Sebastian St. Cyr Mystery Series // C.S. Harris

posted on 19 Mar 2012 15:24 by maxtreme  in A-Club, Non-Romance  directory Fiction

หนังสือชุดนี้ออกขายตั้งแต่ปี 2005 แล้วล่ะค่ะ และถ้าไม่ใช่เพราะว่า ซีเอส แฮร์ริส คนแต่งหนังสือชุดนี้ก็คือ คนคนเดียวกับแคนดิซ พร็อตเตอร์ แม็กซ์ก็คงจะมองข้ามไปอย่างไม่ใส่ใจอะไรนัก เพราะในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา แม็กซ์เน้นหนักไปกับการอ่านเรื่องแนวโรแมนซ์ จนพลาดหนังสือแนวอื่นไปเยอะมาก แต่เนื่องจากแคนดิซ พร็อตเตอร์เป็นนักเขียนที่เราชอบมาก และเสียดายไม่น้อยที่เธอเลิกเขียนโรแมนซ์ไป ทำให้เมื่อรู้ว่า เธอเปลี่ยนนามปากกา แล้วหันมาเขียนแนวสืบสวน ก็เลยตามซื้อตุนเก็บไว้ก่อน ทั้งที่ก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกนะคะว่า จะหยิบมาอ่านเมื่อไหร

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกค่ะ หกปีกว่าผ่านไป แม็กซ์ซื้อหนังสือชุดนี้เก็บราว ๆ ปีละเล่ม จนเล่มล่าสุดซึ่งเป็นเล่มที่เจ็ดในชุดออกขายสร้างความกดดันให้กับตัวเองว่า จะต้องหยิบมาอ่านสักที ประกอบกับอารมณ์ในตอนนี้หวานซึ้งไม่ค่อยออกเท่าไหร ก็เลยตัดสินใจหยิบมาอ่าน

พอจบเล่มแรก เราคงต้องบอกว่า ไม่ได้ถึงกับทำให้เราปวารณาตัวเป็นสาวกของนักเขียนคนนี้ไปเลยหรอกนะคะ เราคิดว่า เธอเขียนเรื่องได้น่าสนใจ มีคาแร็คเตอร์ดำเนินเรื่องที่โดดเด่น ปมปริศนาในการสืบสวนที่ซ่อนเงื่อนให้ต้องใช้ความคิด ไม่ได้เดาออกง่าย ๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับจับใจ แต่เมื่อหยิบเล่มต่อ ๆ ไปในชุดนี้ขึ้นมาอ่าน แม็กซ์ก็ยิ่งพบว่า ตัวเองหลุดเข้าไปในโลกของหนังสือเล่มนี้มากขึ้น จนตอนนี้คงต้องบอกว่า เรื่องราวของพวกเขายังอยู่ในความคิดคำนึงของเราอยู่เลยค่ะ อย่างช้า ๆ และไม่รู้ตัว แม็กซ์กลายเป็นสาวกของหนังสือชุดนี้ไปแล้วล่ะค่ะ 

มีอะไรหลายอย่างมากในหนังสือชุดนี้ พล็อตสืบสวนที่คาดเดาไม่ได้ (เราทายไม่ถูกเลยสักเล่มว่าใครคือคนร้าย) แต่ส่วนที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือการผสมผสานประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงเข้าไปในเนื้อเรื่อง ซึ่งเราก็อ่านเรื่องแนวย้อนยุคสืบสวนมาเยอะนะคะ แต่ไม่เจอเรื่องชุดไหนที่ทำได้อย่างลงตัวมากเท่ากับชุดนี้ เพราะประวัติศาสตร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่อง เป็นแรงผลักดันของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คนอ่านเข้าถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ชนิดที่ไม่ใช่การบอกเล่าให้ท่องจำ แต่ผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของตัวละคร

และแน่นอนว่า สำหรับคนชอบอ่านเรื่องแนวโรแมนซ์อย่างเรา ชีวิตส่วนตัวของเซบาสเตียน ตัวเอกของเรื่องเป็นสิ่งที่น่าติดตามมาก สำหรับเรื่องที่ไม่ใช่โรแมนซ์ และเน้นหนักที่การสืบหาความจริงในคดีฆาตกรรม ชีวิตของเซบาสเตียนยิ่งกว่าดาวพระศุกร์ในละครไทยค่ะ แต่แม้จะพูดเช่นนี้ เราก็หยุดตัวเองไม่ได้ติดตามอ่านได้

