AuthorNews

Ultimate Weapon at NYT

posted on 10 Nov 2008 20:00 by maxtreme  in AuthorNews

ในที่สุด แชนน่อน แม็คเคนน่าก็สามารถใช้คำนำหน้าชื่อว่า New York Time Bestselling Author ได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้วล่ะ หลังจากที่ Extreme Danger เข้าสู่อันดับ NYT เป็นครั้งแรก แต่ไม่ถึงอันดับที่เรียกกันว่าเมนหลัก (นั่นคือยี่สิบอันดับแรก) ซึ่งถ้าจะเรียกว่า NYT Bestselling Author ก็ไม่เต็มปากนักหรอก แต่คราวนี้ถึงอันดับที่ยี่สิบแล้วล่ะ 

ซึ่งขอบอกว่าสำหรับหนังสือโรแมนซ์แล้วติดอันดับหนังสือขายดีประเภทไซด์เทรดนี่ ต้องแน่จริง ๆ ถึงจะติดนะคะ

 

 

edit @ 10 Nov 2008 20:14:53 by max

พล็อตนี้ได้ใจเรามาก

posted on 26 Oct 2008 21:34 by maxtreme  in AuthorNews

ขณะกำลังท่องโลกไซเบอร์อยู่ก็ได้เจอกับหนังสือเล่มนี้ค่ะ ยังไม่ออกขาย แต่เห็นพล็อตแล้วอดที่จะอยากอ่านไม่ได้ ทั้งที่เราอ่านเล่มแรกในชุดนี้ค้างเอาไว้นะคะ (เรื่อง Nailed) แถมยังไม่ได้ชอบงานของเอมี่ สจ๊วตมากขนาดคิดจากซื้องานเล่มถัดมาด้วยซ้ำ แต่พอเห็นพล็อตเรื่องแล้ว อดใจไม่ไหวอ่ะ

 

 

พล็อตเรื่องก็ตามชื่อค่ะ Hittin' It ที่พระเอกมีอาชีพเป็นมือปืนรับจ้าง เรื่องราวของสองศรีพี่น้องในตระกูลที่ประกอบอาชีพนอกกฎหมายมาเป็นเวลานาน (โดยน้องชายคนเล็กซึ่งเป็นพระเอกเรื่อง Nailed ผ่าเหล่าไม่ได้ทำงานด้วย) 

หนังสือเล่มนี้รวมเรื่องสั้นไว้สองเรื่อง

 A Secret Worth Dying For

As a professional hit man, Will Collier has more secrets than most. But on a sweltering Texas night, the lives he's taken rank second place to the love he'd like to be making with a sensual Bohemian beauty…

Sabrina Walker is intimately familiar with the havoc that Cupid can wreak. She's determined that love will never seduce her again, until she meets Will Collier and discovers that some secrets are better when shared.

A Secret Worth Killing For

John Collier is a hit man who takes his work seriously. Some would say too seriously. He's hell-bent on revenge until he gets sidetracked by a stunningly sexy Irish-American mob princess with killer curves and a glib tongue.

Tish Page isn't afraid to use a little good, old-fashioned blackmail to get what she wants. She'll do anything to protect her family. And more importantly, she'll do anything to keep John Collier in her bed and by her side

ก็บอกแล้วไงคะว่าเราน่ะรสนิยมประหลาดสักหน่อย แต่เรารู้สึกว่านิยายโรแมนซ์ของมือปืนนี่ มีเสน่ห์ชนิดที่ปฏิเสธไม่ลงเอาเสียเลยล่ะ

สำหรับคนทีสนใจ หนังสือวางขาย มีนาคม 2009 

อันที่จริงเม็ก คาบอทมีกำหนดการแจกลายเซ็นต์ในเมืองไทยทั้งหมดสามงาน วันพุธที่ร้านเอเชีย บุ๊ค สาขาสยามพาราก้อน วันพฤหัสที่ร้านบีทูเอส สาขาห้างเซ็นทรัลเวิร์ล และวันศุกร์ที่ร้านคิโนะคูนิยะ สาขาสยามพาราก้อน

แม็กซ์ไปแค่งานเดียวค่ะในวันสุดท้าย เพราะปกติเราซื้อหนังสือที่ร้านนี้อยู่แล้ว ก็เลยเลือกที่จะไปร้านนี้ (อันที่จริงโกหกแหละค่ะ ความจริงคือไม่รู้ว่าเม็กจะไปที่ร้านอื่นด้วย กว่าจะรู้ข่าว ก็สายเกินกว่าจะจองคิวแล้วล่ะ)

งานเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเวลาบ่ายสี่โมงครึ่ง แต่ตามประสาคนเห่อพอสมควรอย่างเราก็เลยไปแต่ไกโห่เวลาบ่ายสองโมงครึ่งแน่ะ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจนะคะที่เราได้เป็นคิวแรก

พื้นที่ในการจัดงานค่อนข้างเล็กไปหน่อยค่ะ แต่เราคิดว่าคงเป็นเพราะตอนออกแบบร้าน ไม่น่าจะมีใครคิดถึงงานแจกลายเซ็นต์อย่างนี้ของนักเขียน ก็เลยใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ไปกับการวางชั้นหนังสือ ทำให้ดูคับแคบพอสมควร

พอดีเราเกี่ยวเพื่อนไปพร้อมกันด้วนสองคน เวลาเกือบสองชั่วโมงที่รอการมาถึงของเม็กจึงไม่รู้สักว่ามันน่าเบื่อนัก (แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนของเราจะเบื่อเราไหมนะคะ)

ขอพูดถึงเม็ก คาบอทก่อนแล้วกัน เราสารภาพตรงนี้ (และเราก็ดันเผลอไปพูดต่อหน้าเม็กอีกต่างหาก) ว่าเราไม่ชอบงานในนามปากกาเม็กของเธอนักหรอกค่ะ ไม่ได้ต่อต้านอะไรเธอหรอกนะคะ นอกจากจะบอกว่า เรารู้สึกว่าหนังสือของเธอเด็กเกินไปสำหรับเราสักหน่อย เราไม่ชอบเรื่องราวของเด็กวัยทีนเอจนักหรอกค่ะ ก็เลยไม่ค่อยได้อ่านงานของเธอนัก

แต่ในนามปากกาแพทริเซีย คาบอท ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพการเขียนหนังสือของเธอ เป็นอีกเรื่องนึง แม็กซ์ชอบ ไม่สิ รักงานเขียนของเธอในนามปากกานี้ โดยเฉพาะเรื่อง Portrait of my heart ที่แม็กซ์ยังคิดว่าเป็นหนังสือที่มีพระเอกที่น่ารัก และน่ากระทืบมากที่สุดที่เราเคยอ่าน

ดังนั้นจึงเป็นเล่มนี้ที่แม็กซ์หยิบติดมือไปให้เธอเซ็นต์ชื่อ

เวลาสี่โมงครึ่ง (ค่อนข้างตรงเวลาค่ะ) เม็กก็มาปรากฎกาย พร้อมกับความเป็นกันเองอย่างมาก คิดเอาแล้วกันค่ะว่า เรานั่งรอการมาของเธอเป็นเวลานานมาก แต่พอได้เห็นความสดใส ความเป็นกันเอง เธอคว้าไมค์และเริ่มต้นทักทายทุกคน บรรยากาศก็เริ่มผ่อนคลายและสนุกสนานขึ้น

แต่ก็คงเป็นประเพณีของไทยนะคะ (ที่มันดีนะ แม็กซ์คิด) ต้องมีการมอบดอกไม้และของที่ระลึกกันก่อน

คนขวามือคือใครไม่รู้ล่ะค่ะ (กะว่าจะถามแต่ไม่ได้ถาม) คิดว่าน่าจะเป็นคนของทางแพน แม็คมิลแลนซึ่งเป็นสปอนเซอร์จัดงานนะ ส่วนคนตรงกลางคือตัวแทนของทางร้าน (แม็กซ์เดาว่าน่าจะเป็นผู้จัดการของร้านสาขาพาราก้อนนะ) และคนทางขวามือสุดก็คือคุณเม็กเองนั่นแหละ

จากนั้นก็เป็นการสัมภาษณ์เม็กเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเจ้าหน้าที่ของทางแพนฯ ซึ่งแม็กซ์ชอบสำเนียงของเธอมากเลยล่ะ (ฟังดูน่ารักดี) แต่ไม่มีรูปมาฝาก เพราะรูปที่ถ่ายมา เธอดูไม่ค่อยสวยนัก (ไม่อยากลงน่ะค่ะ เราเองก็คงไม่ชอบให้คนเอารูปที่ดูไม่สวยเราเท่าไหรมาลง-- อธิบายเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่เธอไม่สวยนะคะ แต่แม็กซ์ฝีมือถ่ายห่วยเองแหละ)

แฟนหนังสือมากันไม่น้อยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ๆ ในวัยรุ่น และเด็ก ๆ เหล่านี้ก็แสนที่จะกล้านะคะ เพราะแย่งกันตั้งคำถามเม็กกันใหญ่ ส่วนแม็กซ์ก็นั่งเงียบ (เพราะไม่รู้จะถามอะไร)

