Seduce the Darkness // Gena Showalter
posted on 13 Nov 2009 15:19 by maxtreme in A-Club, Paranormalถ้ายังพอจำกันได้ แม็กซ์เกิดอาการกรี๊ดไปกับผลงานเขียนของจีน่า โชว์วอลเตอร์อย่างมากหลังจากที่อ่านเรื่อง The Darkest Whisper จบไป และก็อย่างที่เขียนในบลอกที่รีวิวเรื่องนั้นนะคะว่า เราอ่านงานของจีน่ามาหลายเล่มมาก ๆ แต่ก็ไม่รู้สึกว่า เธอมาถึงจุดที่ดีอย่างนี้จนกระทั่ง TDW ดังนั้นเมื่อเราจะหยิบงานของเธอมาอ่าน แม้จะมีหลายเล่มของเธอที่ดองเก็บเอาไว้ สุดท้ายแล้วเราก็เลือกเรื่องนี้มาอ่าน เพราะว่า มันถูกเขียนขึ้นในเวลาที่ใกล้เคียงกันกับ TDW ซึ่งเราคิดว่า เป็นช่วงเวลาที่จีน่าเขียนหนังสือได้ดีที่สุดค่ะ
มันไม่สำคัญเลยว่า เรื่องนี้จะเป็นเล่มสี่ในชุด แล้วแม็กซ์เพิ่งอ่านแค่เล่มหนึ่งไปเล่มเดียว เราหยิบมันมาอ่าน เปิดบทแรก แล้วก็เตลิดเตลิงไปเลยกับความสนุกและน่าติดตามของเรื่อง ซึ่งว่าไปแล้ว แม็กซ์ชอบมากกว่า The Darkest Whisper ด้วยซ้ำ (ไม่น่าเชื่ออย่างยิ่ง)
Seduce the Darkness ของจีน่า โชว์วอลเตอร์
หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สี่ในชุด Alien Huntress แต่อย่างที่เกริ่นไปนะคะว่า ไม่สำคัญเลยว่า คุณจะเคยอ่านเรื่องในชุดนี้มาแล้วหรือยัง แม็กซ์บอกได้เลยว่า ไม่จำเป็นต้องอ่านเรียงกัน ที่สำคัญแม็กซ์ไม่แน่ใจว่า ถ้าคุณอ่านเรียงโดยเริ่มต้นมาจากเล่มแรกในชุด คุณจะมีความอดทนจนมาถึงเล่มนี้ไหม
นั่นเพราะสไตล์การเขียนเรื่องของจีน่า มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสองเล่มแรกในชุดที่เธอเขียนโดยใช้สรรพนามบุคคลที่หนึ่ง และเล่มสามและสี่ที่เพิ่งจะเข้ารูปเข้ารอยสไตล์การเขียนของเธอในปัจจุบัน (และแม็กซ์ก็รักสไตล์ตอนนี้ของเธอค่ะ)
แต่ก่อนจะเริ่มต้นรีวิวแม็กซ์ขอเล่าแบ็คกราวด์ของชุดสักเล็กน้อยนะคะ เรื่องราวในโลกของเรื่องนี้เกิดขึ้นในอนาคตที่เรารู้กันแล้วว่า สิ่งมีชีวิตต่างดาวมีจริง การติดต่อระหว่างโลกมนุษย์และชนเผ่าต่างดาวเป็นไปอย่างเสรี และหลังจากเกือบร้อยปีแห่งการต่อสู้ระหว่างมนุษย์และต่างดาว สันติภาพก็เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมก็ยังคงมีอยู่ และหลายครั้งมีต้นเหตุมาจากมนุษย์ต่างดาวผู้มาเยือน
ดังนั้นจึงมีหน่วยงานที่ชื่อ A.I.R จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เสมือนตำรวจในการดูแลรักษาความสงบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของหน่วยนี้ก็มีหลายคนที่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา และหนึ่งในนั้นคือ เดฟวิน ผู้ซึ่งมีศักดิเป็นถึงกษัตริย์แห่งโลกที่เขาจากมา แต่ความเป็นกษัตริย์ก็เป็นเพียงฐานะสมมุติ เพราะเดฟวินได้กระจายอำนาจการปกครองไปให้ประชาชนของเขาหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงมีอิสระอย่างเต็มที่ที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการ
และเดฟวินก็ต้องการมันมากเสียด้วย โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงอดีตในวัยเด็กที่เขาถูกควบคุมโดยพ่อที่ปฏิเสธความสุขในทุกรูปแบบ เดฟวินเติบโตมาโดยถูกสอนให้เกลียดเซ็กส์ ซึ่งเมื่อบิดาเสียชีวิตลง เดฟวินก็อยู่ในภาวะที่แสวงหาความสุขด้านนั้นจนเต็มที่ และแม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว ชื่อเสียงความเป็นเพลย์บอยของเขาก็ยังดังกระจายอยู่
หนึ่งในคติของเดฟวินก็คือ เขาจะไม่มีเซ็กส์กับหญิงสาวจากเผ่าพันธุ์ไหนเกินหนึ่งครั้ง และเมื่อเขาได้เจอกับไบร์ด แวมไพร์สาว แม้เดฟวินจะค่อนข้างปิ๊งเธอ แต่เนื่องจากเขาเคยมีความสัมพันธ์กับแวมไพร์มาแล้ว เขาจึงตัดใจและเดินจากเธอมา