สรุปว่า อ่านจบชุดนี้ไปแล้วหกเล่ม เราคลั่งไคล้หนังสือชุดนี้อย่างรุนแรง กระทั่งสามวันหลังจากอ่านเล่มสุดท้ายจบ จิตใจของเราก็ยังวนเวียนคิดถึงเล่มนี้อยู่เลย

และเนื่องจากเหตุการณ์ในแต่ละเล่มจะค่อนข้างสปอยล์เรื่องราวในเล่มก่อนหน้า โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเซบาสเตียน ก็ขอเตือนก่อนอ่านรีวิวนะคะ เพราะเราคงจะมีการสปอลย์เรื่องในส่วนนี้ไว้บ้าง และเราพยายามไม่เล่ามาก (เกินไป) ในพล็อตส่วนสืบสวนนะคะ เพราะขอบอกว่า สนุกมาก ไม่อยากสปอยล์ อีกอย่างเราค่อนข้างฝักใฝ่ไปกับเรื่องส่วนตัวของเซบาสเตียนเป็นพิเศษ ซึ่งจริง ๆ เรื่องชุดนี้ไม่ได้โฟกัสมากอะไรเป็นพิเศษหรอกนะคะ แต่เราอดพูดถึงไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นการเขียนรีวิวเรื่องแนวสืบสวน แต่ดันพูดเรื่องความสัมพันธ์เยอะเป็นพิเศษ

  What Angels Fear ของซีเอส แฮร์ริส

หนังสือเล่มแรกในชุด และเปิดตัวคาแร็คเตอร์หลักของเรื่อง เซบาสเตียน เซ็นต์เซอร์ ไวส์เคาท์เดฟลิน อดีตทหารผ่านสงครามที่ตอนนี้ปลดประจำการกลับมาใช้ชีวิตไปวัน ๆ ในลอนดอนอย่างไม่ใส่ใจอะไรทั้งสิ้น

ในฐานะลูกชายคนเดียวที่มีชีวิตอยู่ของเอิร์ลแห่งเฮนดอน ซึ่งถือว่า เป็นชายผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในอังกฤษ เซบาสเตียนก็ยังไม่วายถูกลากเข้าไปพัวพันกับแผนการร้ายลึกลับ เมื่อนางละครดาวรุ่งมาแรงอย่างเรเชล ยอร์คถูกพบเป็นศพถูกฆ่าข่มขืนอย่างเหี้ยมโหดในโบสถ์แห่งนึง และข้างศพของเธอมีปืนที่ใช้ในการดวลซึ่งมีตราประจำตัวของไวส์เคาท์เดฟลินจารึกอยู่ นั่นทำให้เซบาสเตียนกลายเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งทันที

ความเป็นลูกชายของขุนนางใหญ่ในแผ่นดินอาจจะช่วยปกป้องเซบาสเตียนได้ หากลอร์ดจาร์วิส ซึ่งเป็นญาติของกษัิตริย์ และเป็นอำนาจเบื้องหลังบัลลังค์อย่างแท้จริงไม่ได้ตัิดสินใจที่จะทำให้เขากลายเป็นแพะรับบาป ลอร์ดจาร์วิสออกคำสั่งอย่างชัดเจนต่อผู้สืบสวนให้จัดการนำตัวเซบาสเตียนมาดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ซึ่งในสมัยที่แนวคิดการปฏิวัติล้มลางกษัตริย์กำลังเฟื่องฟู นี่เป็นยุคอันตรายอย่างยิ่ง ทุกคนต้องระวังไม่ให้มวลชนรู้สึกว่า ขุนนางมีอำนาจเหนือความยุติธรรม และเซบาสเตียนกำลังจะต้องมารับเคราะห์เป็นแพะบูชายันเพื่อบรรเทาความโกรธของฝูงชนต่อคดี

เมื่อรู้ว่า ตัวเองคงไม่ได้รับความยุติธรรม อดีตทหาร และบทบาทที่สำคัญยิ่งกว่า สายลับในสงครามกับฝรั่งเศส เซบาสเตียนรู้ว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน เขาจึงเริ่มต้นสืบหาความจริงที่เกิดขึ้น ความจริงที่นำเขาเข้าไปสู่เกมส์การแย่งชิงอำนาจระหว่างขั้วการเมืองสองฝ่าย ที่ช่วงชิงความเป็นผู้นำ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่ออังกฤษกำลังจะประกาศยุคผู้สำเร็จราชการ

