Be My Baby Tonight // Kasey Michaels

posted on 31 Oct 2012 14:47 by maxtreme in B-Club, Contemporary directory Fiction

เราอ่านเล่มนี้เมื่อนานมาแล้วค่ะ (สิบปีแล้วค่ะ) นานขนาดที่ว่า เราจดจำเรื่องอะไรไม่ค่อยได้ นอกจากจำได้ว่า นี่เป็นหนังสือแนวเบสบอลโรแมนซ์ที่สนุกที่สุดเรื่องนึงที่ได้อ่าน เราจำพล็อตคร่าว ๆ ได้ แต่รายละเอียดนั้นลางเลือนไปกับกาลเวลาที่ผ่านไป

เนื่องจากเดือนนี้อยู่ในช่วงการแข่งเพลย์ออฟของเมเจอร์ลีกเบสบอล ซึ่งเราก็หลงเข้าไปในการแข่งขันนั้น (หนักขนาดลางานกลับไปนั่งดูทีวีที่บ้านแล้วกันค่ะ) จึงเป็นจังหวะเหมาะที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาอ่านอีกรอบ

 

 

Be My Baby Tonight ของเคซีย์ ไมเคิลส์

เรื่องนี้เป็นเล่มที่สองในชุดพี่น้องฝาแฝดตระกูลเทรแฮน ซึ่งไม่จำเป็นต้องอ่านเล่มแรกหรอกค่ะ เราไม่ได้อ่านก็ไม่มีปัญหาอะไรในการทำความเข้าใจ

ทิม เทรแฮนแฝดผู้น้องมักจะมีโชคชะตาคล้ายคลึงกับแจ๊คผู้เป็นพี่ชายเสมอ และเพราะเป็นน้อง เหตุการณ์จะเกิดกับแจ๊คก่อน จากนั้นก็จะเกิดกับทิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน ผู้หญิง หรืออาชีพนักเบสบอลที่ทั้งคู่ทำ ดังนั้นหลังจากแจ๊คได้รับบาดเจ็บจนต้องเลิกเล่น แต่งงาน และมีลูก ทิมก็นั่งนับวันรอว่าเรื่องเหล่านั้นจะเกิดกับเขาบ้าง มันรบกวนจิตใจจนส่งผลต่อฟอร์มการเล่น ซึ่งสำหรับคนที่เชื่อโชคลางอย่างหนักแบบทิม นั่นเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุด

จนกระทั่งเขาคิดได้ว่า ไม่ใช่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับแจ๊ค จะเกิดขึ้นกับเขา มันก็แค่หนึ่งในสาม หรือสามในห้าเหตุการณ์เท่านั้นเอง ทำให้เขาเกิดความคิดหัวใส ถ้าหากเขาทำอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับแจ๊คให้เกิดขึ้นกับตัวเขา เหตุการณ์ที่เขาเลือกเอง เหตุการณ์ที่จะสร้างความเสียหายน้อยที่สุด มันก็จะทำให้ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เขาไม่อยากจะให้เกิดน้อยลงไปได้

และทิมก็เลือกการแต่งงาน โดยเฉพาะเมื่อเขาได้มีโอกาสเจอกับซูซานนา เพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยอนุบาล และหลังจากความสัมพันธ์ข้ามคืน ทิมขอเธอแต่งงานและรวบรัดตัดตอนจนซูซานนาแทบไม่รู้ตัวเลยว่า กลายมาเป็นมิสซิสทิม เทรแฮนได้ยังไง นอกจากความจริงที่ว่า เธอหลงรักทิมมาตลอด 

ปัญหาก็คือทิมไม่ได้รักเธอ นี่คือเรื่องราวของการแต่งงานที่เริ่มต้นด้วยเหตุผลที่ผิด (มหันต์) แต่กับผู้หญิงที่ถูก ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นขึ้น การเรียนรู้ที่จะรู้จักกัน การปรับตัวเข้าหากัน นี่เป็นหนังสือที่ไม่ซีเรียส อ่านสนุก และทำให้เรามีความสุขมากที่สุดเล่มนึง