แต่ไบร์ดไม่ยอมให้เขาจากไปง่าย ๆ นั่นเพราะเดฟวินเป็นเบาะแสเดียวที่เธอมีเกี่ยวกับเพื่อนสนิทที่พลัดพรากจากกันไปนาน ไบร์ดหวังจะใช้เดฟวินนำเธอไปพบเพื่อนเก่าอีกครั้ง แต่การทำให้ชายผู้โอหังคนนี้ยอมทำตามความต้องการของเธอไม่ใช่เรื่องง่าย หนทางเดียวที่เธอคิดออกก็คือ ชิงจับตัวอาชญากรที่เดฟวินตามล่าเพื่อใช้ในการต่อรองให้เดฟวินพาเธอไปหาเพื่อน
มันเป็นการชิงไหวชิงพริบกันของสองชายหญิงที่เข้มแข็ง และเก่งกาจไม่แพ้กัน และเป็นครั้งแรกที่เดฟวินได้พบกับหญิงสาวที่เขาไม่อาจลืมเลือนได้
แม็กซ์ชอบการจัดวางโลกที่จีน่าแต่งขึ้นนะคะ เพราะการเปิดกว้างในเรื่องของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ที่เดินทางมาเยือนโลกมนุษย์ทำให้เธอสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถแปลก ๆ ได้มากมาย และแต่ละคนก็ล้วนดูมีความน่าสนใจ กระทั่งไบร์ดเองซึ่งควรจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลก แต่เธอเป็นแวมไพร์ และจากทฤษฎีที่คาดเดากัน (สปอยล์) ว่าแท้ัจริงแล้วแวมไพร์ก็คือ มนุษย์ต่างดาวนี่แหละ แต่เดินทางมาถึงโลกมนุษย์ก่อนสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงอื่นนานนัก จนกลายเป็นตำนานบนโลกของเรา ก็ยังมีแง่มุมที่น่าสนใจ
ในอีกมุมนึงเล่มนี้ไม่ได้เสนอการสร้างโลกที่สร้างสรรหรือยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ พล็อตหลายส่วนใช้สิ่งที่นักอ่านโรแมนซ์คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการที่ไบร์ดไม่อาจดื่มเลือดจากคนอื่นได้ (สปอยล์) เพราะเดฟวินคือคู่แท้ของเธอ ทำให้เธอต้องดื่มเลือดจากเขาเท่านั้น หรือการแก้ปัญหาในตอนท้ายที่สุดเกี่ยวกับพลังของไบร์ด (สปอยล์) ที่ยิ่งใหญ่เกินควบคุม ดูง่ายเกินไป
แต่ในความไม่ค่อยสร้างสรร ก็มีการเขียนเรื่องราว และการวางคาแร็คเตอร์ตัวละครที่น่าอ่านที่สุดเล่มนึง ปกติแม็กซ์จะไม่ค่อยชอบพระเอกแนวเพลย์บอยเจ้าเสน่ห์ แต่เดฟวินทำให้เรายิ้ม และเข้าใจเหตุผลที่เขากลายมาเป็นผู้ชายแบบนี้ ในขณะเดียวกัน เราก็เชื่ออย่างเต็มที่ว่า เขาได้ตกหลุมรักไบร์ดอย่างจัง ชนิดที่เขาไม่รู้ตัว แต่คนอ่านเห็นได้ชัด
ดังนั้นหากจะบอกว่า ตัวละครคือจุดเด่นที่สุดของเล่มนี้ก็ว่าได้ค่ะ เพราะเราชอบทั้งพระเอกและนางเอก พระเอกที่อาจจะดูหลักลอยและไม่จริงจังกับใครเป็นพิเศษ แต่เมื่อตกหลุมรัก เขาก็รักจนหมดหัวใจ ส่วนนางเอกก็เป็นผู้หญิงที่คู่ควร เข้มแข็ง และน่าเชื่อว่า เธอสามารถเอาตัวรอดตามลำพังได้ตลอดเวลาเป็นร้อยปีที่มีชีวิตอยู่ แม้ว่าไบร์ดจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแวมไพร์เลยก็ตาม (เธอรู้ว่าตัวเองเป็นแวมไพร์ แต่ไบร์ดโดนทิ้งให้เติบโตตามลำพัง และไม่เคยพบกับแวมไพร์คนอื่นเลย ทำให้ทุกอย่างที่เธอทำเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง)
ที่สำคัญตัวร้ายในเรื่องนี้ไม่ได้มีสีดำ หรือเป็นประเภทเกิดมาเลว ว่าตามตรง แม็กซ์รู้สึกว่า ตัวร้ายในเล่มนี้มีโอกาสอย่างมากที่จะถูกรีไซเคิลกลับมาเป็นพระเอกในเล่มหน้าได้
สรุปว่าชอบเกือบจะทุกอย่างในเล่มนี้ค่ะ และจุดที่โดนใจเรามาก ๆ ก็มีพลังพอที่จะกลบจุดที่เราไม่ชอบไปได้ ถึงขนาดที่ว่า ตอนเขียนรีวิวนี้นึกไม่ค่อยออกค่ะว่า มีอะไรในเรื่องนี้ที่เราไม่ชอบบ้าง
อ่านจบไปพร้อมกับคำถามว่า จีน่าจะเขียนเรื่องของใครต่อไป เพราะตัวละครที่เหลืออยู่ แต่ละคนก็ล้วนน่าสนใจทั้งนั้น
สำหรับเล่มนี้ คะแนนที่ 87
ป.ล. สำหรับคนที่อยากอ่านภาคภาษาไทย ก็มีข่าวดีค่ะ เพราะว่ามีสนพ.ในเมืองไทยได้ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