การตามหาความจริงทำให้ชีวิตของเซบาสเตียนหมุนกลับไปพบกับแคท โบลีน อดีตคนรักสาวที่ทิ้งเขาไปเมื่อหกปีก่อนอีกครั้ง แคทเป็นนักแสดงและเป็นเพื่อนกับเรเชล ดังนั้นเธอจึงเป็นแหล่งข่าวที่ดีในการสืบหาความจริงที่เกิดขึ้น และในขณะเดียวกัน การได้พบกันอีกครั้งก็ทำให้เซบาสเตียนประจักษ์ต่อความจริงที่ว่า เขาไม่เคยลืมเลือนเธอไปจากหัวใจเลย และสิ่งที่เขาคิดว่าเกิดขึ้นเมื่อหกปีก่อน ที่แคททิ้งเขาไป เพราะพ่อของเขาข่มขู่ว่าจะตัดเซบาสเตียนออกจากเงินของตระกูล และแคทไม่อาจใช้ชีวิตอย่างยากจนกับเขาได้ เป็นอีกเรื่องโกหกนึงในชีวิตของเขา

When Gods Die ของซีเอส แฮร์ริส

หลังจากประสบความสำเร็จในการเคลียร์ชื่อเสียงให้ตัวเองได้สำเร็จ เซบาสเตียนก็ต้องรับบทนักสืบจำเป็นอีกครั้ง คราวนี้เขาถูกล่อด้วยความลับในอดีต เมื่อศพของมาร์ชันเนสสาวสวยถูกพบอยู่กับเจ้าชายผู้สำเร็จราชการ และข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วถึงความ "บ้าคลั่ง" ของเจ้าชาย ลักษณะที่หลายคนกลัวว่าจะเป็นคำสาปของราชวงค์แฮนโนเวอร์ และนั่นทำให้ลอร์ดจาร์วิส ซึ่งเป็นอำนาจเบื้องหลังราชบัลลังค์เห็นท่าไม่ดี จึงเรียกตัวเซบาสเตียน ชายคนที่จาร์วิสถือว่าเป็นศัตรู แต่ก็เป็นคนเดียวที่น่าจะมีความสามารถในการไขคดีนี้ได้

เซบาสเตียนไม่อยากเข้ามายุ่ง แต่เพราะสร้อยที่พบบนศพของมาร์ชันเนสผู้นั้น เป็นสร้อยเส้นเดียวกับที่มารดาของเขาสวมใส่ ซึ่งถ้าแค่นั้นก็คงไม่แปลกอะไร แต่มารดาของเขาสวมสร้อยเส้นนั้นลงเรือที่ล่ม และสร้อยควรจะจมอยู่ใต้ทะเล ไม่ใช่มาปรากฎบนลำคอของศพหญิงสาวผู้น่าสงสารคนนั้น และนั่นก็มากพอจะทำให้เซบาสเตียนรับไขคดี

เบาะแสนำเขาเข้าไปในชีวิตของมาร์ชันเนส หญิงสาวผู้แต่งงานกับชายที่แก่กว่าตัวเองมากกมายสี่สิบปี เด็กสาวที่ตกหลุมรักหนุ่มข้างบ้าน แต่เขายากจนเกินกว่าจะครองคู่กับเธอได้ นั่นทำให้เธอเลือกที่จะแต่งงานกับชายแก่ ด้วยหวังว่า เมื่อเขาตาย เธอจะเป็นอิสระ แต่ไม่มีอะไรตรงไปตรงมาอย่างที่ตาเห็น การหลอกลวง การทรยศ และความรักที่ไม่น่าเกิดขึ้น พร้อมกับตอนจบที่น่าเศร้า

ในเล่มนี้เซบาสเตียนก็ได้เรียนรู้เรื่องโกหกอีกเรื่องนึงในชีวิตของเขา พร้อม ๆ กับการพัฒนาความสัมพันธ์กับคนรักสาวนามว่าแคท โบลีน หญิงสาวที่เขาปรารถนาอย่างสุดหัวใจที่จะแต่งงานด้วย แต่ด้วยภูมิหลังที่เป็นนางละคร และเคยเป็นเมียเก็บของชายมากมาย ทำให้เธอไม่เหมาะสมสำหรับบุตรชายของท่านเอิร์ล และแม้เซบาสเตียนจะไม่สนใจ แคทก็รักเขามากพอที่จะไม่ตอบตกลง สถานการณ์ความรักที่มืดมน และเป็นไปไม่ได้

Why Mermaids Sing ของซีเอส แฮร์ริส

หลังจากแสดงฝีมือไขคดีที่ซับซ้อนได้ถึงสองคดี (ในเล่มหนึง และสอง) เซบาสเตียนก็ได้รับคำเชิญจากเซอร์เฮนรี เลิฟจอย (ซึ่งเป็นคนที่ตามจับเขาในเล่มแรก What Angels Fear) ให้เข้ามาร่วมทีมไขคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เมื่อลูกชายคนโตของชายหลายคนที่ดูไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกันถูกฆ่าตายด้วยวิธีการที่คล้ายคลึงกัน ความตายที่น่าหวาดกลัวเมื่อชิ้นส่วนบางส่วนของเหยื่อถูกแล่ออก

ร่องรอยเบาะแสนำเขากลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าอย่างลอร์ดจาร์วิส และยิ่งเมื่อสืบเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น ด้านมืดของมนุษย์ที่ทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอดก็ยิ่งปรากฎเด่นชัดขึ้น และนั่นทำให้เซบาสเตียนต้องตั้งคำถามว่า มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้เพียงเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกแค่วันเดียว

เล่มนี้คดีที่เกิดขึ้นกระทบใจเราอย่างรุนแรงค่ะ เรานึกถึงมันหลังจากอ่านเรื่องนี้จบ และคงคิดถึงมันไปอีกนานแสนนาน (สปอยล์) ฉากที่เซบาสเตียนอ่านบันทึกของกัปตันเรือ ที่บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายหลังจากลูกเรือก่อกบฎ และสละเรือ ทำให้กัปตัน และผู้โดยสารอยู่บนเรือที่กำลังจะจม ไม่มีอาหารและน้ำเพียงพอ จนสุดท้ายต้องทำให้คนเหล่านั้นตัดสินใจปลิดชีวิตของลูกเรือที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อแล่เนื้อ เอาเลือดของเขามากิน อ่านแล้วทั้งสยอง และหดหู่จิตใจยิ่งนัก ในขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงที่ว่า มนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด

ประเด็นของเรื่องนี้หนักมาก ๆ นะคะ เรามีความเห็นใจทั้งเหยื่อ และฆาตกร ซึ่งเราคิดว่า คนแต่งทำได้ดีมาก ๆ ที่สามารถดึงเอาเราลงไปในเรื่องราวได้มากขนาดนี้

ในขณะที่เซบาสเตียนพยายามสืบหาความจริง อดีตของแคทก็ตามเธอจนทัน เมื่อหญิงสาวถูกลอร์ดจาร์วิสแบล็คเมลล์ให้บอกชื่อหัวหน้าสายลับคนล่าสุดของฝรั่งเศส มิฉะนั้นจะเปิดโปงความจริงที่ว่า เธอเคยทำงานให้กับฝรั่งเศสมาก่อน ในเล่มนี้ทำให้เราได้รู้สึกจริง ๆ ว่า เซบาสเตียนรักหญิงสาวคนนี้มากแค่ไหน เพราะเมื่อเขารู้ความจริงว่า เธอเป็นสายลับให้กับฝรั่งเศส ในขณะที่เขาเสี่ยงตายต่อสู้กับฝรั่งเศส เซบาสเตียนไม่มีกระทั่งความรู้สึกสับสน รีรอ เขาทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือเธอ อย่างไม่มีข้อแม้ ในเล่มนี้เองทำให้เราเข้าใจความรักอันท่วมท้นที่เขามีต่อเธอ แต่ในขณะเดียวกันก็ยิ่งทำให้เราเห็นได้ชัดเจนว่า แคท โบลินไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะกับเซบาสเตียน เธอไม่อาจควบคุมด้านมืดของเขาได้ เธอไม่ใช่คู่คิดคนที่เขาต้องการ และจำเป็นต้องมีในชีวิตเพื่อสร้างสมดุลให้กับเขา แคทอาจจะเป็นหญิงสาวที่เซบาสเตียนรักที่สุด แต่เธอไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อเขา

นี่เป็นแนวคิดที่แปลกสักหน่อย โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบอ่านโรแมนซ์อย่างเรา แต่ตั้งแต่เล่มแรกแล้วค่ะ เรารู้สึกว่า แคทไม่เหมาะกับเซบาสเตียน เธอไม่อาจควบคุมด้านที่ดิบของเขาได้ แต่จุดแตกหักระหว่างแคท และเซบาสเตียนในเล่มนี้ก็เป็นพล็อตแนวดาวพระศุกร์มากไปหน่อยนะ (น้ำเน่าน่ะ) จนทำให้เรารู้สึกว่า นี่เป็นจุดที่กระโดดออกมาจากธีมเรื่องชุดนี้มากไป เพราะเล่มนี้ผสมผสานทุกอย่างได้ลงตัวมาก ๆ เอาเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์มาใส่ลูกเล่น สร้างคดีฆาตกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ดึงเซบาสเตียนเข้าไปสืบสวน การเผชิญหน้ากันระหว่างเขาและศัตรูตัวฉกาจอย่างลอร์ดจาร์วิส ทั้งหมดนี่ทำให้ลงตัวมาก แต่เรื่องส่วนตัวของเขา โดยเฉพาะประเด็นกะแคท มันนิยายสองสลึงชัด ๆ