คงต้องบอกว่า การอ่านเรื่องนี้ให้สนุกจำเป็นจะต้องก้าวข้ามเหตุการณ์ของทิมในการตัดสินใจแต่งงานกับซูซานนาให้ได้ ส่วนตัวเราขอบอกว่าไร้เหตุผลและไม่น่าเชื่อที่สุด เราเข้าใจความเชื่อโชคลางของนักเบสบอลนะคะ แต่นี่มันเกินไปมาก แต่กระนั้นเมื่อคิดว่า ซูซานนาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับทิม เธอคือเพื่อนรัก คือคนที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดในวัยเด็ก เราพอเชื่อได้ค่ะว่า ทำไมทิมจึงเลือกผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยา เพราะเขาไว้ใจเธอ (เชื่อว่า คงจะไม่มากอบโกยสมบัติจากเขา) และเมื่อคิดว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ซูซานนาเป็นคนแก้ปัญหาร้อยแปดให้ทิมมาตลอด จึงดูยอมรับได้ที่เมื่อเขามีปัญหา (แม้จะเป็นสิ่งที่เขาคิดไปเอง) ทิมก็คาดหวังว่าซูซานนาจะทำให้ทุกอย่างกลับเป็นปกติได้

ส่วนที่โดดเด่นของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่คาแร็คเตอร์และปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันของทิมและซูซานนา ชีวิตแต่งงานไม่ใช่เรื่องง่าย และชีวิตแต่งงานที่เริ่มต้นด้วยการโกหก (ของทิมที่ไม่บอกซูซานนาว่า ทำไมเขาจึงแต่งงานกับเธอ) ยิ่งไม่ง่ายใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเธอรู้ความจริง 

เรื่องเริ่มต้นด้วยความรักข้างเดียวที่นางเอกมีให้กับพระเอก ก่อนที่เธอก็จะเริ่มตั้งคำถามตัวเองเช่นกันว่า ความรักที่มีให้กับเขานั้น เป็นความหลงใหลในวัยเด็ก แท้จริงแล้วเธอรักทิม เทรแฮนในตัวตนปัจจุบันของเขาหรือไม่ ความสงสัยนี้เกิดขึ้นในยามที่ทิมยอมรับกับตัวเองแล้วว่า เขาหลงรักภรรยาของตัวเอง 

เรื่องนี้ไม่ถึงกับมีฉากการง้ออันสะใจคนอ่านนะคะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่นางเอกให้อภัยการกระทำของพระเอกง่าย ๆ เพียงแต่วิธีการของเธอนั้นค่อยเป็นค่อยไป ความเชื่อใจเมื่อถูกทำลาย ก็ต้องค่อย ๆ สร้างให้กลับมา 

เราชอบโทนของเรื่องค่ะ ซึ่งสำหรับเราแล้วเรื่องแนวนี้เขียนได้ยากที่สุด การเล่าเรื่องที่มีธีมค่อนข้างเครียด (ปัญหาในชีวิตคู่ การปรับตัวเข้าหากัน) ให้ออกมาผ่านอารมณ์ขัน เรารู้สึกถึงความสมจริงในบทสนทนา ซึ่งทำให้เราได้รู้จักตัวละครในเรื่องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

และในฐานะของหนังสือที่มีพระเอกเป็นนักกีฬา เรารู้สึกถึงความสมจริงอย่างมากในเรื่อง เนื่องจากเรื่องราวในเล่มนี้ไม่ได้จบภายในเวลาเดือนสองเดือน หากแต่เล่าผ่านช่วงเวลาเกือบหนึ่งปี คนอ่านจึงได้เห็นชีวิตอีกด้านนึงของตัวเอง (ไม่ใช่เรื่องโรแมนซ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปิดฤดูกาล หรือเมื่อพระเอกรีไทร์จากการเล่นกีฬาแล้ว) แม้คนแต่งจะไม่เล่าเกมการแข่งขัน แต่ก็ทำให้คนอ่านได้เห็นชีวิตของนักเบสบอลที่ต้องใช้เวลาอยู่บนถนน เดินทางจากเมืองนึงไปอีกเมืองนึง และผลพวงของมันต่อชีวิตคนในครอบครัวของเขา 

ฉากที่ทิมซึมเศร้าหลังจากทีมของเขาแพ้ตกรอบเพลย์ออฟให้ความรู้สึกจริงใจน่าเชื่อ (สปอยล์) เมื่อเขาเดินเข้ามาหาซูซานนาแล้วบอกเธอว่า เราแพ้ จากนั้นก็กอดเธอไว้นาน หรือการที่เขาต้องใช้เวลาไปกับการเข้าค่ายช่วงสปริงค์ ทำให้ไม่อาจใช้เวลาอยู่กับซูซานนา แม้ว่าเธอกำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที 

สำหรับเราเล่มนี้เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องโรแมนซ์หลังการแต่งงานได้ดีที่สุดเล่มนึง และยังคงเป็นเบสบอลโรแมนซ์ที่สนุกที่สุดของเราอยู่ค่ะ

คะแนนที่  77

Comment

Comment:

Tweet