Wicked Road to Hell // Juliana Stone

posted on 02 Nov 2012 11:04 by maxtreme in C-Club, D-Club, Paranormal directory Fiction

เราอดทนไปขุดเอางานค้างของจูเลียนา สโตนมาไล่อ่านก็เพราะคาแร็คเตอร์ของเดคแคลน โอฮาราค่ะ เขาเป็นตัวละครที่มีบทมาตั้งแต่เล่มแรกในชุด Jaguer Warriors มาแล้ว และเขาก็โดดเด่นที่สุดในชุด แต่กว่าเขาจะมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง ก็ต้องรอจนคนแต่งมาเริ่มต้นชุดใหม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เอาคาแร็คเตอร์จากชุด JW มารีไซเคิลเท่านั้นเอง

ก่อนที่จะเริ่มต้นเล่มนี้ เราขอพูดถึงเรื่องสั้นที่ออกขายเป็นอีบุ๊ค (และมีพรินต์บุ๊คขายแบบออนดีมานด์) ก่อนนะคะ เพราะถือว่าเป็นเรื่องเปิดชุดใหม่ แม้ว่าเนื้อเรื่องจะแทบไม่เกี่ยวกันเลยด้วยซ้ำ

 

 

Wrong Side of Hell ของจูเลียนา สโตน

เล่มนี้ถือเป็นเรื่องสั้นที่เปิดหนังสือชุดใหม่ที่มีชื่อว่า A League of Guardians ซึ่งเป็นองค์กรลับสุดยอดที่รวมเอาเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน ทำหน้าที่รักษาสมดุลระหว่างโลกมนุษย์, นรก, และสวรรค์ เล่มนี้เป็นเล่มเปิดชุด แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับองค์กรนี้ไว้ชัดเจนหรอกนะคะ ซึ่งนี่คือปัญหาที่เรารู้สึกได้อย่างชัดเจนในงานเขียนของจูเลียนา สโตน นั่นก็คือโลกที่เธอสร้างขึ้นมีโครงสร้างที่ล่องลอย ไม่มีหลักการที่คนอ่านจะยึดจับเป็นรูปธรรมได้ เหมือนอยากจะใส่อะไรเข้าไปก็ใส่

กระทั่งเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องสั้นก็มีความไม่ชัดเจนในแง่ของพล็อตอยู่ทั่วไปหมด เราอ่านไปจนจบเรื่องก็ยังไม่รู้ที่มาที่ไปของภารกิจที่พระเอกได้รับมอบหมาย ไม่รู้ความสำคัญของนางเอก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขียนเรื่องนี้ไปเพื่อสื่อความอะไรกันแน่

โลแกน วินเตอร์เป็นหมานรก (แปลแบบนี้ล่ะสำหรับ Hellhound) ผู้ซึ่งมีชาติกำเนิดลึกลับ แม่ของเขาเป็นใครสักคนที่จนจบเรื่องนี้ก็ยังไม่เฉลย โลแกนซึ่งเคยทำงานให้กับองค์กรลับที่รวมตัวกันเพื่อรักษาสมดุลของโลก ถูกเรียกตัวกลับไปทำงานอีกครั้ง คราวนี้เขาต้องกลับลงไปที่นรกอีกครั้ง ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่มีต้นกำเนิดที่นั่น เพื่อนำวิญญาณของคิรา โดฟกลับมาก่อนร่างของเธอจะเน่า

เมื่อสิบกว่าปีก่อน โลแกนก็ช่วยคิรามาแล้วครั้งนึง นั่นทำให้เขาถูกขับไล่ออกจากหน้าที่ในการนำดวงวิญญาณไปส่ง เช่นเดิมเขารู้เพียงแค่คิรามีความสำคัญต่อการอยู่รอดของโลก แต่ไม่มีใครบอกว่าคืออะไรกันแน่ 

