The McCabe Brother Trilogy // Maya Banks
posted on 22 Apr 2012 15:57 by maxtreme in C-Club, Historical directory Fictionมายา แบงค์เป็นนักเขียนที่สร้างชื่อมาจากการเขียนหนังสือแนวอีโรติคโรแมนซ์ สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้ก็คือ เธอเริ่มต้นมาจากการเขียนเรื่องแนวย้อนยุค จริง ๆ แล้วผลงานเรื่องแรกที่ขายได้ก็คือเรื่องแนวย้อนยุคนี่แหละค่ะ ซึ่งเธอเขียนในนามปากกาที่ชื่อว่า ชารอน ลองค์ แต่คงต้องบอกว่า ไม่ประสบความสำเร็จนัก จนกระทั่งเปลี่ยนชื่อมาเป็นมายา แบงค์ และเขียนเรื่องแนวร้อนแรง
กระนั้นเมื่อมีชื่อเสียงในระดับนึง มายาก็ยังคงรักที่จะเขียนเรื่องแนวย้อนยุคต่อไป และในที่สุดหนังสือแนวย้อนยุคในนามปากกามายา แบงค์ก็ออกขาย และก็เป็นขายดีไม่น้อย จนตอนนี้มายาเลยเขียนทั้งหนังสือแนวย้อนยุค ปัจจุบันทั้งแนวโรแมนติคสืบสวน และอีโรติคโรแมนซ์
สำหรับเรา เริ่มต้นอ่านงานของเธอที่แนวอีโรติคโรแมนซ์ และก็เป็นแนวเดียวของเธอที่เราอ่านค่ะ เรื่องแนวโรแมนติคสืบสวน (ชุด KGI) ที่เพื่อนหลายคนเชียร์ให้อ่าน ก็ยังไม่ได้ฤกษ์หยิบมาเลยค่ะ แต่ช่วงหยุดยาวสงกรานต์ก็เป็นโอกาสอันดี ตอนแรกว่าจะอ่านชุดเคจีไอแล้วล่ะค่ะ แต่อารมณ์อยากอ่านเรื่องแนวย้อนยุคมาแรง ก็เลยตัดสินใจหยิบเล่มแรกในชุดพี่น้องตระกูลแมคเคบมาอ่าน และก็อ่านต่อเนื่องทั้งสามเล่มจนจบชุด
In Bed with a Highlander ของมายา แบงค์
เล่มนี้เป็นเรื่องแรกในชุดสามเล่มที่เล่าเรื่องพี่น้องตระกูลแมคเคบ ที่เมื่อเจ็ดปีก่อนเผ่าของพวกเขาเกือบจะโดนทำลายจนหมดสิ้น เมื่อดันแคน คาเมรอน ศัตรูอาศัยโอกาส และใช้น้องชายคนเล็กเป็นเครื่องมือ บุกเข้ามาฆ่าพ่อซึ่งเป็นแลร์ด พร้อมทั้งฆ่าภรรยาของยวน พี่ชายคนโตไปอีกต่างหาก
สามพี่น้องจึงใช้เวลานับจากนั้นสร้างเผ่าให้เข้มแข็งอีกครั้ง แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาขาดแคลนทรัพยากร แต่กระนั้นกองทัพของเผ่าแมคเคบก็เลื่องลือในเรื่องความแข็งแกร่ง
แต่แล้วคริสเปน ลูกชายของยวนก็หายตัวไป ขณะที่ทั้งหมดพยายามตามหา พวกเขาก็ได้เด็กน้อยคืนมาอย่างไม่คาดคิด เมื่อหญิงสาวผู้กล้าหาญพาตัวเด็กชายกลับมา
เธอคือเมริน ทายาทสาวผู้เป็นที่ต้องการของชายทั้งปวง แม้สถานะของเธอเป็นเพียงลูกนอกสมรส แต่พ่อของเธอก็คือกษัตริย์แห่งสก๊อตแลนด์ผู้ล่วงลับไปแล้ว และสินเดิมของเธอก็ที่ดินอันอุดมสมบูรณ์ ดินแดนที่ดันแคน คาเมรอนต้องการ และชายคนนี้ก็โหดร้ายพอที่จะบุกไปที่สำนักนางชีที่เมรินหลบซ่อนตัวอยู่ และบังคับลักพาตัวเธอกลับไปที่ปราสาทของเขา เพื่อให้หญิงสาวแต่งงานด้วย แต่ความยินยอมของเมรินเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพระผู้ประกอบพิธี เมรินที่ถูกทำร้ายอย่างรุนแรง ก็ไม่ยอมง่าย ๆ
