาถูกมารดาเร่งเร้าให้มองหาเจ้าสาวที่เหมาะสม แต่ในใจเขายังคนคำนึงถึงพรูเดนซ์อยู่เสมอ จึงตัดสินใจชั่ววูบออกเดินทางไปหาเธออีกครั้ง

ส่วนพรูเดนซ์ ซึ่งตัดสินใจเดินทางไปหาพี่ชาย และขอร้องแกมบีบบังคับให้เขาทำหน้าที่ของตัวเอง ด้วยการหาคู่ครองที่เหมาะสมให้กับเธอ ในท้ายที่สุดดูเหมือนหญิงสาวจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ความมั่นคง แต่ในระหว่างพิธีแต่งงาน เคทบีส์ปรากฎตัวขึ้น และขัดขวางการแต่งงาน อย่างไม่เข้าใจตัวเองมากนัก พรูเดนซ์ตัดสินใจเลือกเคท แม้จะเข้าใจว่าเขาเป็นเพียงลูกชายคนรอง และไม่ได้มีฐานะที่จะเลี้ยงดูเธออย่างดีเหมือนว่าที่สามีซึ่งเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวย แต่พรูเดนซ์ก็เลือกเขา

และนั่นก็นำเธอไปสู่การเป็นเคาท์เตส ทั้งที่เธอไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน

เรื่องนี้น่าเบื่อค่ะ นี่เป็นคำจำกัดความที่ดีที่สุดแล้วนะคะที่เรานึกออก จริง ๆ ตอนต้นเรื่องเราคิดว่า เรื่องราวน่าสนใจดี แต่เรื่องค่อย ๆ จืดลงไปเรื่อย ๆ จนถึงกลางเรื่อง เราก็พร้อมที่จะเลิกอ่านแล้วล่ะ ด้วยความอดทนที่ต้องชมตัวเองเลยนะคะ ทำให้เราฟันฝ่าและอ่านจนจบเรื่องได้  แต่ก็ขอบอกว่า เหนื่อยมาก

ส่วนหนึ่งอาจเพราะเราคิดว่า ทิศทางของเรื่องไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด แทนที่จะเล่นประเด็นเรื่องการเลือกของพรูเดนซ์ ที่เลือกเคทที่เธอเข้าใจว่าเป็นเพียงอดีตทหารจน ๆ แล้วเดินจากพ่อค้าที่ร่ำรวย ประเด็นนี้พูดนิดเดียวเท่านั้น แล้วยังมีประเด็นเรื่องความเป็นเคาท์เตสมือใหม่ของเธออีก เรื่องเหมือนจะไปในทิศทางนั้น บอกเล่าการปรับตัวของพรูเดนซ์ต่อความเปลี่ยนแปลงในสถานะของชีวิต แต่ก็อีกนั่นแหละ พูดนิดเดียว 

ทั้งเรื่องไปโฟกัสกับชีวิตประจำวันของพระเอกและนางเอก ซึ่งไม่มีทิศทางอะไรทั้งสิ้น คือถ้าเรื่องจะมุ่งเน้นไปที่จุดใดจุดนึง เช่นการปรับตัวของพรูเดนซ์ต่อการเป็นเคาท์เตส หรือแผนการที่จะทำให้สังคมยอมรับพรูเดนซ์ เรื่องอาจจะน่าสนใจกว่านี้ แต่นี่ไม่ใช่เลย มันไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลาที่เรื่องจบ แม็กซ์ก็งงค่ะ เพราะอยู่ ๆ ก็จบ ไม่มีไคล์แม็กซ์อะไรให้ต้องลุ้นสักอย่าง 

ผู้ร้ายก็มีมิติเดียว และเราก็งงด้วยแหละกับพฤติกรรมของเขา เหมือนคนแต่งหาตัวร้ายไม่ได้ ก็เลยยัดตานี่เป็นผู้ร้ายไปซะงั้น (สปอยล์) เข้าใจนะคะถึงความแค้นที่ว่าที่เจ้าบ่าวของพรูเดนซ์มีต่อทั้งพระเอกนางเอก แต่เขาก็เป็นแค่พ่อค้า แต่กลับคิดปองร้ายท่านเอิร์ล ด้วยเรื่องของผู้หญิงที่เขาไม่ได้รักด้วยซ้ำ มันไม่ค่อยมีเหตุผลเอาเสียเลย แถมแผนการยังเบสิกมาก ชนิดไม่ต้องปิดบังว่า ใครเป็นคนทำ

ส่วนที่ดีที่สุดในหนังสือเล่มนี้ก็คือ จดหมายจากคนแต่งในตอนท้ายเรื่องค่ะ ที่เธอบรรยายถึงหนังสือเล่มถัดไปของเธอเอาไว้ เพราะนั่นทำให้เราเกิดความอยากอ่านเล่มต่อไปทันที