พระเอกเดินทางไปนรกเพื่อพานางเอกกลับมา นี่เป็นสาระใหญ่ของพล็อตเล่มนี้ ซึ่งเรารู้มาว่า จะมีเรื่องสั้นอีกเล่ม (To Hell and Back) ที่จะเล่าเรื่องราวของโลแกนและคิราต่อ อย่างไรก็ตามการมีเล่มต่อไม่ใช่ข้ออ้างที่จะให้คนอ่านตาบอดคลำทางนะคะ เราอ่านเรื่องนี้แบบไม่รู้อะไรเลย แล้วก็จบแบบไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าคิรามีความสำคัญมากขนาดจะต้องตายแล้วฟื้น (เพราะเธอถูกฆ่าตายไปแล้วในโลกมนุษย์ แต่ก็ฟื้นกลับมาซะงั้น ง่าย ๆ ไม่มีคำอธิบาย)

เป็นเรื่องที่อ่านจบไปแบบงงค่ะ รู้เรื่องพระนางนะคะ แต่พล็อตเรื่อง และโลกในเล่มช่างมัวเหลือเกิน

คะแนนที่ 53

Wicked Road to Hell ของจูเลียนา สโตน

เรื่องนี้เป็นเล่มแรกอย่างเป็นทางการในชุด League of Guardians ซึ่งเป็นองค์กรลับสุดยอดที่รวมเอาเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน ทำหน้าที่รักษาสมดุลระหว่างโลกมนุษย์, นรก, และสวรรค์ แต่อย่าคาดหวังว่าจะได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับอง์กรนี้มากมายในเล่มนี้เลยนะคะ เพราะกระทั่งตัวเอกของเรื่องก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตัวเองทำงานให้กับองค์กรนี้ มันเป็นองค์กรลับมากขนาดนั้น

นอกจากนี้เล่มนี้ยังเล่าเรื่องราวระหว่างเดคแคลน และอันนา ซึ่งเป็นคาแร็คเตอร์ที่ตกค้างมาจากชุด Jaguer Warriors โดยทั้งสองคนเป็นสมาชิกในทีมเดียวกับพระเอกเรื่อง His Darkest Hunger แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนจบของเล่มสามเรื่อง His Darkest Salvation อันนาถูกฆ่าตาย และเดคแคลนก็ต้องทำตามข้อตกลงที่ทำเอาไว้ นั่นก็คือรับใช้เทวทูตจากสวรรค์เป็นเวลาหนึ่งพันปี

แต่แน่นอนว่าอันนาไม่ได้ตาย โอเคค่ะ จริง ๆ แล้วเธอตาย แต่ก็ถูกชุบชีวิตให้ฟื้นขึ้นมา (นี่เป็นปัญหาอีกอย่างนึงในเรื่องสำหรับเรา คนตายในชุดนี้ไม่ได้ตายจริง ๆ ตายแล้วฟื้นได้ แล้วมันจะต้องลุ้นอะไรกันต่อล่ะ) และต้องทำงานให้กับคนคนนั้นเพื่อเป็นการตอบแทน ซึ่งคนคนนั้นก็คือคนเดียวกับที่เดคแคลนทำข้อตกลงไว้ เพียงแต่งานของอันนาเป็นคนละส่วนกับที่เดคแคลนทำ (ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องแยกแยะให้ยุ่งด้วย เพราะอ่านไปจนจบเรื่องก็ไม่เห็นความแตกต่างอะไรเลย) ทำให้ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน และเดคแคลนก็ยังเข้าใจว่า หญิงสาวที่เขารักที่สุดได้ตายไปแล้ว