ในระหว่างโดนจับตัวมา เมรินได้พบกับคริสเปนโดยบังเอิญ เด็กชายซึ่งกำลังถูกพวกคาเมรอนทำร้าย (แต่พวกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกชายของยวน แมคเคบ) เธอเข้าไปปกป้อง และนั่นทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเกิดขึ้น เมื่อถูกช่วยให้หนีออกมา ทั้งสองจึงหนีไปด้วยกัน จนกระทั่งไปพบกับพวกแมคเคบที่กำลังตามหาเด็กชายอยู่
เมื่อฐานะที่แท้จริงของเมรินถูกค้นพบ ยวนก็รู้ว่า เธอมีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้เดินจากไปได้ สินเดิมของเธอจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เผ่าแมคเคบกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เขายื่นข้อเสนอการแต่งงานให้กับเธอ และเขาจะปกป้องเธอจากดันแคน คาเมรอน
การแต่งงานเพื่อความสะดวกเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ตามมามีมากกว่านั้นมาก เมรินซึ่งใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาตลอดชีวิต ได้ครอบครัวที่เธอต้องการมาในที่สุด เผ่าแมคเคบกลายเป็นบ้านที่เธอรัก ชายผู้ที่ตอนแรกดูน่าหวาดหวั่นกลายเป็นชายที่เธอมอบหัวใจให้ ในขณะที่ยวนก็ได้เจอกับหญิงสาวที่ชนะใจของเขาในที่สุด
ก่อนจะอ่าน แม็กซ์ไม่ได้ตั้งความหวังกับเรื่องนี้ไว้มากมายอะไรเลยนะคะ ส่วนหนึ่งเพราะเราเป็นคนที่ไม่ค่อย "อิน" ไปกับเรื่องแนวสก๊อตติชโรแมนซ์เท่าไหร เรามองไม่เห็น "เสน่ห์" ของเรื่องแนวนี้น่ะค่ะ แต่พออ่านเล่มนี้ เราขอบอกว่า ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ ที่สำคัญเรื่องนี้ให้อารมณ์เรื่องสไตล์จูลี การ์วู้ดมาก ๆ
เรื่องราวของนางเอกที่เป็นคนนอกที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเผ่านักรบในไฮแลนด์ สก๊อตแลนด์ ความเป็นคนดี มีน้ำใจ และน่ารักของเธอเอาชนะใจนักรบใจหินในเผ่าทั้งหลายได้ อย่างช้า ๆ เธอเข้าไปอยู่ในดวงใจของสามีที่แต่งงานกับเธอ การแต่งงานที่ไม่ได้เริ่มต้นที่ความรัก แต่ลงเอยอย่างนั้น ดังนั้นหากว่าไป เรื่องนี้ก็ดำเนินตามสูตรสำเร็จนะคะ แต่ที่มันเวิร์คสำหรับเราก็คือ เราเชื่อในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรามองเมรินและเชื่อได้ไม่ยากว่า ทุกคนทุ่มเทให้เธอมากแค่ไหน
อ่านเล่มนี้แล้วมีกำลังใจอ่านเล่มต่อไปในชุดมากเลยค่ะ
คะแนนที่ 73
Seduction of a Highland Lass ของมายา แบงค์
เล่มสองในชุด เล่าเรื่องน้องชายคนรอง อลาริค แมคเคบผู้ซึ่งต้องเสียสละตัวเองแต่งงานกับริออนนา แม็คโดนัลด์เพื่อสร้างพันธมิตรให้กับเผ่าแมคเคบ ข้อเสนอที่ผู้นำเผ่าแม็คโดนัลด์ยื่นให้กับยวน แต่เพราะเขาได้แต่งงานกับเมรินแล้ว เจ้าบ่าวจึงเปลี่ยนตัวไปเป็นอลาริค
ในขณะที่เดินทางไปเพื่อเยี่ยมเยียนเผ่าแม็คโดนัลด์ อลาริคกลับถูกลอบโจมตี เขาหนีรอดไปได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บหนัก อลาริคหมดสติ และถูกช่วยเหลือไว้โดยคีลีย์ แม็คโดนัลด์ หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ที่ถูกเนรเทศออกจากเผ่าของตัวเอง เพียงเพราะแลร์ดของเธอต้องการย่ำยีเธอ คีลีย์หนีรอดไปได้ แต่ก็ถูกใส่ความว่าเป็นคนผิดไปยั่วยวนแลร์ดเอง เธอจึงถูกเนรเทศออกมาอยู่ตามลำพัง