แต่พูดแบบนี้ก็เถอะนะ เราดีใจค่ะที่คู่นี้เลิกกันได้ซะที (ใจร้ายไปไหมเนี่ย)

Where Serpents Sleep ของซีเอส แฮร์ริส

หลังจากอกหัก รักคุดชนิดเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เซบาสเตียนที่เพิ่งสร่างเมาก็ได้พบกับการขอความช่วยเหลือจากคนที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน

มิสฮีโร่ จาร์วิส บุตรสาวคนเดียวของลอร์ดจาร์วิส ชายผู้เป็นศัตรูคู่แค้นของเซบาสเตียน เดินทางมาพบ และขอให้เขาช่วยสืบคดีที่เกิดขึ้น ฮีโร่เป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในบ้านแมกดาเลนา ซึ่งเป็นบ้านพักฉุกเฉินของเหล่าโสเภณีที่คิดกลับใจ ฮีโร่อยู่ที่นั่นเพื่อสัมภาษณ์หญิงสาวที่เคยทำงานเป็นโสเภณี และในระหว่างที่กำลังคุยกับหญิงสาวที่ชื่อว่า โรส โจนส์ คนกลุ่มนึงก็บุกเข้ามาในบ้าน ตามหาใครบางคน แต่ไม่ลังเลที่จะฆ่าทุกคนในบ้านหลังนั้น ฮีโร่ และโรสหลบหนีออกไปจากบ้านได้ แต่โรสก็ถูกยิง และตายในอ้อมแขนของฮีโร่ก่อนที่จะหนีพ้น

เหตุการณ์นั้นหลอกหลอนหญิงสาววัยยี่สิบห้าปียิ่งนัก และเมื่อบิดาที่ทรงอิทธิพลของเธอทำทุกอย่างเพื่อปกปิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่ต้องการให้ลูกสาวต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องอื้อฉาว ฮีโร่รู้ดีว่า มีชายเพียงคนเดียวในลอนดอนที่กล้าท้าทายอำนาจของลอร์ดจาร์วิส และเธอก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่า จะต้องทำอย่างไรเซบาสเตียนถึงจะตอบตกลงรับสืบสวนคดีที่เกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะร้างลาไปจากการทำงานเช่นนี้เป็นเวลาแปดเดือน (เพราะช้ำใจที่ต้องเลิกกับแคท โบลีน เลยเมาเหล้าเละ)

การจับคู่ทำงานร่วมกันของคนสองคนที่น่าจะมาเกี่ยวข้องกันได้จึงเกิดขึ้น และทำให้แม็กซ์ได้มองเห็นผู้หญิงที่คู่ควรกับเซบาสเตียนอย่างเต็มตาเป็นครั้งแรก ฮีโร่ จาร์วิสไม่ใช่คาแร็คเตอร์ใหม่นะคะ เธอออกมามีบทบาทตั้งแต่เล่มแรก และถ้าเข้าใจไม่ผิด คนแต่งตั้งแต่มาตั้งแต่ต้นที่จะจับคู่เธอให้กับเซบาสเตียน แต่ก็ต้องใช้เวลาถึงสามเล่มค่ะ กว่าที่คู่นี้จะเริ่มมองเห็นกันและกัน แต่ก็แค่มองเห็นนะคะ ยังไม่ได้มีความรู้สึกลึกซื้งอะไร เพราะเซบาสเตียนไม่ใช่คนรักง่ายหน่ายเร็ว เขารักแคทเสมอ และยังไม่เคยลืมเธอ ดังนั้นในเล่มนี้ (และอีกหลายเล่ม) ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและฮีโร่จึงเป็นการพบกันของคนที่ฉลาดพอกัน มุ่งมั่นพอกัน และเติมเต็มความขาดของอีกฝ่าย (ในส่วนของข้อมูลการสืบสวน)

เช่นเดียวกับเล่มก่อนหน้า (Why Mermaids Sing) ประเด็นในเล่มนี้ก็สะเทือนใจ โดยเฉพาะเมื่อความจริงเปิดเผยเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของโรส โจนส์ หญิงสาวที่ตายในฐานะของโสเภณี แต่เธอไม่ได้เริ่มต้นชีวิตเช่นนั้น ความโชคร้าย และชะตากรรมที่ซ้ำเติม ผลักดันเธอจนมาถึงจุดนี้ และจบชีวิตของเธอเสียตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น

