Contemporary

เราร้างลาจากการอ่านงานของแคทเธอรีน แอนเดอร์สันไปนานมาก (น่าจะสิบปีแล้วมั้งคะ) ทั้งที่เล่มสุดท้ายที่อ่าน Phantom Waltz ก็ประทับใจไม่น้อย (แล้วก็ร้องไห้ตามสไตล์งานของเธอ) เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกค่ะ หนังสือของเธอสะสมบนชั้นหนังสือของสูงขึ้นสูงขึ้น จนในที่สุดก็รู้สึกว่า สมควรต้องรีบเคลียร์ได้แล้ว

เราเลือกหยิบเรื่อง Morning Light มาอ่านก่อน ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ก็คือ หยิบง่ายที่สุดค่ะ เล่มอื่นถูกเก็บลึกกว่า ก็เลยหาไม่เจอ แต่พออ่านเล่มนี้จบ กลับไม่ได้ความรู้สึกว่า เป็นงานของแคทเธอรีน แอนเดอร์สันที่เราชื่นชอบเลย ทำให้ไปหยิบเอาอีกเล่มมาอ่าน ซึ่งก็คือ Sun Kissed คราวนี้เริ่มได้บรรยากาศ แต่ก็ยังไม่ซึ้งอย่างที่คิด สุดท้ายก็เลยอ่านเรื่อง My Sunshine เล่มนี้โดนไปเต็ม ๆ ค่ะ ร้องไห้จนตาบวม สร้างอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อเรื่องมาก และย้ำเตือนว่า ทำไมเราถึงได้ชอบงานของนักเขียนคนนี้

เนื่องจากเรื่อง My Sunshine เขียนก่อน (แต่เราอ่านหลังสุด) เราขอเขียนรีวิวตามลำดับการออกของหนังสือนะคะ

 

 

My Sunshine ของแคทเธอรีน แอนเดอร์สัน

เรื่องนี้เป็นเล่มที่หกในชุด Kendrick/Coulter/Harrigan ซึ่งเป็นชื่อตระกูลสามตระกูลที่เกี่ยวพันกันผ่านการแต่งงานของตัวละครในเรื่อง (เคนดริทแต่งงานกับคูลเตอร์ และคูลเตอร์ก็มาแต่งงานกับแฮร์ริแกน) ซึ่งไม่จำเป็นต้องอ่านไล่เรียงกันหรอกนะคะ เราอ่านสลับไปมาก็รู้เรื่องครบถ้วน

ไอเซห์ คูลเตอร์เป็นสัตวแพทย์ผู้ประสบความสำเร็จ เขาและทักเกอร์ พี่ชายฝาแฝด เปิดคลีนิครักษาสัตว์ที่มีชื่อเสียง แต่เมื่อมารดาของให้ไอเซห์ช่วยเพื่อนของเธอด้วยการรับหลานสาวเข้าทำงานในคลีนิค เขาเริ่มไม่แน่ใจ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่า ลอรา ทาวเซนด์ หญิงสาวที่ถูกผู้เป็นย่าฝากงานมานั้นมีอาการสมองได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน

ชีวิตของลอราพังพินาศลงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ อาชีพในฐานะนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมที่ทำให้เธอมีโอกาสเดินทางไปทั่วจบลง เมื่อสมองของเธอได้รับความเสียหาย จนส่งผลต่อความสามารถในการสื่อสาร ลอราต้องเรียนรู้ที่จะพูดใหม่ กระนั้นอาการบกพร่องนี้ก็ทำให้เธอไม่มีวันกลับเป็นคนปกติได้อีก จากคนที่เคยประสบความสำเร็จ และมีอนาคตที่ยาวไกล ลอราต้องรับเงินเลี้ยงดูจากรัฐ และเป็นภาระของผู้เป็นย่า สิ่งเดียวที่เธอต้องการในตอนนี้ก็คือ การมีงานทำเป็นหลักเป็นฐาน เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เธอพึ่งพาตัวเองได้ 

