Last Dragon Standing & The Dragon who Loved Me // G.A. Aiken

posted on 13 Nov 2012 11:36 by maxtreme in B-Club, C-Club, Paranormal directory Fiction

ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เราไม่อาจเริ่มต้นอ่านเรื่อง Last Dragon Standing ได้ หยิบมาอ่านหลายรอบ แล้วก็ต้องวางกลับไปทุกครั้ง แต่หลังจากสองปีนับจากหนังสือเรื่องนี้ออกขาย (และทำให้เรามีเรื่องในชุดนี้ค้างอยู่สามเล่มแล้ว) การหยิบมาอ่านครั้งนี้สำเร็จผลค่ะ ซึ่งก็ทำให้เรางงไปเหมือนกันว่า ทำไมถึงอ่านไม่รอดซะที ทั้งที่เล่มนี้ก็สนุกสนานน่าอ่าน ขนาดทำให้เราต้องรีบลัดคิวเอาเล่มถัดไปในชุดมาอ่านต่อ

 

 

Last Dragon Standing ของจีเอ ไอเก้น

เรื่องนี้เป็นเล่มที่สี่ในชุด Dragon Kin ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกที่แตกต่างจากโลกมนุษย์ เราว่าน่าจะเป็นอีกดวงดาวนึงที่มนุษย์อยู่อาศัยร่วมกับมังกร (เพราะพระอาทิตย์ในโลกใบนี้มีสองดวง ดังนั้นเชื่อได้ว่าไม่ได้อยู่ในระบบสุริยะแน่ ๆ) เล่มนี้แตกต่างจากสามเล่มแรกตรงที่ ตัวเอกทั้งสองล้วนเป็นมังกรทั้งคู่ ดังนั้นเรื่องราวส่วนใหญ่เกิดขึ้นในขณะที่ทั้งคู่อยู่ในร่างมังกร ซึ่งถือเป็นร่างหลักของพวกเขา ทำให้ได้ความรู้สึกอีกอย่างนึงนะคะ เหมือนอ่านโรแมนซ์ของมังกร เวลาจะชมว่านางเอกสวย ก็บอกว่า หางของเธอเป็นพวงน่ารัก 

เร็คนาร์ที่เป็นผู้นำของมังกรสายฟ้าซึ่งมีถิ่นอาศัยอยู่ทางเหนือ ซึ่งบัดนี้เป็นพันธมิตรกับมังกรไฟจากทางใต้ (ซึ่งเป็นกลุ่มของพระนางในเรื่องชุดนี้) ได้รับคำขอร้อง (แกมคำสั่ง) จากราชินีเรียนนอน (มังกรทางใต้) ให้พาตัวอายแบร์ลูกชายของเธอซึ่งถูกส่งมาฝึกกับเร็คนาร์ยังดินแดนทางเหนือกลับบ้าน ซึ่งระหว่างเดินทางเขาก็ได้พบกับเคต้า ลูกสาวตัวแสบของราชินี (และพี่สาวของอายแบร์)

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เร็คนาร์และเคต้าเคยพบกัน เมื่อสองปีก่อนเธอถูกบิดาของเขาจับเป็นตัวประกันเพื่อใช้ในการต่อรองกับราชินีเรียนนอน เมื่อครั้งที่มังกรสายฟ้า และมังกรไฟเคยทำสงครามระหว่างกัน แต่ราชินีซึ่งแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่แคร์ลูกสาวคนนี้แม้แต่นิดเดียวไม่สนใจที่จะต่อรอง และยินดีที่จะปล่อยให้เคต้าอยู่ในการจับกุมต่อไป จนกระทั่งเร็คนาร์ซึ่งไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำของบิดา และมีแผนการเป็นของตัวเอง เขาปล่อยเธอออกมา ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ในสายตาของเคต้าหรอกนะ เพราะเธอเองก็มีแผนการส่วนตัวเช่นกัน 

เราไม่ค่อยชอบนางเอกจากบทบาทของเธอที่มีในสามเล่มแรกมากนัก เคต้าถูกแสดงออกมาในฐานะของลูกสาวของพ่อที่เอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว ตัวตนของเธอดูไม่มีแก่นสารหรือสาระอะไรเลย และนั่นก็คือสิ่งที่เร็คนาร์เห็นในตอนแรก แต่การเดินทางร่วมกัน และได้พบเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย เคต้าได้แสดงด้านที่เก็บซ่อนเอาไว้ออกมา และเร็คนาร์ รวมทั้งคนอ่าน (อย่างเรา) ด้วยได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอ และเราขอบอกว่า ชอบเคต้าอย่างมาก 

คนแต่งเขียนในส่วนนี้ได้ดีมาก ๆ การเปลื่ยนความคิดของเราไม่ใช่เรื่องง่าย เราตั้งท่าจะไม่ชอบเธออยู่แล้ว และไม่คิดว่า คาแร็คเตอร์อย่างเคต้าจะเป็นอะไรมากกว่าที่ตาเห็นได้ แต่เล่มนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีหลายอย่างที่เรามองไม่เห็น ในขณะเดียวกันคนแต่งก็ยังคงรักษาคาแร็คเตอร์เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวของเคต้าเอาไว้ได้เช่นกัน 

