Start Me Up // Victoria Dahl
posted on 20 Dec 2009 12:55 by maxtreme in Contemporary, D-Clubอยู่ดี ๆ ก็มีเรื่องเครียดกลับเข้ามาในชีวิตอีกแล้ว แต่อย่าตื่นเต้นอะไรนะคะ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของแม็กซ์จริง ๆ ไม่เกี่ยวกับใครที่ไหนเลย นั่นก็คือ ฟันที่อุดไว้ดันหลุด แถมดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นฟันกรามซี่ในสุด (แม็กซ์เป็นคนที่มีฟันครบทั้งสามสิบสองซี่ ขึ้นครบอย่างดีไม่มีคุด แต่มันผุ) และเห็นแม็กซ์เป็นคนไม่กลัวอะไรใครหน้าไหน แต่ก็กลัวหมอฟันที่สุด แต่ก็ต้องจำใจนัดหมอค่ะ เพราะดูท่าทิ้งไว้ไม่ได้แน่ ถ้าอยากจะมีฟันซี่นี้ติดตัวไปจนแก่นะคะ
แต่ถึงจะมีปัญหาเรื่องฟัน แต่แม็กซ์ก็ยังคงตั้งหน้าอ่านหนังสือต่อไปค่ะ เพียงแต่รีวิวที่เขียนในวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งอ่านจบไปหมาด ๆ เพราะเราชอบเรื่องนั้นค่อนข้างมาก ก็เลยอยากเขียนรีวิวในวันที่คิดว่า จะมีคนเข้ามาอ่านเยอะกว่าวันนี้ (ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ และตามสถิติแล้ว มีคนเข้ามาอ่านน้อยที่สุดในสัปดาห์ค่ะ)
วันนี้เลยเป็นคิวของหนังสือที่อ่านจบไปนานแล้วค่ะ
Start Me Up ของวิคทอเรีย ดาห์ล
หากจะพูดว่าแม็กซ์คาดหวังกับหนังสือเล่มนี้พอสมควรก็คงพูดได้นะคะ เพราะว่าเราชอบเรื่อง Talk me down ซึ่งเป็นหนังสือแนวปัจจุบันเล่มแรกของเธอมากในระดับนึง แต่คงต้องบอกตรงนี้เลยว่า เล่มนี้ทำความผิดหวังให้เราอย่างมาก มากจนทำให้แม็กซ์ลืมไปเลยว่า Talk me down สนุกยังไง ความผิดหวังในเล่มนี้มันมากขนาดนั้นค่ะ
หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สองในชุดทัลเบิ้ล ครีค ซึ่งเป็นชื่อเมืองเล็ก ๆ ในโคโลราโด้ ใกล้กับเมืองแอสเพน อันเป็นเมืองขึ้นชื่อเรื่องสกี นางเอกในเล่มนี้คือ ลอรี่ เลิฟ ช่างซ่อมรถยนต์คนเดียวของเมือง และเป็นเพื่อนสนิทของมอลลี่ ซึ่งเป็นนางเอกเล่มแรกในชุดนี้
ลอรี่กำลังมาถึงทางแยกของชีวิต เธอต้องละทิ้งความฝันที่จะได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลก เพราะบิดาประสบอุบัติเหตุกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ทำให้ลอรี่ต้องพักการเรียนที่ีมหาวิทยาลัย และกลับมายังเมืองเล็ก ๆ อันเป็นบ้านเกิดเพื่อดูแลเขา หลายปีผ่านไป จนกระทั่งพ่อของเธอเสียชีวิต แต่ลอรี่ก็ติดแหงอยูในเมืองนี้เสียแล้ว
ความกดดันมาถึงจุดระเบิดเมื่อนายอำเภอประจำเมืองบอกกับลอรี่ว่า เขากำลังจะเปิดคดีเกี่ยวกับพ่อของเธอขึ้นมาใหม่ เพราะสงสัยว่า มันจะไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดาอย่างที่คิด ลอรี่สับสนกับทางเลือกในชีวิต เธอเบื่อเมืองที่อยู่ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่กล้าพอที่จะเดินออกไปจากมัน