ดังนั้นแม้งานที่ไอเซห์เสนอให้ในคลีนิคของเขาจะเป็นงานประเภทใช้แรงงาน ที่เธอรับหน้าที่ดูแลสัตว์ที่ป่วยและมาพักรักษาที่คลีนิค ลอราก็รักงานที่ตัวเองทำ เธอรักสัตว์ และมีสัญชาตญาณกับงานประเภทนี้ ที่สำคัญนี่เป็นงานที่เธอไม่ต้องพึ่งพาความบกพร่องในการใช้ภาษาของตัวเอง เพราะการสื่อสารกับสัตว์ไม่ต้องการคำพูด 

เรื่องนี้เป็นโรแมนซ์ที่แตกต่างสำหรับคนอ่านหลายคน ที่แน่ ๆ ก็คือ นางเอกในเรื่องนี้ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่เลยสักนิดเดียว แต่คาแร็คเตอร์ของลอราจับใจของเราได้ตั้งแต่ต้น เรารู้สึกว่าคนแต่งเขียนตัวตนของเธอได้ดี และน่าเชื่อ เราไม่แน่ใจว่า คนที่มีอาการเช่นเดียวกับเธอ จะสามารถมีชีวิตในสังคมได้ดีอย่างที่เธอทำได้หรือไม่ในชีวิตจริง แต่การอ่านเรื่องนี้ทำให้เรามองผู้ป่วยทางสมองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป 

เราชอบความรักที่เกิดขึ้นในเรื่อง นี่เป็นหนังสือโรแมนซ์ไม่กี่เล่มที่เรา "เชื่อ" จริง ๆ ถึงความรัก และความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างไอเซ่ห์ และลอรา มันไม่ร้อนแรง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เมื่อถึงจุดนึง รักก็คือรัก ไม่สำคัญว่าลอราจะเป็นคนปัญญาอ่อนในสายตาของคนส่วนใหญ่ที่ไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำ และไอเซห์เป็นสัตวแพทย์อนาคตไกล 

การเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคลีนิคสัตวแพทย์ของไอเซห์ก็สร้างภาพอย่างชัดเจน อ่านไปเราก็ผูกพันกับบรรดา "คนไข้" ในเรื่อง ขอบอกว่าเราร้องไห้แทบตายตอนที่แมวตาย แล้วก็ร้องไห้หนักขึ้นอีกเมื่อลอราซึ่งรู้ว่า เจ้าของแมวตัวนั้นจะเสียใจมากขนาดไหน ไปหาแมวตัวอื่นมาแทนให้ 

เราค่อนข้าง "อิน" ไปกับหนังสือเล่มนี้ ทั้งที่คาแร็คเตอร์ไม่ได้มีลักษณะแบบที่เราชอบ ทั้งลอราและไอเซห์เป็นคนดี แบบดีจริง ๆ ไม่ได้เสแสร้ง ซึ่งปกติเรื่องแบบนี้จะไม่เวิร์คสำหรับเรานะคะ แต่ในเล่มนี้คนแต่งสอดแทรกความเป็นมนุษย์เข้าไปในตัวตนของทั้งคู่ และทำให้เราเชื่อว่า การอ่านเรื่องราวของคนดีก็ไม่จำเป็นจะต้องน่าเบื่อ 

เราอ่านเล่มนี้จบแล้วรู้สึกดีขึ้นกับเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก แม้ว่าการสอดแทรกประเด็นเรื่องศาสนาเข้ามาจะทำให้เราอึดอัดไปในบางครั้ง แต่เรื่องราวในส่วนอื่นก็ทำให้เรามองข้ามประเด็นนั้นไปได้

ไม่แน่ใจว่า เล่มนี้จะถูกใจทุกคนหรือไม่นะคะ เราเคยคุยกับคนคนนึงซึ่งรับไม่ได้กับการอ่านเรื่องที่นางเอกพิการ (ขาทั้งสองข้างเป็นอัมพาต) ซึ่งเป็นงานเขียนของแคทเธอรีน แอนเดอร์สันเรื่อง Phantom Waltz เขาบอกว่ารับเรื่องโรแมนซ์ที่นางเอกไม่สมประกอบไม่ได้ เราเคารพความเห็นของเขานะคะ ดังนั้นเราคงต้องบอกว่า เรื่องนี้นางเอกไม่สมบูรณ์แบบ เธอมีข้อบกพร่องที่ร้ายแรง เรารับได้ และชื่นชมแคทเธอรีน แอนเดอร์สันที่เขียนถึงเรื่องราวเหล่านี้