อันนาเป็นแวมไพร์ และนั่นคือเหตุผลใหญ่ที่เธอไม่อาจเปิดใจให้กับเดคแคลนได้ เธอกลัวจะสูญเสียเข้าไป เพราะสายเลือดแวมไพร์ของอันนาสูงส่ง ทำให้เธอไม่อาจใช้ชีวิตข้ามสายพันธุ์กับใครได้ แวมไพร์จะต้องแต่งงานกับแวมไพร์ด้วยกันเท่านั้น และคู่ของเธอจะต้องถูกเลือกโดยราชินีแห่งแวมไพร์ ใครที่ทำผิดกฎ คู่ของคนคนนั้นจะต้องถูกประหารชีวิต และเพราะอันนาแคร์เดคแคลนมาก เธอจึงเสแสร้งทำเป็นไม่ใยดีกับไมตรีที่เขามีให้ ทำให้เดคแคลนคิดว่า หญิงสาวไม่เคยมีใจให้เลย

การได้รู้ว่า อันนายังมีชีวิตอยู่ ก็เหมือนโอกาสที่สองสำหรับเดคแคลน ดังนั้นแม้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายจะขัดแย้งกับสิ่งที่อันนากำลังทำ เดคแคลนก็เลือกที่อยู่เคียงข้างเธอได้อย่างไม่ยาก อันนาซึ่งถูกมอบหมายให้ดูแลเด็กชายคนนึงซึ่งมีความสามารถทางเวทมนตร์ (เช่นเดียวกับเดคแคลนซึ่งเป็นมนุษย์ แต่ใช้เวทมนตร์ได้) ในขณะที่เดคแคลนถูกสั่งให้ตามหาเด็กชายคนดังกล่าว นั่นเพราะเด็กคนนี้มีเครื่องหมายพิเศษ เป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์เจ็ดคนที่เมื่ออยู่รวมกันจะเป็นกลุ่มกำลังที่มีผลต่อชะตาของโลก (ทำอะไรได้นั้น เรื่องไม่บอกค่ะ เข้าใจว่าคนแต่งคงยังไม่ได้คิดไกลถึงขนาดน้้น)

เราอยากจะชอบเรื่องนี้มาก ๆ เลยค่ะ เพราะเป็นเรื่องราวของคาแร็คเตอร์ที่รอคอยอยู่แล้ว แต่ก็เป็นเพราะปัญหาซ้ำซากที่เราเจอในเล่มก่อนหน้าที่จูเลียนา สโตนเขียนอีกนั่นแหละ เรารู้สึกว่า คนแต่งไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับพล็อต และเหตุการณ์ที่เกิดเพียงพอ ในเล่มนี้ยิ่งแย่ลงไปใหญ่ เพราะเราอ่านเล่มก่อนหน้าและรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอันนากับดิเอโก ซึ่งเป็นคนรักเก่าของเธอ (เหตุการณ์ใน His Darkest Hunger) ซึ่งบรรยายเหมือนเธอรักดิเอโกจะเป็นจะตาย จนเขาตายเธอก็เลยหัวใจสลาย ส่วนเดคแคลนก็เข้าข่ายแอบรัก แต่พอมาในเล่มนี้ดิเอโกถูกบรรยายเหมือนชายคนที่ปลอดภัย เพราะอันนารู้แน่ว่าไม่รักเขาแน่ ๆ ก็เลยยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย แต่เล่นตัวกับเดคแคลน เพราะรู้ว่า ถ้ามีอะไรกัน ก็คงตกหลุมรักเขา และใครก็ตามที่มีความสัมพันธ์กะเธอจะไม่ปลอดภัย พอไปถึงกลางเรื่องก็บอกใหม่ว่า อันนาสับสนในความรู้สึกของตัวเอง ก็เลยเข้าใจว่ารักดิเอโก จริง ๆ แล้วไม่ได้รัก

คือจะเอายังไงกันแน่ล่ะเนี่ย ตัวเอกบอกเองในเล่มเดียวกันยังไม่เหมือนกันเลย แล้วคนอ่านจะเข้าใจถึงความรู้สึกของอันนาไหม