ในช่วงเวลาเดียวกัน ควินน์ เจนนิ่งส์ก็ก้าวเข้ามาในชีวิตของลอรี่ เขาเป็นพี่ชายของมอลลี่ เพื่อนสนิทของเธอ และยังเป็นสถาปนิคหนุ่มชื่อดังที่ประสบความสำเร็จ พูดง่าย ๆ สั้น ๆ ควินน์เป็นอัจฉริยะที่มีโลกส่วนตัวสูง เวลาเขาหลงเข้าไปกับการออกแบบ ไม่มีใครเจาะทะลุเข้าไปในใจของเขาได้ และนั่นนำปัญหามาสู่การสร้างความสัมพันธ์อันยืนยาวกับสาวหลายคน แต่เมื่อได้พบกับลอรี่ ดูเหมือนว่า ควินน์จะได้พบคำตอบ
เพราะลอรี่ต้องการแค่เซ็กส์ ไม่ได้ต้องการผู้ชายที่มีความหมายอะไรในชีวิต ดังนั้นในตอนแรกทั้งคู่จึงเหมาะสมกันอย่างยิ่ง แต่ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อควินน์รู้ว่า เขาต้องการอะไรบางอย่างที่มากกว่า แต่ลอรี่ไม่พร้อม
และนี่ก็คือปัญหาใหญ่ของแม็กซ์ในการอ่านเล่มนี้ค่ะ เราไม่มีปัญหานะคะที่ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกนางเอกเกิดขึ้นโดยมีความต้องการทางเพศเป็นตัวนำ แต่เมื่อเห็นได้ชัดแล้วว่า ทั้งสองเหมาะสมกันมากเพียงใด และตัวควินน์เองก็เริ่มเปลี่ยนแปลง แต่ลอรี่กลับเป็นผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวคนเดิม
เราไม่ชอบลอรี่อย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังจากเรื่องดำเนินไปแล้วครึ่งเล่ม เพราะในเวลานั้นเห็นได้ชัดว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ใช่แค่เซ็กส์อีกต่อไป แต่ลอรี่พยายามหลอกตัวเอง และหลอกใช้ควินน์เป็นเครื่องมือบำบัดความใคร่ีของตัวเองอยู่นั่น และมันทำให้แม็กซ์โมโห
เราเข้าใจผู้หญิงที่อยู่ในฐานะอย่างลอรี่นะคะ ชีวิตของเธอจบลงก่อนที่จะเริ่มต้นขึ้นเสียอีก เธอไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างหญิงสาวทั่วไป เพราะต้องย้ายกลับมาเมืองเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีสังคม เพื่อดูแลพ่อ การที่เธอแสวงหาอิสรภาพเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ที่เราให้อภัยเธอไม่ได้ก็คือ ความเห็นแก่ตัวของเธอ ลอรี่ไม่เคยคิดถึงใครอื่นเลยนอกจากลอรี่เอง ถ้าหนังสือเรื่องนี้ไม่ใช่โรแมนซ์ มันอาจจะไม่เป็นปัญหาอย่างนี้สำหรับเรา แต่เมื่อมันเป็นโรแมนซ์ เราพบว่าเรารับไม่ได้
หนังสือโรแมนซ์ภาษาอะไรที่ ลงเอยด้วยการที่นางเอกไม่กล้าจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นเฟ้นยิ่งขึ้นกับพระเอก เล่มที่พระเอกต้องก้าวถอยหลังออกมาเพื่อให้โอกาสเธอในการพักหายใจ
แม็กซ์คิดว่า ส่วนหนึ่งที่เรามีอาการรังเกียจลอรี่อย่างรุนแรงเป็นเพราะเราชอบควินน์มาก ๆ เขาเป็นพระเอกชนิดที่เราชอบอ่าน เขารู้ข้อเสียขอตัวเอง และพยายามปรับมันให้ดีที่สุดที่เป็นได้เพื่อหญิงที่เขารัก แต่น่าเสียดายว่า คนที่เขารักกลับไม่คุณค่าอะไรเหมาะสมกับเขาเลยสักนิดเดียว
ผิดหวังมาก ๆ ค่ะ สำหรับเล่มนี้
คะแนนที่ 53