หลังจากการสัมภาษณ์ก็ถึงเวลาแจกลายเซ็นต์ ซึ่งแม็กซ์เอาหนังสือเก่ากึ๋กเรื่อง Portrait of my heart ที่เขียนในนามปากกาแพทริเซีย คาบอทมาให้เธอเซ็นต์ ซึ่งทำให้เม็กแปลกใจถึงกับบอกแม็กซ์ว่า เราเป็นคนแรกที่เจอได้พบในเมืองไทยเลยนะคะที่อุตส่าห์ขุดกรุนิยายเก่ามาขนาดนี้

แม็กซ์ (ขนาดไม่ได้กรี๊ดเท่าไหรนะ) ก็ออกอาการพูดไม่ออก ขนาดที่ว่า ถ้าอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษมาฟังคงจะเก๊กซิมไม่น้อย เพราะที่สอนมามันหายไปหมด แต่ก็ยังอุตส่าห์โพล่งไปอีกนะว่าชอบงานแนวโรแมนซ์ (สำหรับผู้ใหญ่) ของเธอมากกว่าหนังสือเด็ก และเสียดายที่เธอไม่ได้เขียนอีกต่อไป

ผลก็คือเธอตอบว่า แม็กซ์คิดผิด ไม่รู้จริง เพราะเธอเพิ่งเขียนเรื่องแนวโรแมนซ์ย้อนยุคจบไป และเล่มนั้นมีชื่อเรื่องว่า Ransom my heart ซึ่งผู้ช่วยของเธอที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็เสริมว่า เล่มนั้นจะออกขายเดือนมกราคมปีหน้านี้แหละ (ข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากกลับมาค้นในเน็ต เล่มนี้ออกขายกะสนพ.เอว่อน เป็นเล่มไซดเทรด ที่เธอใช้นามปากกาเป็นการเขียนร่วมกันระหว่างเม็ค คาบอท และมีอา ซึ่งเป็นชื่อนางเอกของหนังสือชุดไดอารี่ของเจ้าหญิง

ทำเอาแม็กซ์กรี๊ดสนั่นลั่นมือ ดีใจออกนอกหน้า คาดว่าคงทำให้คนที่ต่อแถวอยู่ตามหลังคงหมั่นไส้กันไม่น้อย เพราะพูดมาก ช้าจนทำให้พวกเขาต้องรอคิวกันนาน แล้วยังทำเป็นสนิทชิดเชื้อกับนักเขียนอีกต่างหาก

แม็กซ์เผ่นกลับมาก่อนงานจะเลิกค่ะ เพราะกลัวว่าจะหารถกลับบ้านไม่ได้

โดยรวมเราชอบนะคะ ที่สำคัญไม่รู้ว่างานอย่างนี้จะมีขึ้นอีกไหมในเมืองไทย เพราะว่ากันแล้ว เม็กก็เป็นนักเขียนในระดับบิ๊กจริง ๆ ที่มาเยือนประเทศเรา (ที่แม็กซ์นึกออกนะคะ แต่คิดว่าในอดีตก็มีมากันหลายคน เพียงแต่อาจจะไม่ได้จัดงานแจกลายเซ็นต์เป็นล่ำเป็นสันอย่างงี้) และเธอก็ไม่ได้มาในฐานะของนักเขียนโรแมนซ์ แต่เป็นนักเขียนหนังสือเด็กที่ประสบความสำเร็จ

อยากรู้ค่ะว่าจะเป็นไปได้ไหม ถ้าจะมีนักเขียนโรแมนซ์ แบบโรแมนซ์จริง ๆ มาเยือนเมืองไทย หรือจะมีใครจัดได้บ้าง ประเด็นนี้ส่วนตัวเราคิดว่าเป็นไปได้นะคะ เพียงแต่จะมีใครคิดทำไหมเท่านั้นแหละ โดยเฉพาะตอนต้นปีหน้าจะมีงานหนังสือที่ออสเตรเลีย ซึ่งนักเขียนดัง ๆ หลายคนอย่างเชอริลีน, แมรี่ เจนิส ไปร่วมงาน หรือกระทั่งนักเขียนที่อยู่ใกล้บ้านเราอย่างแคธลีน ดังเต้ (ฟิลิปปินส์), สเตฟานี ลอว์เรนส์ (ออสเตรเลีย), หรือนลินี ซิงค์ (นิวซีแลนด์) เราคิดว่าถ้ามีใครทุ่มทุนเชิญเธอมา (ออกค่าตั๋วเครื่องบิน และที่พัก) พวกเธอน่าจะมานะคะ เพราะระยะเวลาในการเดินทางก็ไม่นานเท่าไหร

