Don't Tempt Me // Loretta Chase
posted on 31 Oct 2009 17:06 by maxtreme in B-Club, Historicalแม็กซ์ลังเลอยู่พอสมควรค่ะ ก่อนที่จะตัดสินใจหยิบเล่มนี้มาอ่าน เพราะแม้ว่าเราจะชอบงานเขียนของลอเร็ตต้า เชสมาก ๆ แต่เราก็รู้สึกว่า พล็อตของหนังสือเรื่องนี้มันจะเจ็บปวดเกินไปสำหรับเราหรือไม่ (และนี่เป็นเหตุผลที่เราไม่ยอมหยิบเรื่อง Your scandalous ways มาอ่านเสียที) เพราะในหนังสือชุดที่เธอเขียนติดต่อกันสามเล่ม (และเล่มนี้เป็นเล่มที่สาม) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีอดีต ที่ทำให้สังคมไม่อาจยอมรับพวกเธอในรูปแบบที่เธอเป็นได้
หนังสือทั้งสามเล่มไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันในส่วนของพล็อตนะคะ นั่นคือตัวละครไม่ได้เกี่ยวข้องกันชัดเจน แต่ส่วนที่เหมือนกันก็คือธีมเรือ่ง Fallen Women (ผู้หญิงทีมีอดีต)
ในเล่มแรกเรื่อง Not Quite a Lady นางเอกเคยเผลอใจให้กับชายอื่น จนตั้งท้อง และยกลูกให้กับคนอื่น ในเล่มที่สอง Your Scandalous Ways นางเอกเคยทำอาชีพเป็นนางบำเรอ และในเล่มนี้นางเอกเคยถูกจับไปขายเป็นทาส และอาศัยอยู่ในฮาเร็มเป็นเวลาถึงสิบสองปี
แม็กซ์เป็นนักอ่านที่เปิดกว้างพอสมควรนะคะ แต่บางครั้งเราก็อยากอ่านเรื่องที่มันไม่มีประเด็นหนักหัวใจอย่างนี้ และนี่จึงเป็นเหตุผลที่เราจับเรื่องนี้ดองซะ
และบอกตามตรงค่ะ เหตุผลเดียวที่เราหยิบเล่มนี้มาอ่านก็เพราะ ไปอ่านเจอจากบลอกแห่งนึงที่บังเอิญพูดถึงความไม่น่าเชื่ออย่างมากในหนังสือเล่มนี้ ที่เขียนให้นางเอกในเรื่องนี้ที่แม้จะอยู่ในฮาเร็มมาเป็นเวลาสิบกว่าปี แต่ก็ยังคงความเป็นสาวบริสุทธิ์เอาไว้ได้
มันไม่น่าเชื่อ และไม่น่าเป็นไปได้ แต่ด้วยความโหยหาเรื่องราวที่อ่านได้โดยที่ตัวละครไม่จำเป็นต้องเจ็บปวดมากนักของแม็กซ์ ก็ทำให้เราดีใจมาก ๆ และตัดสินใจหยิบมาอ่านในที่สุด
ผลลัพธ์ก็คือ มันจริงค่ะว่า เหตุผลในเรื่องที่โซอี้ยังคงความบริสุทธิ์ไว้ได้ มันดูน่าตลก เรื่องราวน่าจะสมจริงมากกว่านี้หากเธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ แต่ในขณะเดียวกันความไม่มีเหตุผลของแม็กซ์ก็รักหนังสือเรื่องนี้มาก ๆ ที่เขียนอย่างนี้ เพราะมันทำให้เรื่องไม่ถึงกับทำร้ายหัวใจคนอ่านอย่างแม็กซ์มากจนิงเกินไป
บางครั้งแม็กซ์ก็ชอบเรื่องที่ขาดเหตุผลค่ะ ถ้าหากมันทำให้เรามีความสุข
Don't Tempt Me ของลอเร็ตต้า เชส