ส่วนเล่มนี้คะแนนที่ 47

 

 

A Scandalous Countess ของโจ เบฟเวอลีย์

เรื่องนี้เป็นเล่มที่สิบสองในชุด The Malloren World แต่ไม่จำเป็นต้องอ่านไล่เรียงกันมาหรอกนะคะ เพราะเล่มนี้เป็นอิสระไม่ค่อยเกี่ยวกับเล่มไหนเท่าไหร และแม้จะชื่อคล้ายกะเรื่อง An Unlikely Countess แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวกันนะคะ แค่มีตัวละครโผล่ไปมาในสองเล่มนี้เท่านั้นเอง

เลดี้จอร์เจีย เคาท์เตสแห่งเมย์เบอรี พบว่าชีวิตของตัวเองเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อสามีถูกฆ่าตายในการดวลดาบกับชายคนนึง และแม้จะไม่เป็นความจริง ข่าวลือที่ว่า ชายคนนั้นเป็นชู้กับเธอ และสังหารสามีของเธอเพื่อให้ได้ครองคู่กัน ก็ทำลายชื่อเสียงของจอร์เจียจนยับเยิน 

แต่หญิงสาวที่รู้จักกันในนามของ เลดี้เมย์ (ตามบรรดาศักดิ์เคาท์เตสแห่งเมย์เบอรี) ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ หลังจากใช้เวลาหนึ่งปีไว้ทุกข์ตามธรรมเนียม จอร์เจียก็พร้อมที่จะมองหาสามีคนใหม่ และหลังจากที่เป็นเคาท์เตสมาแล้ว เธอจะไม่ยอมรับสามีที่มีบรรดาศักดิ์ที่น้อยกว่านี้

สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ บิดาและมารดาของเธอได้วางแผน และเลือกคู่ครองคนใหม่ให้กับลูกสาวคนนี้ไว้แล้ว และเขาไม่มีอะไรที่ตรงกับสิ่งที่เธอคิดว่าตัวเองต้องการ 

ลอร์ดดราซีย์เป็นอดีตทหาร เขาได้รับสืบทอดบรรดาศักดิ์อย่างไม่คาดคิด หลังจากญาติเสียชีวิต แต่นั่นไม่ใช่ลาภลอยมาหรอก ทรัพย์สินของบรรดาศักดิ์ที่ได้รับติดมาพร้อมกับหนี้ ซึ่งเขาต้องใช้เวลาอีกนานในการทำให้ที่ดินกลับมาเจริญงอกงามดั่งเดิม ดราซีย์เดินทางมาบ้านของบิดาของจอร์เจียเพื่อนำม้ามาแข่ง เพื่อหวังใช้เดิมพันที่ชนะในการต่อยอดให้กับแผนการพัฒนาทรัพย์สินของตัวเองมากขึ้น แต่เขากลับได้รับข้อเสนอจากบิดาของจอร์เจีย ที่นำเสนอลูกสาวของเขา พร้อมกับสินเดิมมูลค่าหนึ่งหมื่นสองพันปอนด์

แต่เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นใหญ่ ดราซีย์ไม่ได้คาดคิดว่า ตัวเองจะตกหลุมเสน่ห์ของหญิงสาวที่ดูไม่เหมาะสมเอาเสียเลย แต่เมื่อยิ่งรู้จัก ยิ่งใกล้ชิด เขาก็ยิ่งได้พบเห็นตัวตนเนื้อในของจอร์เจีย และพบว่า ไม่อาจปฏิเสธหญิงสาวคนนี้ได้ 

แม็กซ์มีปัญหากะเรื่องนี้ในช่วงต้นเรื่องค่ะ เพราะไม่ค่อยถูกใจกะคาแร็คเตอร์ของนางเอก แต่ก็เหมือนพระเอกค่ะ ที่ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบจอร์เจีย เพราะเราได้เห็นเธอลึกขึ้นเรื่อย ๆ และรู้ว่า ฉากหน้าที่ดูเหมือนคนฉาบฉวย ภายในมีหญิงสาวที่ลึกซึ้งอยู่ภายใน เราชอบการเขียนคาแร็คเตอร์นี้ของโจ เบฟเวอลีย์มาก ๆ รู้สึกว่า เธอเก่งมาก ๆ ที่สร้างคาแร็คเตอร์แบบนี้ขึ้นมาได้ เธอค่อย ๆ กะเทาะเปลือกข้างนอกของจอร์เจียออก ทำให้คนอ่านได้เห็นตัวตนภายในของเธอ และทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมดราซีย์ถึงตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้ 