คีลีย์ช่วยชีวิตของอลาริคเอาไว้ และเมื่อน้องชายของเขาตามหาอลาริคจนเจอ คีลีย์ก็ถูกขอร้องแกมบังคับให้เดินทางไปพร้อมกับพวกเขาเพื่อกลับไปเผ่าแมคเคบ เพราะตอนนี้ในเผ่าไม่มีหมอที่จะพอดูแลอลาริคได้
อย่างไม่ช้า เผ่าแมคเคบก็กลายเป็นบ้านของคีลีย์ บ้านที่เธอมองหามาตลอดชีวิต ในขณะเดียวกันอลาริคก็เข้ามาอยู่ในใจของเธอเช่นกัน แต่ความรักของทั้งสองเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ อลาริคหมั้นหมายกับริออนนา ซึ่งเคยเป็นเพื่อนสนิทของคีลีย์ ความรักที่ดูสิ้นหวัง
แม็กซ์โคตรเกลียด (ย้ำอีกรอบว่าโคตรเกลียด) พล็อตแนวนี้มาก ดังนั้นรีวิวเรื่องนี้ที่เราเขียนอาจจะมีความลำเอียงเป็นพิเศษปนอยู่ ถ้าใครชอบพล็อตแนวนี้ หรือไม่ได้เกลียดเป็นพิเศษ ก็อาจจะไม่มีปัญหาเหมือนเรานะคะ แต่สำหรับเรา มันคือจุดเริ่มต้นของจุดจบ คือความหายนะของหนังสือเล่มนี้
เรื่องพยายามบอกตลอดว่า ทั้งอลาริคและคีลีย์เป็นคนดี อลาริคเสียสละตัวเองเพื่อช่วยเผ่าแมคเคบ เพื่อสร้างพันธมิตรที่เผ่าต้องการ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแต่งงานกับริออนนา ไม่สำคัญว่าเขาจะรักคีลีย์อย่างหมดหัวใจ ทางด้านคีลีย์ก็เป็นหญิงสาวแสนดี เธอเข้าใจอลาริค เข้าใจว่า พันธมิตรเป็นสิ่งจำเป็นขนาดไหน แต่เธอก็ห้ามตัวเองไม่ให้รักเขาไม่ได้ และเมื่อคีลีย์ไม่คิดจะแต่งงาน หรือมีครอบครัวอยู่แล้ว เธอจึงไม่รู้สึกว่า ทำอะไรผิดที่จะทอดกายให้กับชายที่เธอรัก ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน บอกรักกัน
คนอื่นอาจจะว่าซึ้งนะคะ สำหรับแม็กซ์แล้ว มันน่ารังเกียจ นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งงานนะ ยังทำกันขนาดนี้ พวกเขาหลอกตัวเองรึเปล่าว่า หากอลาริคแต่งงานแล้ว จะเลิกพฤติกรรมแบบนี้ได้ ทำไมความรักจึงต้องมีค่าเหนือทุกอย่าง บางทีอาจจะเป็นตัวเราเองที่เข้าใจผิดก็ได้ นี่เป็นหนังสือโรแมนซ์ ความรักจะต้องเป็นใหญ่ แต่สำหรับเรา หากคุณใช้ความรักเป็นข้ออ้างในการกระทำผิด นั่นไม่ใช่ความรัก
บางทีคีลีย์และอลาริคอาจจะเลิกความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ หลังจากอลาริคแต่งงาน คนอ่านไม่ต้องทนอ่านไปจนถึงฉากนั้น เพราะนี่คือโรแมนซ์ และท้ายที่สุดอลาริคก็ได้แต่งงานกับคีลีย์ ไม่ใช่กับริออนนา แต่เราไม่เชื่อหรอกนะคะว่า พวกเขาจะทำได้ ทั้งสองพร่ามบอกเรื่องความรัก ความรู้สึกที่มีต่อกัน ทำยังกะว่า มันสำคัญและยิ่งใหญ่มากพอที่จะลบล้างความผิดของพวกเขาได้ เรามองเห็นว่า หากอลาริคแต่งงานไปกับริออนนา ก็คงจะเป็นเรื่องชู้ในบ้าน ใต้จมูกของริออนนาเองนั่นแหละ