คิดว่ายังไงกันบ้างคะ

Coming Attraction: Ultimate Weapon // Shannon McKenna

posted on 25 Jun 2008 14:45 by maxtreme  in AuthorNews

คนที่อ่านบลอกของแม็กซ์มานานพอก็คงรู้ว่าแม็กซ์เป็นแฟนเกิร์ลของแชนน่อน แม็คเคนน่ามากแค่ไหน เธอไม่ใช่นักเขียนที่สมบูรณ์แบบหรอกนะ แต่ทุกเล่มที่เธอเขียน แม็กซ์ก็ชอบได้หมด ถึงจะรู้ว่ามันไม่ค่อยถูกต้องนักที่จะชอบ (พฤติกรรมพระเอกในบางทีก็... ข้ามเส้นไปเยอะ หรือนางเอกที่บางครั้งก็อ่อนแอจนน่าเตะ) แต่มันก็ชอบ และไม่มีเหตุผล

แล้วในที่สุดก็มาถึงเล่มนี้ เรื่องของตัวละครที่แม็กซ์อยากอ่านมากที่สุด คำบ่นเดียวที่มี (ในเวลานี้ เพราะแม็กซ์ยังไม่ได้อ่าน) ก็คือ พระเอกชื่อเหมือนผู้หญิงเลย วาล ผู้ชายที่ไหนชื่อวาล

แต่ดูจากเนื้อเรื่องแล้ว เกิดในฮังการี ท่าทางน่าจะออกแนวยุโรปตะวันออก ซึ่งตอนนี้มาแรงมาในมาตรวัดความกรี๊ดของแม็กซ์

Tamara’s a bad girl with a dangerous difference. Enter a terrifying, sexually charged world of thrilling suspense, where love is the riskiest game of all…

The First Cut Is The Deepest

Covert operations are what Val Janos is all about. The man is mysterious and sinister, and lethally hot. Only Tamara can understand the strange intensity that drives him to win at all costs—and only she can match it.

Val has one weak spot: Imre, the frail old man who befriended him when he was a scared, hungry kid abandoned on the streets of Budapest. But Daddy Novak knows about Imre, and Imre's head is on the block if Val doesn't deliver Tam up to Novak's tender mercies…

A white-hot passion explodes when Tam and Val get too close. They both have too much to be afraid of, too much to hide. And now, for the first time, too much to lose…

ป.ล. แม็กซ์คิดไปคนเดียวรึเปล่าว่า ปกนี่มันส่อพล็อตแนวที่แม็กซ์อยากอ่าน (พล็อตที่เคยเล่าให้ฟังกันที่ทามาร่าจับพระเอกมัดไว้กับเก้าอี้ แล้วก้อ...)

Another ICE Book

posted on 01 Jun 2008 10:39 by maxtreme  in AuthorNews

แม็กซ์เพิ่งรีวิว Fire and Ice ซึ่งว่ากันว่าจะเป็นหนังสือเล่มสุดท้ายในชุด Ice ของแอน สจ๊วต หนังสือชุดที่สนุกและน่าอ่านมากที่สุดใน พ.ศ. นี้ แม็กซ์ทำใจและบอกลากับชุด กับปีเตอร์สุดที่รัก และลองนึกดูว่าแม็กซ์แปลกใจแค่ไหนที่ได้พบข่าวนี้

"I have an ICE book that's been begging for attention."

แปลว่าจะมีไอซ์บุ๊คเล่มที่หกงั้นเหรอ แล้วมันเป็นเรื่องของใครล่ะ

"I need to tell Finn MacGowan's story (I left him a prisoner in the jungles of Colombia with everyone thinking he might be dead). His father died of self-starvation in prison in Ireland, and Finn is charming and sexy and filled with a deep anger he never shows."

และดูเหมือนว่านี่ก็จะไม่ใช่เล่มสุดท้ายในชุดเช่นกัน เพราะแอนยังพูดถึงโอกาสที่จะมีเล่มต่อไปอีก

" And don't even get me started on Mahmoud, who's going to grow up and have to deal with his childhood as a soldier."

ใครจำหนุ่มน้อยคนนี้ได้บ้าง เขาออกมาในเรื่อง Ice Storm เด็กชายคนที่เซราฟินช่วยออกมาจากโมร็อคโค คนที่ซี้กะรีโน่อย่างไม่น่าเชื่อ

ปัญหาก็คือ แอน สจ๊วตยังไม่ได้เขียนหรอกนะคะ และหนังสือเล่มถัดไปก็ไม่ใช่เรื่องในชุดไอซ์ด้วย ดังนั้นโปรเจ๊คนี้คงต้องรอกัน

แต่การรอไม่ใช่ปัญหาค่ะ ขอแค่ว่าให้เขียนออกมาเท่านั้นแหละ แม็กซ์รอได้ค่ะ