นอกจากนี้จู่ ๆ เรื่องก็มาใส่พล็อตเกี่ยวกับการเมืองของแวมไพร์ ซึ่งก่อนหน้านั้นในสามเล่มแรก (แม้จะคนละชุด แต่คาแร็คเตอร์ในชุดนี้รับมรดกมา) ไม่เคยพูดถึง กระทั่งเกริ่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่เคย แต่ที่ยิ่งงงก็คือ เจ้าประเพณีที่อันนาบอกว่า เป็นตัวกั้นขวางความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเดคแคลนนั้น ไม่มีใครที่รู้เลย เราหมายถึงตัวละครในเรื่องน่ะค่ะ คือเราเข้าใจว่า ธรรมเนียมของแวมไพร์ที่กีดกันคนนอกสายพันธุ์ไม่น่าจะเป็นความลับใหญ่หลวงที่ไม่มีใครรู้มาก่อนนะ แต่ดูเหมือนในเล่มนี้จะเป็นแบบนั้น (ซึ่งก็นำไปสู่คำถามอีกว่า แล้วจะเก็บเป็นความลับไปทำไมวะ ถ้าจะทำให้คนกลัวไม่มาผสมข้ามเผ่าพันธุ์ก็น่าจะทำให้เผ่าพันธุ์อื่นรู้ จะได้ไม่กล้า)

เราคิดว่า ถ้าหากเรื่องเล่าถึงความสัมพันธ์ของอันนา และเดคแคลนในอดีตมากกว่า ก็จะทำให้คนอ่าน (อย่างเรา) เข้าใจความผูกพันของทั้งสอง (เพราะแม้จะอ่านสามเล่มก่อนหน้า ก็ไม่มีเล่มไหนพูดถึงมันชัดเจน) ในเล่มนี้คนอ่านต้องยอมรับกับจุดเริ่มต้นเรื่องว่า ทั้งคู่รักกัน แต่มีอะไรบางอย่างกั้นขวางเอาไว้ และเดคแคลนพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อันนามาครอบครอง ซึ่งประเด็นนี้ดีนะคะ แต่ไม่มีที่มา ทำให้ไม่รู้สึกซาบซึ้งกินใจอะไรไปกับเรื่องเลย

เราชอบเดคแคลนมากกว่าอันนา แต่เธอก็น่าสงสารนะ ในจุดที่ว่าคนแต่งไม่บอกที่มาที่ไปของเรื่องประเพณีของแวมไพร์ที่ขัดขวางให้เธอไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเดคแคลน แล้วความรู้สึกที่สับสนของเธอ (เกี่ยวกับดิเอโกแฟนเก่า) เรื่องช่วงท้ายเรื่องดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทั้งคู่เดินทางไปนรกเพื่อทำภารกิจบางอย่าง (ที่อยู่ ๆ ก้อเพิ่มเข้ามาในเรื่องซะงั้น เหมือนคนแต่งหมดมุขไม่รู้จะเขียนอะไรต่อ) ถ้าไม่นับว่า อันนารนหาที่เข้าไปยุ่งทำให้งานของเดคแคลนลำบากมากขึ้น (แต่ก็เข้าใจล่ะว่า ถ้านางเอกไม่ตามพระเอกไปนรกด้วย แล้วเรื่องมันจะเป็นโรแมนซ์ได้ยังไง นางเอกก็เลยต้องเล่นบทโง่เง่าเล็กน้อยเพื่อให้คนแต่งหาทางทำให้ตัวละครมาอยู่ด้วยกันให้ได้)

เสียดายเพราะชอบตัวละครอยู่เป็นทุน แต่พล็อตแตกกระจาย ไร้จุดหมาย ไร้ทิศทาง เรื่องปูพื้นก็ไม่ได้เล่าอย่างละเอียดทำให้อ่านไปก็สงสัยโน่นนี่ไปเป็นระยะ ดังนั้นคนอ่านเรื่องนี้ก็พยายามอย่าคิดมาก คนแต่งบอกอะไรก็เชื่อเข้าไว้ จะทำให้อ่านเรื่องนี้ได้สนุกขึ้น

คะแนนที่ 63

Comment

Comment:

Tweet