อีกอย่างแม็กซ์อาจจะวัดการกระทำของทั้งสองด้วยวัฒนธรรมในยุคนั้น เหตุการณ์เรื่องนี้เกิดในช่วงปี 1000 กว่า ๆ การหมั้นในยุคนั้นแทบจะไม่ถือว่า แตกต่างอะไรไปจากการแต่งงานเลย หากเป็นเรื่องยุคใหม่ เราอาจจะมองอย่างให้อภัยมากกว่านี้ก็ได้ค่ะ
คีลีย์เป็นเพื่อนชนิดไหนที่มีความสัมพันธ์กับว่าที่สามีของเพื่อน อลาริคเป็นนักรบที่เหลือเกียรติบ้างไหมที่พร่าพรหมจรรย์ของสาวบริสุทธิ์ และไม่ยอมแต่งงานกับเธอ
ดังนั้นเราคงต้องบอกว่า เราไม่ให้ความเคารพทั้งพระเอก และนางเอก การบอกแบบนี้แย่ยิ่งกว่าการบอกว่าเราเกลียดพวกเขาอีกนะคะ เพราะการเกลียดก็แค่วูบเดียว แล้วก็จบกันไป (สำหรับเรา) แต่การไม่เคารพ หมายถึงว่า คนเหล่านั้นไม่มีค่าพอจะเป็นอะไรสำหรับเราได้เลย
ส่วนเดียวที่ดีที่สุดในเรื่องก็คือ การเปิดประเด็นสำหรับเล่มสามในชุด เมื่อริออนนาพบว่าตัวเองถูกชายในตระกูลแมคเคบบอกปฏิเสธอีกเป็นครั้งที่สอง และเคย์เลน น้องชายคนเล็กเสนอตัวเข้ามาแต่งงานกับเธอแทน นั่นมากพอจะทำให้เราหยิบเล่มสามมาอ่านค่ะ
แต่เล่มสองคือความล้มเหลวสำหรับเรา คะแนนที่ 43
Never Love a Highlander ของมายา แบงค์
มาถึงเล่มสามในชุดแล้วค่ะ เรื่องราวต่อเนื่องจากตอนจบของเล่มสองเลยทีเดียว เมื่อเคย์เลน แมคเคบอาสาตัวมาแต่งงานกับริออนนา แม็คโดนัลด์แทนพี่ชาย ที่รักเมียเก็บของเขาเหลือเกิน
เคย์เลนไม่เคยคิดว่า ตัวเองจะแต่งงาน เขาเจ็บช้ำจากการถูกความรักทรยศ หญิงสาวที่เขาหลงใหล และคิดว่า รัก คือตัวการในการทำลายเผ่าของเขา การทรยศของเธอทำให้ครอบครัวของเขาเกือบพินาศ และจนกระทั่งบัดนี้ เผ่าแมคเคบก็ยังต้องดิ้นรนกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้นอยู่เลย แต่เขาก็อาสาตัวเองเพื่อพี่ชาย โดยยอมแต่งงานกับริออนนา หญิงสาวที่ไม่เหมือนผู้หญิืงคนไหนที่เขาได้พบ
นั่นเพราะริออนนาไม่ใช่ลูกสาวของแลร์ดที่นั่งปักเย็บผ้าอยู่ในปราสาท เธอคือนักรบ และร่วมซ้อมกับทหารในเผ่าแม็คโดนัลด์ เธอไม่สนใจว่า แมคเคบคนไหนจะแต่งงานกับเธอ เธอเพียงต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเผ่าของเธอ และการแต่งงานกับแมคเคบ แล้วให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นแลร์ดแห่งเผ่าแม็คโดนัลด์คือทางรอดเดียวของเผ่า เมื่อเปลี่ยนเจ้าบ่าวจากคนนึงไปเป็นอีกคนนึง แม้เธอจะรู้สึกเสียหน้า แต่ริออนนาก็พร้อมจะเข้าพิธี
การแต่งงานกับทายาทแห่งเผ่าแม็คโดนัลด์ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปสำหรับเคย์เลน เขาในฐานะของลูกชายคนที่สาม คิดว่า ตัวเองคงจะเป็นมือขวาของยวนพี่ชาย นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเคย์เลน แต่เมื่อเขาก้าวขึ้นเป็นแลร์ดคนใหม่แห่งแม็คโดนัลด์ เคย์เลนต้องย้ายไปอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า คนที่ไม่ไว้ใจเขา พร้อมกับภรรยาที่เขาไม่ต้องการ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดริออนนามากขึ้น เคย์เลนก็ยิ่งค้นพบว่า มีอะไรมากกว่าแค่ตาเห็น และเริ่มรู้สึกว่า เขาได้เพชรเม็ดงามมาอยู่ในมือ