หนังสือเล่มนี้อยู่ในชุด Fallen Women แต่ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยนะคะ เพราะไม่ได้ต่อเนื่องกับเล่มไหนทั้งสิ้น มันเป็นชุดในเรื่องของแนวคิดของตัวละครหลัก (นางเอก) ที่เป็นผู้หญิงที่มีอดีตเท่านั้นเองค่ะ เรื่องราวในแต่ละเล่มไม่เกี่ยวกันเลย นอกจากกล่าวถึงตัวละครบางตัวที่เคยเป็นตัวเอกในเล่มก่อนหน้าแบบเดินผ่านฉาก
ลูเชี่ยน เดอเกรย์ กลายเป็นเด็กกำพร้า เมื่อบิดามารดาของเขาเสียชีวิตลง มันเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่สำหรับเด็กวัยเพียงสิบปี แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีพี่ชายผู้ซึ่งกลายเป็นดยุคแห่งมาร์ชมอนท์ และโซอี้ เล็กซ์แฮมบุตรสาวคนเล็กของลอร์ดเล็กซ์แฮม ซึ่งได้ตามพินัยกรรมกลายเป็นผู้ปกครองของลูเชี่ยน
แต่แล้วโลกของลูเชี่ยนก็พังทลายลงอีกครั้ง เมื่อพี่ชายเสียชีวิตลงในอุบัติเหตุ ทำให้เขากลายเป็นดยุคแห่งมาร์ชมอนท์คนต่อไปด้วยวัยเพียงสิบห้าปี แต่ความสูญเสียนั้นก็เทียบไม่ได้เลย เมื่ออีกสองปีต่อมา โซอี้หายตัวไปในอิยิปต์
สิบสองปีผ่านไป ลูเชี่ยนกลายเป็นมาร์ชมอนท์ ขุนนางชั้นสูงผู้เป็นที่ต้องการในวงสังคม ทุกคนรู้กันดีถึงความไม่แคร์ต่ออะไรทั้งสิ้นของเขา แต่กระนั้นข่าวการกลับมาของโซอี้ เจ้าของฉายา สาวน้อยฮาเร็มก็ทำให้เขาสนใจมากพอที่จะไปพิสูจน์ถึงความหลอกลวงของเธอให้ได้
แต่โซอี้ที่ปรากฎตัวขึ้นไม่ใช่ความหลอกลวง เธอหายตัวไปในวัยสิบสองปี หลังจากถูกลักพาตัว และขายให้กับฮาเร็มแห่งนึง โซอี้ใช้เวลาหลังจากนั้นเป็นภรรยาคนที่สองของลูกชายคนที่ซื้อตัวเธอไป และใฝ่ฝันตลอดเวลาถึงอิสระที่จะมาถึง มันต้องใช้เวลาถึงสิบสองปี แต่โซอี้ก็เดินทางกลับอังกฤษได้สำเร็จ แต่ด้วยชื่อเสียงที่ป่นปี้ มันแทบไม่มีโอกาสที่โซอี้จะกลับคืนสู่วงสังคมได้
แต่ทุกอย่างเป็นไปได้สำหรับมาร์ชมอนท์ เขาเป็นหนี้บุญคุญบิดาของโซอี้มากพอที่จะตอบตกลงเมื่อได้รับการขอร้องให้ช่วยแก้ไขชื่อเสียงของโซอี้ และพาตัวเธอกลับคืนสู่วงสังคม ด้วยฐานะและอำนาจที่มาร์ชมอนท์มี นั่นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้
สิ่งเดียวที่มาร์ชมอนท์ไม่คาดคิดมาก่อนเลยก็คือ หัวใจที่เคยคิดว่าปิดตายของเขา จะถูกเปิดออกอีกครั้ง ด้วยหญิงสาวที่คือโซอี้ แต่ไม่โซอี้ที่เขารู้จักในวัยเด็ก เธอเป็นมากกว่านั้น เธอทำให้เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ความรู้สึกของแม็กซ์หลังจากอ่านเรื่องนี้จบแล้วก็คือ นี่เป็นการกลับมาอย่างแท้จริงของลอเร็ตต้า เชส หลังจากที่เธอเขียนหนังสือเรื่อง The Last Hellion ในปี 1998 เธอหายหน้าไปจากวงการโรแมนซ์จนหลายคนกลัวว่าเธอจะเลิกเขียนหนังสือไปแล้ว