ที่สำคัญคาแร็คเตอร์ของจอร์เจียเป็นไปตามยุคสมัย และคนแต่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวตนของจอร์เจีย จากตอนแรกที่คนอ่านเห็นเธอหรอกนะคะ เธอยังเป็นหญิงสาวที่บ้าแฟชั่น นึกถึงความสุขสบาย และตัวเองซะเยอะ แต่เมื่อมองลึกลงไปด้านใน เราก็เห็นอีกด้านนึงของเธอเช่นกัน หญิงสาวที่ห่วงใยคนอื่น และคิดถึงคนอื่นเสมอ หญิงสาวที่เปราะบาง และไม่มั่นใจในตัวเอง (นอกจากความสวย) ซึ่งเราว่าเขียนยากนะคะ เพราะปกติแม็กซ์ไม่ชอบคาแร็คเตอร์แนว สาวสวยมีทุกข์เท่าไหร แต่เรื่องนี้ทำได้ค่ะ 

เราชอบการที่ได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างจอร์เจีย และดราซีย์พัฒนาขึ้นไปตามระดับ มันน่าเชื่อ และเป็นจริงมาก ๆ และเราก็ชอบการดำเนินเรื่องที่มาจนถึงจุดนึง คนอ่าน และตัวละครไม่แปลกใจอีกต่อไปกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ในฉากที่จอร์เจียยอมรับกับตัวเองในที่สุดว่าจะแต่งงานกับดราซีย์ สำหรับเราแล้ว มันน่ารักมาก หญิงสาวไม่ได้อยากแต่งงานกับขุนนางชั้นล่างที่ยากจน แต่เธอรักผู้ชายคนนี้ จะให้ทำยังไงได้ 

ในเรื่องมีพล็อตรองเกี่ยวกับชื่อเสียงของจอร์เจียที่ถูกทำลาย ซึ่งก็ไม่ได้คาดเดาอะไรได้ยากมากนักว่า เป็นฝีมือของใครที่อยู่เบื้องหลัง แต่ก็ไม่ได้ทำลายความสนุกของเรื่องหรอกค่ะ เพราะมันไม่ใช่เรื่องแนวสืบสวน (แต่เราชอบวิธีการสืบสวนของดราซีย์ค่ะ โดยเฉพาะฉากที่มีคนปล่อยข่าวลือทำลายชื่อเสียงของจอร์เจียในงานเลี้ยง แล้วดราซีย์วางแผนหาตัวคนปล่อยข่าว)

อีกจุดนึงที่เราชอบในเล่มนี้นะคะ คาแร็คเตอร์ของจอร์เจียมีความคล้ายกะนางเอกของลินน์ เกรแฮมเล็กน้อย ตรงที่เธอสวยเหลือเกิน จนผู้หญิงในเรื่องทุกคนไม่ชอบหน้าเธอ (เพราะสวยกว่า) ซึ่งปกติในเล่มของลินน์ นางเอกมักจะใสซื่อไม่รู้ตัว แล้วก็เป็นคนดีเหลือเกิน แต่คนเกลียด/อิจฉากันทั้งเรื่อง  ในเล่มนี้ จอร์เจียเองก็ไม่ใช่ย่อยค่ะ เธอไม่ได้อยู่เฉย ๆ ให้ตัวเองเป็นเป้าฝ่ายเดียว เธอเองก็เอาคืน ซึ่งจุดนี้เราว่าทำให้ตัวละครมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น

จริง ๆ ถ้าเราไม่ได้คิดถึงเรื่อง Devilish เราน่าจะชอบเล่มนี้มากกว่านี้นะคะ แต่ในเมื่อหนังสือทั้งเรื่องค่อนข้างถูกใจเรามาก แต่ฉากที่เราตื่นเต้นมากที่สุดในเรื่อง ก็คือฉากที่มาร์ควิสแห่งโรธการ์ปรากฎตัว (ซึ่งไม่ต้องออกก็ได้นะ ไม่ได้จำเป็นกะเนื้อเรื่องเลย) เรากลับดีใจยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น เราไม่อาจให้คะแนนเรื่องนี้ได้มากกว่า 70 ค่ะ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เรายังอ่านเล่มต่อๆมา บางเล่ม ในโลก Malloren สนุกอยู่นะคะ แต่เดี๋ยวนี้ไมได้อ่าน JoBev มานานมากๆแล้ว เลยแวะมาดูคะแนนไว้เป็นข้อมูล ^^

กรณีจบชุดไปแล้วเขียนเล่มต่อในโลกเดิมแต่ไม่สนุก เราเป็นกับ Bedwyn ของ Mary Balogh ค่ะ หรือเพราะหนังสือมันไม่สนุกเองก็ไม่รู้

#1 By chihaya on 2012-03-13 07:39