จริง ๆ แม็กซ์เริ่มรู้สึกตั้งแต่เล่มสองแล้วล่ะค่ะ แต่เล่มนี้คอนเฟิร์มความรู้สึกของเรามาก ว่าหนังสือชุดนี้มีคล้ายกับหนังสือชุด Medieval ของอลิซาเบ็ธ โลเวลล์มาก ดังนั้นเช่นเดียวกับอคติที่เรามีต่อเล่มสองในชุด แม็กซ์ก็มีอคติทางบวกกับเล่มนี้อีกแล้วค่ะ เพราะเราชอบพล็อตแนวนี้มาก
สำหรับพระเอกที่เลือกความรัก โดยไม่สนใจว่า การกระทำของเขาจะทำให้ใครเจ็บปวดบ้าง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเล่มสองของชุด และริออนนาก็คือผลลัพธ์ของการกระทำของอลาริค เมื่อเธอก้าวมาเป็นนางเอกในเล่มสาม คู่กับเคย์เลน ชายผู้ซึ่งไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ ต่อเธอ แต่เสนอตัวแต่งงานเพื่อช่วยพี่ชาย แนวเรื่องก็ยิ่งเข้าทางที่เราชอบ จึงไม่แปลกนะคะว่า แม็กซ์เตรียมใจไว้แต่แรกแล้วว่า จะชอบเล่มนี้
และเราก็ค่อนข้างชอบเล่มนี้ค่ะ พล็อตเรื่องคล้ายกะเรื่อง Enchanted ของอลิซาเบ็ธ โลเวลล์ (เหมือนอย่างที่เล่มสองในชุดพล็อตคล้ายกะ Fobbidden) แต่สู้เล่มนั้นไม่ได้นะคะ กระนั้นก็ถือว่าเขียนได้ดี นอกจากนี้ยังมีกลิ่นของเรื่อง Highland Velvet ของจู๊ด เดเวอร์โรซ์อีกต่างหาก ในประเด็นที่เคย์เลนต้องปรับตัวเข้ากับความแตกต่างของคนแปลกหน้า (อาจจะไม่มากเท่ากะที่สตีเฟนซึ่งเป็นคนอังกฤษต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของสก๊อตแลนด์) ซึ่งก็อีกนะคะ เล่มนั้นก็เป็นเรื่องที่เราชอบ แถมเล่มนี้ริออนนาน่ารักกว่าบรอนวินอีกต่างหาก
โดยรวมเราชอบเล่มนี้ อาจจะไม่ถึงจุดเท่ากับที่ชอบเล่มแรก เพราะช่วงกลางเรื่องเอื่อยเฉยไปเล็กน้อย แต่ตอนท้ายก็กลับมาสู่ความน่าสนใจได้ดี และถือว่าโชว์ความสามารถของนางเอกเลยล่ะ ซึ่งตรงนี้เราถือว่า เป็นจุดสำคัญเลยนะคะ เท่าที่อ่านงานของมายา แบงค์มา ริออนนาเข้มแข็งและเก่งกว่าคนอื่น ๆ เยอะเลยล่ะ
คะแนนที่ 70
โดยรวมเราถือว่า ชุดนี้สอบผ่านนะคะ อ่านได้เลยล่ะ และทำให้เราคิดว่า คงจะติดตามอ่านงานแนวย้อนยุคของมายา แบงค์ต่อไป (เรารู้ตัวว่า ที่ไม่ชอบเล่มสองมาก ก็เพราะพล็อตมันจี้ใจดำของเรา) อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องบอกว่า ไม่มีอะไรใหม่ในพล็อต หรือกระทั่งแนวเรื่อง อ่านชุดนี้แล้ว ทำให้นึกถึงงานในอดีตของนักเขียนรุ่นเก่าหลายคนเลยค่ะ ไม่ได้กล่าวหาว่าลอกเลียนแบบหรอกนะคะ เพราะเป็นความเหมือนในแง่ของการย้ำเตือน (remind) ไม่ได้เหมือนในแง่ของการเขียน หรือกระทั่งพล็อตเรื่องในรายละเอียด แต่ทำให้เรานึกถึงงานเขียนของนักเขียนชั้นบรมครูเท่านั้นเอง แต่ก็ต้องยอมรับนะคะว่า จะสร้างสรรอะไรได้มากมายกับเรื่องแนวย้อนยุคกันได้ล่ะ



#1 By chihaya on 2012-04-22 20:18