Wife by Wednesday

posted on 14 Nov 2012 11:55 by maxtreme in C-Club, Contemporary directory Fiction

เห็นชื่อหนังสือเรื่องนี้ติดอันดับขายดีตั้งแต่ปีก่อนแล้วล่ะค่ะ แถมยังมีแรงส่งขายดีต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้อีกต่างหาก ทำให้ตอนที่เราไปงาน RWA แล้วได้เจอกับนักเขียนที่มาในงาน Book Fair ด้วย เราก็เลยตัดสินใจควักเงินซื้อฉบับพรินต์บุ๊คเล่มนี้ติดมือมาด้วย ทั้งที่ใจจริงแล้วเราไม่ได้ถูกใจอะไรกะพล็อตเรื่องมากมายนัก เพราะอ่านแล้วทำให้นึกถึงเรื่องแนวฮาร์ลิควิน เพรสเซ่น แถมเรายังรู้สึกว่า มันช่างโอเว่อร์ไปเกินงามอีกต่างหาก (พระเอกนอกจากจะเป็นเศรษฐีพันล้านแล้ว ก็ยังเป็นดยุคควบไปอีก เกินเหตุไปไหมเนี่ย)

นั่นก็คือเหตุผลที่เราจัดเก็บเล่มนี้เป็นอย่างดีในกล่อง จนกระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ฤกษ์รื้อกล่องพอดี ก็เลยจำเล่มนี้ได้ ถึงได้หยิบออกมาวางไว้เตรียมอ่าน ซึ่งก็เป็นการหยิบมาอ่านแบบไม่ได้ตั้งความหวังอะไร เราเพียงแค่อยากอ่านอะไรสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่ต้องคิดมาก และเล่มนี้ดูเข้าเค้า

ที่เราอยากอ่านเรื่องสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่ต้องคิดมาก ก็เพราะเราอดนอนมาหลายวัน และอยากจะเข้านอนเร็วแต่หัวค่ำ แต่ก็ผิดคาด เล่มนี้สนุกเกินไปค่ะ ทำให้การอ่านติดพัน รู้ตัวอีกทีก็ตีหนึ่งไปแล้ว เรื่องสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่ต้องคิดมาก กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เราไม่อยากวางลงเลยด้วยซ้ำ

 

 

Wife by Wednesday ของแคทเธอรีน บายบี

เรื่องนี้เป็นเล่มแรกในชุด The Weekday Brides ซึ่งเข้าใจว่า คงเป็นเรื่องการแต่งงานเพื่อความสะดวกของมหาเศรษฐีที่ด้วยความจำเป็นบางอย่างต้องการภรรยาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เรื่องชุดนี้ออกมาแล้วสองเล่มค่ะ โดยออกขายครั้งแรกเป็นอีบุ๊คที่คนแต่งพิมพ์ขายเอง แต่ด้วยความแรงของเรื่องนี้ ทำให้ในที่สุดคนแต่งก็ขายลิขสิทธิ์ไปให้กับสนพ.อเมซอนเมาต์เลค (ซึ่งเป็นอิมพรินต์โรแมนซ์ของค่ายนี้) เรื่องนี้และเล่มสองในชุดก็เลยจะถูกรีแพ็คเกจขายใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าค่ะ ซึ่งเล่มสามในชุดก็จะออกขายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

เบลค แฮร์ริสันที่นอกจากจะเป็นมหาเศรษฐีในอาณาจักรการขนส่งที่สร้างตัวด้วยตัวเองตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ยังเป็นดยุคแห่งอัลบานี ผู้ซึ่งบิดาที่เสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนทิ้งพินัยกรรมประหลาดเอาไว้ ในนั้นกำหนดให้เขาต้องแต่งงานก่อนอายุครบสามสิบหกปี มิฉะนั้นเบลคก็จะได้แต่บรรดาศักดิ์ ส่วนทรัพย์สินอย่างอื่นจะตกเป็นของญาติอีกคน ซึ่งเบลคก็ไม่ได้แคร์อะไรกับทรัพย์สินพวกนั้นหรอก แต่เงินก็คือเงิน และมันเป็นส่วนที่มารดาและน้องสาวของเขาควรได้รับ อีกอย่างเบลคก็ไม่ได้ชอบหน้าญาติของตัวเองเท่าไหรนัก เหตุผลทั้งหมดนั่นทำให้เบลคตัดสินใจมองหาเจ้าสาว เพื่อการแต่งงานตามความสะดวก

เพื่อนคนนึงแนะนำให้เบลคใช้บริการของบริษัทจัดหาคู่ ซึ่งมีแซม เอลเลียตเป็นเจ้าของ เบลคชอบใจความคิดนี้ เพราะมันตรงไปตรงมา ไม่ต้องเสแสร้งหลอกลวงว่าเป็นความรัก เพราะสำหรับเขาแล้ว การแต่งงานก็คือข้อตกลงทางธุรกิจ  และในการดำเนินธุรกิจ เบลคเลือกที่จะยุ่งเกี่ยวกับตัวแปรที่เขารู้จัก

ดังนั้นแม้แซม ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือ ซาแมนธาได้ส่งโปรไฟล์ของหญิงสาวสามคนที่สมบูรณ์แบบมาให้เขาเลือก เบลคไม่เลือกคนทั้งสาม เขาเลือกซาแมนธา เพราะหลังจากที่ได้พบ และพูดคุยกับเธอ เขาก็รู้ว่า เธอคือคนที่เหมาะสม เขาไม่มีเวลาให้เสียอีกต่อไปในการเลือกผู้หญิงคนอื่นอีก 