กรอบของเรื่องในเล่มนี้ค่อนข้างใหญ่เกินกว่าคาแร็คเตอร์ เห็นได้ชัดว่าเร็กนาร์และเคต้าเป็นเพียงเบี้ยตัวเล็ก ๆ ในเรื่องที่ยิ่งใหญ่ สงครามระหว่างมังกรสายฟ้า และมังกรไฟอาจจะสงบลงแล้ว (จากเหตุการณ์ในเล่มสาม) แต่สงครามยังไม่สงบ ศัตรูรายใหม่กำลังโผล่หัวขึ้นมา และ (สปอยล์) เคต้าในฐานะของผู้คุ้มครองราชบัลลังค์ก็อยู่ตรงกลางพอดี

เอกลักษณ์ในงานเขียนของคนแต่งก็ยังมีอยู่ครบ ตัวละครที่นิสัยอาจจะไม่ค่อยน่ารัก แต่พอถ่ายทอดมาเป็นตัวหนังสือกลับทำให้เราสนุกไปกับการกระทำของพวกเขา เรื่องในชุดดราก้อนคินนี้ค่อนข้างเลือดสาดมากกว่างานที่เธอเขียนในนามปากกาแชลลี ลอว์เรนสตัน ทำให้มีฉากแอ็คชั่นสนุก  ๆให้อ่านกัน 

ส่วนที่ทำให้เราประหลาดใจ และเพิ่งมาสังเกตเห็นในเล่มนี้ก็คือ งานชุดนี้มีความเป็นชุดชัดเจนมาก ขนาดที่เราไม่แน่ใจว่า คนที่ไม่อ่านเล่มก่อนหน้าจะทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดในเล่มนี้ได้ครบถ้วนหรือไม่ ความต่อเนื่องของพล็อตจากเล่มนึงไปยังเล่มต่อไปก็มีสูง กระทั่งเล่มนี้เองตอนจบก็ดูเหมือนเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ในตอนต่อไป เราอ่านเล่มนี้แล้วรู้สึกนับถือความสามารถในการวางพล็อตเรื่องของคนแต่งค่ะ ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่เราคิดมาก่อนตอนที่หยิบงานของเธอขึ้นมาอ่าน เราชอบงานเขียนของจีเอ/แชลลี่ เพราะภาษา มุขตลก อารมณ์ขันในเรื่อง แต่มาเล่มนี้เราเห็นฝีมือการวางพล็อตในภาพใหญ่อีกต่างหาก นับถือค่ะ

คะแนนที่ 75

 

 

 The Dragon who Loved Me ของจีเอ ไอเก้น

เรื่องนี้เป็นเล่มที่ห้าในชุด Dragon Kin เรื่องราวของเหล่ามังกรบนดวงดาวอีกดวงที่ไม่ใช่โลก เหตุการณ์ในเล่มนี้ต่อเนื่องจากตอนจบของเล่มสี่ในชุด (Last Dragon Standing)  เมื่อสงครามเกิดขึ้น มังกรไฟจากทางใต้ และมังกรสายฟ้าจากทางเหนือร่วมมือกัน เปิดศึกกับมังกรไฟทางตะวันตกซึ่งมีพันธมิตรเป็นมนุษย์ ทำให้กองทัพต้องแยกออกเป็นสองส่วน ทัพนึงนำโดยเร็คนาร์นำทัพมังกร ส่วนอีกทางนำทัพโดยแอนวีล ราชินีแห่งอาณาจักรมนุษย์ (และนางเอกเล่มหนึ่ง)

วิกอลฟ์ซึ่งเป็นน้องชายของเร็คนาร์ได้รับคำสั่งจากพี่ชายให้คุ้มครองพาเคต้า และเรนเดินทางออกจากสนามรบกลับไปสู่ฐานที่มั่นทางใต้ โดยในภารกิจนี้ก็ยังมีโรนา มังกรสาวซึ่งเป็นญาติของเคต้าร่วมเดินทางไปเพื่อคุ้มครองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน แต่เมื่อการเดินทางเริ่มขึ้น เคต้าก็เล่าถึงภารกิจที่แท้จริง

ข่าวกรองที่ได้รับทำให้เคต้าทราบว่า มีแผนการที่จะทำอันตรายบรรดาเด็ก ๆ ที่เป็นลูกของเหล่าแม่ทัพมังกร (ก็บรรดาพระเอกในเล่มก่อนหน้า) ซึ่งเป็นแผนที่จะดึงความสนใจจากมังกรเหล่านี้ เพื่อให้พวกเขาหนีทัพเดินทางกลับบ้านไปเพื่อคุ้มครองลูก ๆ ซึ่งเคต้ายอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นไม่ได้ เพราะแนวรบทางด้านนี้ต้องการมังกรเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้ว่า จำเป็นจะต้องปกป้องพวกเด็ก ๆ จากอันตราย ดังนั้นเธอจึงวางแผนเดินทางกลับบ้าน แต่ไม่ให้ใครสงสัย (นอกจากเร็คนาร์ที่รู้เรื่อง) และเตรียมที่จะย้ายเด็ก ๆ ไปซ่อนยังที่ปลอดภัย 