แต่ในที่สุดลอเร็ตต้าก็กลับมากับเรื่อง Miss Wonderful ในปี 2004 จากนั้นเธอก็เขียนหนังสือต่อเนื่องมาอีกหลายเล่ม ซึ่งตามความรู้สึกส่วนตัวของเรา ก็ชอบนะคะ เพราะลอเร็ตต้าเป็นนักเขียนที่มีความสามารถ เขียนเรื่องได้น่าสนุก และน่าติดตามมาก ๆ แต่เราก็ต้องยอมรับกับตัวเองค่ะว่า มาตรฐานของงานหลังจากที่เธอกลับมา ยังไม่ได้เท่ากับมาตรวัดที่เรามีกับงานในอดีตของเธอ
จนกระทั่งเล่มนี้ ที่ทำให้แม็กซ์รู้สึกเหมือนนั่งไทม์แม็ชชีนย้อนกลับไปในยุครุ่งเรืองที่สุดของลอเร็ตต้า เชส มันสนุกมากขนาดนั้น
กระนั้นเราก็ต้องยอมรับนะคะว่า มาร์ชมอนท์ในเรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกับเวียร์จากเรื่อง The Last Hellion พอสมควร ชายคนที่ต้องสูญเสียครอบครัวที่รักไปทั้งหมด เพียงเพื่อจะทำให้ตัวเขากลายเป็นดยุค มาร์ชมอนท์สูญเสียทุกคนที่เขารัก และกลายเป็นขุนนางผู้ดำรงบรรดาศักดิ์ที่สูงที่สุดในแผ่นดิน กลายเป็นชายที่หลายคนอิจฉา ในขณะที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และไม่ยอมให้ใครเข้ามาในหัวใจได้อีก เพราะเขาไม่อาจทนความสูญเสียได้มากกว่านี้แล้ว
จนกระทั่งโซอี้กลับมา และหัวใจที่เคยปิดตายของมาร์ชมอนท์ก็เปิดออกอีกครั้ง
เธอไม่ใช่เด็กหญิงวัยสี่ขวบที่สร้างรอยยิ้มให้กับเขาเพื่อลืมความเสียใจที่สูญเสียพ่อแม่ไป เธอไม่ใช่เด็กหญิงวัยเก้าขวบที่เขาออกตามหาจนพบหลังจากที่เธอวิ่งหนีออกไป สำหรับเขาแล้ว มันเป็นความผิดที่ไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ที่เขาไม่อยู่กับเธอในไคโร ในวันที่เธอหายตัวไป มาร์ชมอนท์คิดเสมอว่า ถ้าเขาอยู่ที่นั่น ในวันนั้น เขาจะตามหาโซอี้จนเจอ และไม่ปล่อยให้เธอใช้ชีวิตในอีกสิบสองปีต่อมาในฮาเร็ม
เรายอมรับนะคะว่า หลายอย่างในเรื่องดูไม่สมจริง การที่โซอี้ใช้เวลาสิบสองปีในฮาเร็ม แต่ยังคงรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ได้ มันไม่น่าเชื่อ แต่การทำให้เรื่องน่าเชื่อก็อาจจะเจ็บปวดเกินไปสำหรับแม็กซ์ ดังนั้นเราจึงพอใจกับการที่เรื่องออกมาเป็นอย่างนี้ค่ะ
แม็กซ์ชอบคาแร็คเตอร์ที่เติบโตไปตามกาลเวลา ทั้งมาร์ชมอนท์และโซอี้ไม่ใช่คนคนเดิมในยามที่จากกันอีกแล้ว แต่ตัวตนของพวกเขาเมื่อโตขึ้น ก็ยังคงเป็นของกันและกันอยู่ โซอี้ยังคงเป็นคนเดียวที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเขาได้ และเขาก็ยังเป็นคนเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของเธอ
อ่านเล่มนี้แล้วมีความสุขมาก ๆ เลยค่ะ คะแนนที่ 83