ด้วยข้อเสนอเป็นเงินเกือบสิบล้านเหรียญ แลกกับการแต่งงานจอมปลอมเป็นเวลาหนึ่งปี ไม่ใช่เรื่องที่ซานแมนธาต้องคิดมาก เธออาจจะเป็นนักธุรกิจและสามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่ด้วยภาระที่ต้องดูแลน้องสาวที่ป่วยทางสมอง ข้อเสนอของเบลคทำให้ชีวิตของเธอง่ายขึ้น มันก็เป็นแค่ข้อตกลงทางธุรกิจอีกอันนึง

คนสองคนที่เข้าใจความต้องการของอีกฝ่ายมาตั้งแต่เข้าสู่การแต่งงานที่ไม่คาดหวังอะไรนอกจากการทำให้คนนอกเชื่อว่าเป็นการแต่งงาน พร้อมกับเป้าหมายที่จบมันลงในอีกหนึ่งปีข้างหน้า แต่ไม่มีอะไรง่ายในชีวิตสมรส และเมื่อทั้งคู่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน รู้จักกันมากขึ้น ข้อตกลงทางธุรกิจก็เริ่มจะไม่ตรงไปตรงมาอย่างที่คิดอีกต่อไป

พล็อตพาฝันมาก ๆ แต่คนแต่งทำให้เราเชื่อในขณะที่อ่านได้ว่า เป็นความจริง ซึ่งจุดนี้เรายกให้คนแต่งไปเลยนะคะ เธอทำให้เรารู้สึกว่า การตัดสินใจยอมแต่งงานของซาแมนธาไม่ใช่เรื่องเสียหาย ว่านางเอกไม่ได้ยอมให้เงินมาซื้อตัวเธอได้ ความชัดเจนในตอนที่เบลคเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมตกลงด้วยเป็นส่วนสำคัญของเรื่อง การที่ทั้งคู่มองเรื่องการแต่งงานเป็นข้อตกลงทางธุรกิจทำให้เราทำใจเชื่อได้มากว่า นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้  และที่สำคัญคาแร็คเตอร์ของซาแมนธาทำให้เราเชื่อว่า ทำไมเบลคจึงเลือกเธอ

ซาแมนธาเป็นนางเอกที่แตกต่างจากหนังสือในแนวเดียวกัน  เราชอบบุคลิกของเธอ การยืดหยัดต่อทุกคน ฉากที่เธอเผชิญหน้ากับแฟนเก่าของเบลค (คนที่เขาไม่เลือกแต่งงานด้วย) ทำให้เราเห็นด้านร้าย ๆ ของเธอ การส่งข้อความไปบอกเบลคว่า แฟนเก่าของเขาร้ายกาจยังไงเพื่อเป็นการตอกย้ำว่า เธอพูดถูก (เพราะก่อนหน้าเธอบอกเบลคว่า แฟนเก่าของเขาต้องก่อเรื่อง แต่พระเอกบอกว่าไม่มีทาง เขาเลือกผู้หญิงที่เข้าใจข้อตกลงระหว่างกัน) เราชอบฉากที่เธอชนะใจแม่ของเบลคด้วยการชวนกันออกไปช็อปปิ้ง นางเอกในเล่มนี้ไม่ใช่สาวน้อยขี้อาย ลูกเป็ดขี้เหร่ที่ต้องการให้พระเอกมาเสกนิรมิตให้กลายเป็นสาวสวย หรือทำให้เธอมั่นใจ ภูมิหลังของซาแมนธาถูกวางมาได้ดี และเข้ากับเนื้อเรื่อง ทำให้เห็นว่า เธอมีแบ็คกราวด์ที่ไฮโซพอที่จะเข้ากับโลกของเบลคได้ คาแร็คเตอร์ของซาแมนธาทำให้เราเชื่อว่า มหาเศรษฐีอย่างเบลคจะตกหลุมรักเธอได้

พระเอกในเรื่องก็เขียนได้ดีค่ะ เบลคไม่ใช่เศรษฐีปากหมาที่พูดจาดูถูกนางเอก หรือคิดว่าจะใช้เงินฟาดหัวทำอะไรตามใจทุกอย่างได้ (แม้เขาจะใช้เงิน แต่เขารู้ว่านั่นเป็นแค่ทำให้เรื่องง่ายขึ้น ไม่ได้เป็นการ "ซื้อ" นางเอก) เขาไว้ใจและเคียงข้างนางเอก แล้วจะมีพระเอกกี่คนที่เมื่อสืบรู้ว่า ตัวร้ายซึ่งเป็นแฟนเก่าของตัวเองมาตามราวีนางเอก เขาก็วางแผนและ "เอาคืน" ให้ก่อนจะตามไปง้อนางเอกต่อ 

อย่างไรก็ตามมีหลายอย่างเยอะมากที่ไม่ค่อยจะน่าเชื่อในเรื่อง แต่ตามสไตล์นิยายพาฝันแบบนี้ เราให้อภัยมันได้ และยิ่งมาเทียบกับพล็อตในแนวเดียวกันเรื่องอื่น เรื่องนี้มีคาแร็คเตอร์ที่กินขาดได้ใจเราไปเลยค่ะ

คะแนนที่ 73

Comment

Comment:

Tweet