แต่เมื่อไปถึงจุดหมาย อะไร ๆ ก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิด แทนที่หน้าที่ของวิกอลฟ์และโรนาจะสิ้นสุด และพวกเขากลับไปยังกองทัพที่ประจำการ ทั้งคู่กลับต้องเริ่มต้นออกเดินทางไปเพื่อตามหาแอนวีล ซึ่งตอนนี้หายตัวไปอย่างลึกลับ โดยบุกเข้าไปในดินแดนของศัตรู 

เรื่องนี้แปลกกว่าเล่มอื่น ๆ ในชุดค่ะ ตรงที่ตัวเอกไม่ใช่ศูนย์กลางของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งวิกอลฟ์ และโรนาดูเหมือนคนนอกที่มองเหตุการณ์เข้ามา พวกเขาไม่ถึงกับมีส่วนได้เสียสำคัญในสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นในแง่นึงเรื่องก็ดูแปลกไปสักหน่อย เพราะโฟกัสของเรื่องกลับอยู่ที่คาแร็คเตอร์ของแอนวีล และเหล่าลูก ๆ ของมังกรมากกว่า  แต่ด้วยฝีมือการเขียนของคนแต่งก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสในการอ่านเสียไปนะคะ เพียงแต่ตัวพระนางไม่โดดเด่นเท่านั้นเอง

และนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เรื่องรักระหว่างวิกอลฟ์และโรนาดูแตกต่างไปจากคู่อื่น ๆ ในชุดนี้ ค่อนข้างเป็นสวีทโรแมนซ์ด้วยซ้ำ เมื่อวิกอลฟ์สารภาพว่าแอบปิ๊งโรนาตั้งแต่เห็นหางของเธอเป็นครั้งแรก (ทั้งคู่เป็นมังกรค่ะ อย่าลืม ดังนั้นการจีบกันก็เป็นแบบมังกร ชมหาง ชมจมูกของกันและกัน) ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน แต่ก็ไม่กล้าจะสารภาพรัก เพราะเธอสืบเชื้อสายมาจากมังกรไฟ แถมเป็นตระกูลนักรบสุดโหด ส่วนโรนาก็คิดว่า ไม่มีใครมองมังกรสาวอย่างเธอ ในฐานะของพี่สาวคนโต ที่ต้องทำหน้าที่เลี้ยงน้อง ๆ หลายต่อหลายคน (เพราะแม่ชอบออกรบมากกว่าเลี้ยงลูก) โรนาไม่ได้มีความใฝ่ฝันจะเป็นนักรบ แต่ก็หลีกเลี่ยงแรงกดดันของมารดาที่ใฝ่ฝันจะเห็นลูกสาวเป็นนักรบผู้เก่งกาจไม่ได้ โรนาจึงทำทุกอย่างตามหน้าที่ และไม่คาดหวังอะไรที่มากหรือน้อยไปกว่านั้น การที่ได้รู้ว่า วิกอลฟ์แอบชอบเธออยู่ จึงทำให้สาวเจ้าปลาบปลื้มไม่น้อย

อย่างที่บอกไปแล้วนะคะ โฟกัสของเรื่องไม่ได้อยู่ตัวเอก แต่เป็นเหตุการณ์ที่รายล้อมตัวของพวกเขามากกว่า เล่มนี้เป็นเรื่องของสงคราม ซึ่งทำให้การอ่านสนุกไม่น้อย เพราะมีการวางแผนซ้อนกันไปซ้อนกันมา และทำให้ต้องคิดว่า เรื่องราวจะลงเอยยังไง

(สปอยล์) เราชอบนะคะที่ สงครามจบลงในเล่มนี้ ไม่ได้ยืดเยื้อไปต่ออีก เพราะอ่านแล้วก็รู้สึกไม่น้อยว่า การแยกจากกันของตัวละครหลักในเล่มก่อนหน้า ที่ต้องจากลากันนานถึงห้าปี (ในบางคู่) ก็ดูน่าทรมานสำหรับพวกเขาเหลือเกิน ถ้าสงครามยังยืดยาวไปกว่านี้อีก การจากก็คงจะนานกว่านี้เป็นแน่ 

อ่านเล่มนี้จบ ตอนแรกเราตั้งใจจะหยิบเล่มต่อไปมาอ่านทันทีเลยนะคะ แต่การอ่านงานเขียนของจีเอ ไอเก้นต้องใช้สมาธิและความใฝ่ใจอย่างมาก (เพราะภาษาและมุขตลก) เราก็เลยไปหยิบอย่างอื่นมาอ่านแทน เหตุที่ทำได้แบบนี้ เพราะพล็อตหลักที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ในเล่มก่อนหน้าจบลงไปแล้วพอสมควร 

คะแนนที่ 73

Comment

Comment:

Tweet