จุดเด่นมาก ๆ ของเซบาสเตียนก็คือ การที่เขาอยู่ข้างของเหยื่อเสมอ และเรื่องราวของโรส โจนส์ก็บอกเล่าประเด็นนี้ได้เป็นอย่างดี และที่เหนือไปยิ่งกว่า ก็คือการผูกเรื่องซับซ้อนของเล่มนี้ เหตุการณ์ที่เริ่มต้นจากความตายของโสเภณีคนนึง ก่อนที่จะนำไปสู่พล็อตก่อการร้ายแรงครั้งนึงในประวัติศาสตร์

ตรงนี้แหละค่ะที่ทำให้เราชอบหนังสือชุดนี้ยิ่งนัก การร้อยเรียงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เข้าไปกับเนื้อเรื่องจนแยกไม่ออกว่าอะไรคือนิยาย อะไรคือความจริง เพราะทุกอย่างสอดรับเป็นเหตุเป็นผลกันไปหมด ทำให้อ่านแล้วนอกจากจะได้เรื่องราวสืบสวน ชีวิตส่วนตัวที่น้ำเน่ามาก ๆ ของเซบาสเตียน ก็ยังได้รู้เกร็ดประวัติศาสตร์ คนที่คิดว่ารู้เรื่องในยุครีเจนซีเป็นอย่างดี (จากการอ่านเรื่องแนวโรแมนซ์) เราอยากให้อ่านเล่มนี้ค่ะ เพราะได้เห็นอีกด้านนึงของยุค ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสภาพสังคม

What Remains of Heaven ของซีเอส แฮร์ริส

ศพของบิชอปแห่งกรุงลอนดอนถูกพบในหลุมฝังศพใต้ดินที่เพิ่งถูกเปิดออก หลังจากถูกปิดมาเป็นเวลานาน และเซบาสเตียน เซ็นต์เซอร์ถูกขอร้องให้เข้าไปสืบคดี ครั้งนี้คำขอมาจากผู้เป็นป้า ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับอาร์คบิชอปแห่งแคนเตอร์เบอรี (ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะสงฆ์)

การตายของบิชอปเพรสค็อตต์ถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรง เพราะเขาเป็นนักปฏิรูปหัวรุนแรงที่กำลังผลักดันกฎหมายห้ามการค้าทาสในทุกรูปแบบ ซึ่งจะทำให้กระทบต่อฐานะทางเศรษฐกิจของผู้มีอำนาจหลายคนในแผ่นดิน นอกจากนี้เขายังเป็นตัวเต็งที่จะก้าวขึ้นเป็นอาร์คบิชอปแห่งแคนเตอร์เบอรีคนต่อไป สถานที่จะทำให้เขาทรงอำนาจมากขึ้น และสร้างปัญหามากขึ้นให้กับคนหลายคน

นั่นทำให้การสืบสวนของเซบาสเตียนยากลำบากมากขึ้น เพราะนอกจากศัตรูทางเมืองแล้ว บิชอปก็ยังมีเรื่องส่วนตัวที่ลึกลับ เพราะเขาไม่ใช่ศพลึกลับศพเดียวที่พบในหลุมฝังศพใต้ดินแห่งนั้น ก่อนหน้าเมื่อมีการเปิดหลุมศพขึ้น หลังจากปิดตายมาเป็นเวลาหลายปี มีการพบศพชายนิรนามที่ถูกมีดปักที่ด้านหลัง ศพที่ต่อมาพิสูจน์ได้ว่า เป็นพี่ชายคนโตของบิชอปเพรสค็อตต์ที่หายตัวไปเมื่อสิบกว่าปีก่อนนั่นเอง

ปริศนาเริ่มซับซ้อนมากขึ้น ในแง่ของการสืบสวน แม็กซ์ชอบเล่มนี้มากนะคะ น่าอ่านติดตามได้สนุกไปตลอดทั้งเรื่อง นอกจากนี้แล้วเรื่องราวก็ยังโยงใยไปยังอดีตของเซบาสเตียน ที่ในที่สุด (หลังจากคนอ่านรู้มาตั้งนานแล้ว) เซบาสเตียนก็รู้เรื่องราวในอดีตของตัวเองเสียที

Where Shadows Dance ของซีเอส แฮร์ริส

คงต้องบอกว่า เราแทบจะถลาไปหยิบเล่มนี้มาอ่านทันทีที่อ่าน What Remains of Heaven จบเลยล่ะค่ะ และไม่ใช่เพราะพล็อตสืบสวนหรอกนะคะที่ทำให้เรารู้สึกอยากอ่านขนาดนั้น เพราะส่วนสืบสวนในเรื่องชุดนี้ จะจบไปแต่ละเล่มโดยไม่ได้มีความสัมพันธ์กัน แต่ส่วนความสัมพันธ์ที่เราพูดหลายครั้งว่า น้ำเน่าเหลือเกินของเซบาสเตียนต่างหากที่เป็นตัวเรียกแขก เพราะแม้จะพูดว่าน้ำเน่านะคะ แต่นี่ก็คือสิ่งที่ทำให้หนังสือ และละครหลายเรื่องฮิตติดลมบน แม็กซ์ก็เป็นหนึ่งในแม่งเม่าพวกนั้นค่ะที่ติดกับดักของคนแต่ง ทำให้อยากรู้มาก ๆ ว่า จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับเซบาสเตียน และฮีโร

พอล กิ๊บสัน เพื่อนสนิทของเซบาสเตียน ซึ่งเป็นหมอผ่าตัดที่มีความสามารถ แต่การเป็นหมอในสมัยนั้น การแสวงหาความรู้เกี่ยวกับกายภาพของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่าย ความเชื่อ และกฎเกณฑ์ทางสังคม ทำให้พอลไม่อาจได้ศพมาผ่าพิสูจน์เพื่อเป็นตัวอย่างในการศึกษาต่อไปได้ นั่นทำให้พอลต้องใช้บริการของ "นักจัดหาศพ" และศพที่พอลต้องการมาใช้ศึกษาก็คือ ร่างของชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่า ๆ ที่ตายด้วยอาการหัวใจวาย

เขาต้องการศึกษาว่า อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้อเล็กซานเดอร์ รอสส์เสียชีวิต ทั้งที่ยังหนุ่ม และแข็งแรง พอลหวังว่า ศพของรอสส์จะทำให้เขาเข้าใจอาการเกี่ยวกับโรคหัวใจมากขึ้น แต่เมื่อได้ศพมา (อย่างไม่ถูกต้องนักหรอก) พอลก็ต้องผิดหวัง นอกจากเขาจะไม่ได้ศึกษาอะไรเลยเกี่ยวกับโรคหัวใจ เขายังได้ข้อมูลที่น่าหนักใจเพิ่มมาอีก

เพราะอเล็กซานเดอร์ รอสส์ไม่ได้หัวใจวายตาย เขาถูกฆาตกรรม ด้วยการถูกแทงที่ด้านหลังของศีรษะ บาดแผลที่หมอชันสูตรศพมองข้าม ปัญหาก็คือพอลไม่อาจแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ เพราะเขาก็มีความผิดติดตัว (ที่ดันไปขุดศพชาวบ้านมาผ่าพิสูจน์) ทางเดียวของเขาก็คือ เรียกตัวเพื่อนรักอย่างเซบาสเตียนมาช่วยไขคดี

และคุณจะไขคดีที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดขึ้นแล้วได้ยังไง การเข้าไปวุ่นวายในชีวิตของอเล็กซานเดอร์ รอสส์ ทำให้เซบาสเตียนเข้าไปในวงการสายลับระหว่างประเทศ การแย่งชิงอำนาจเพื่อครองความยิ่งใหญ่ระหว่างอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย ปรัสเซีย และอาณาจักรออตโตมัน ความท้าทายที่เซบาสเตียนต้องค้นหาความจริง ในเวลาเดียวกันก็ต้องจัดเตรียมการแต่งงานของตัวเองไปด้วย เพราะในที่สุดมิสฮีโร่ จาร์วิสก็ยินยอมแต่งงานกับเขา

การแต่งงานที่เขารู้ตัวว่า ตัวเองหลงรักผู้หญิงอีกคน การแต่งงานที่เขาจำเป็นต้องแต่งเพื่อเกียรติของตัวเองและฮีโร่ การแต่งงานที่เขาต้องเอาตัวเองไปผูกพันกับศัตรูที่อันตรายที่สุดของเขา

ความน่าทึ่งของหนังสือชุดนี้ก็คือ คนแต่งพาเราเข้าไปในแง่มุมต่าง ๆ ของสังคมในยุครีเจนซี ตลอดทั้งหกเล่มไม่มีแง่มุมไหนที่ซ้ำซากจำเจ เราได้เห็นสภาพสังคมในเวลานั้น มองเห็นการแก่งแย่งชิงอำนาจทางการเมือง เกมส์การทหาร วงการศาสนา และมาในเล่มนี้ การเล่นเกมส์สืบความลับ การต่อรองอำนาจในช่วงเวลาที่นโปเลียนกำลังยกทัพไปบุกรัสเซีย และรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศสมาก่อนในอดีต กำลังขอความช่วยเหลือจากอังกฤษ แต่ในขณะเดียวกันอังกฤษก็ต้องรีรอดูสถานการณ์ในดินแดนปกครองของตัวเอง เพราะอีกด้านนึงอเมริกาที่เพิ่งประกาศอิสรภาพ ตั้งท่าจะรุนรานแคนาดา ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ทำให้การข่าวเป็นสิ่งสำคัญมาก และอเล็กซานเดอร์ รอสส์ ชายหนุ่มที่ดูธรรมดา อยู่ตรงกลางของทุกอย่างนั่น

นอกจากนี้แล้วเล่มนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนถึงความเหมาะสมของฮีโร่ จาร์วิสในฐานะของหญิงสาวที่ยืนเคียงคู่เซบาสเตียนได้ (สปอยล์) ในฉากที่เธอถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับความพยายามกลบเกลื่อนร่องรอย ฮีโร่ถูกลักพาตัวไป และอยู่ในอันตรายจากคนร้าย ขณะที่เซบาสเตียนกำลังไปช่วยเหลือ ผู้หญิงคนนี้ก็จัดการคนร้ายด้วยตัวเอง ไม่ได้ออกแนวคิลบิลเก่งกาจขนาดนั้นหรอกนะคะ แต่เธอเอาตัวรอดได้ และไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร อ่านแล้วได้ใจเราไปเต็ม ๆ

แล้วยังมีประเด็นเรื่องเซบาสเตียน จะมาเป็นลูกเขยของลอร์ดจาร์วิสอีก ตรงนี้ฮามาก ส่วนที่สนุกของเรื่องนี้ก็คือ การต่อกรกันระหว่างเซบาสเตียน และลอร์ดจาร์วิส เพราะคนแต่งไม่ได้เขียนศัตรูของพระเอกที่ไม่เอาไหน ลอร์ดจาร์วิสก็เหมือนอีกด้านหนึ่งของเหรียญอันเดียวกับเซบาสเตียน เขาฉลาด เจ้าเล่ห์ เหี้ยมโหด และทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องราชบัลลังค์ ในขณะที่เซบาสเตียนเชื่อถือในเรื่องของความถูกต้องเป็นธรรม ลอร์ดจาร์วิสเชื่อในเรื่องของหลักการ และผลประโยชน์สูงสุด แม้จะต้องแลกกับความสูญเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งคู่ไม่เคยถึงกับต้องเผชิญหน้ากันโดยตรง แต่ก็ปะทะกันหลายครั้ง และในฐานะคนอ่าน เราไม่แน่ใจนักว่า เซบาสเตียนจะชนะศึกระหว่างทั้งสองหรอกนะคะ และนั่นคือส่วนที่ดีมาก ๆ ของเรื่องชุดนี้

โดยรวมหนังสือทั้งชุด แม็กซ์คงต้องบอกว่า ตอนอ่านเล่มแรกจบ อาการยังไม่หนักนะคะ แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งติดค่ะ ถลำตัวลึกลงไปเรื่อย ๆ ในโลกที่เซบาสเตียน เซ็นต์เซอร์อาศัยอยู่ เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในโลกของเขา รู้จักคาแร็คเตอร์ในเรื่อง รู้จักเซบาสเตียน และมองเห็นตัวตนของเขา เห็นความมุ่งมั่น และแรงผลักดันในชีวิต เข้าไปมีส่วนร่วมในชีวิตส่วนตัวที่มั่วซั่วไม่น้อยของเขา จนจบเล่มหกก็เลยอาการหนักค่ะ ชอบไปซะทุกอย่างในหนังสือชุดนี้

คะแนนทั้งชุด 85

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

อยากอ่านจังเลยอ่ะ แต่แค่ชุดซุกกี้ยังไปไม่รอดเลยน่ะ แล้วชุดนี้จะเหลือหรือ มี สนพ.ได้ไปบ้างหรือยังค่ะ ถ้ายังจะได้ไปลุ้นให้บางที่ซื้อดูน่ะbig smile

#1 By ducky (192.168.0.84, 192.168.0.84, 127.0.0.1, 202.57.178.42) on 2012-03-20 12:41

ได้โปรด สนพ.ไหน ซื้อลิขสิทธิ์มาแปลทีค่ะ แพรวก็ดี cry

#2 By anges on 2012-03-20 14:50

เลื่อนปราดๆไม่อ่านรีวิว แต่เก็บเข้าลิสท์ to-read เรียบโร้ย confused smile

#3 By chihaya on 2012-03-20 21:21