คะแนนที่ 70

 

 

Sun Kissed ของแคทเธอรีน แอนเดอร์สัน

เรื่องนี้เป็นเล่มที่เจ็ดในชุด Kendrick/Coulter/Harrigan ซึ่งเป็นชื่อตระกูลสามตระกูลที่เกี่ยวพันกันผ่านการแต่งงานของตัวละครใน เรื่อง (เคนดริทแต่งงานกับคูลเตอร์ และคูลเตอร์ก็มาแต่งงานกับแฮร์ริแกน) โดยเล่มนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่เล่าถึงพี่น้องตระกูลคูลเตอร์ และถือเป็นเล่มเปิดตัวพี่น้องตระกูลแฮร์ริแกน 

ทักเกอร์ คูลเตอร์ สัตวแพทย์ และหนุ่มโสดคนเดียวในตระกูลที่เหลืออยู่อาสามาช่วยดูแลสัตว์ในงานโรดิโอแห่งนึง ซึ่งเขาพบเห็นชายขี้เมากำลังทำร้ายม้าที่ไร้ทางต่อสู้อยู่ แต่ก่อนที่เขาจะแสดงความเป็นฮีโร่โผล่เข้าไปช่วย ซาแมนธา แฮร์ริแกน สาวน้อยร่างเล็กก็ถลาเข้าไปหยุดพฤติกรรมนั้น และเธอก็ถูกชายคนดังกล่าวหันมาทำร้ายแทน

ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ทักเกอร์ไม่ลังเลที่จะกระโดดเข้าไปร่วมวงต่อสู้ ซึ่งจบลงที่ทั้งเขาและซาแมนธาถูกตำรวจจับ แต่นั่นก็คุ้มค่า เพราะเขาได้รู้จักกับหญิงสาวที่น่าสนใจมาก ๆ คนนึง ซึ่งสำหรับชายที่ไม่เคยคิดว่า ตัวเองจะได้เจอกับคนที่ใช่ ซาแมนธาเข้าใจความรู้สึกนั้นมากที่สุด

แต่เพราะยังเจ็บปวดจากการถูกอดีตสามีหลอกลวง ซาแมนธาไม่กล้าเปิดหัวใจให้กับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ ทำให้เธอกันให้ทักเกอร์ออกห่าง แต่แล้วอาการป่วยอย่างไม่สาเหตุของม้าที่เธอเป็นเจ้าของก็เปิดทางให้ทักเกอร์ได้มีโอกาสก้าวเข้ามาในชีวิต และยิ่งเมื่อเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทำร้ายม้าของตัวเอง ทักเกอร์ก็คือคนสำคัญที่จะช่วยเธอในการสืบหาความจริง

เล่มนี้มีนางเอกที่สมบูรณ์แบบค่ะ ไม่ได้มีอาการผิดปกติพิกลพิการทางร่างกาย แม้ว่าในด้านจิตใจซาแมนธาบอบช้ำมาจากการเลือกสามีผิดคน การหย่าที่พ่อของเธอต้องจ่ายเงินไปเป็นจำนวนมาก นั่นทำให้หญิงสาวไม่กล้าไว้ใจชายคนไหน ส่วนพระเอกก็จริงใจแต่ต้น แล้วก็แปลกกว่าพระเอกโรแมนซ์คนอื่นตรงที่ไม่วิ่งหนีความรัก เขาถวิลหามันด้วยซ้ำ เพราะพี่น้องทุกคนก็ล้วนเจอคนที่ใช่กันหมดแล้ว ทำให้ทักเกอร์ตั้งคำถามตัวเองว่า เขามีอะไรผิดปกติไปรึเปล่าจึงไม่เจอใครสักที จนกระทั่งได้เจอกับซาแมนธา

เราเข้าใจแรงดึงดูดของคนทั้งคู่นะคะ แต่การที่นางเอกปิดใจและปฏิเสธตัวเอง (ซึ่งเราก็เข้าใจแหละว่าทำไมถึงจึงทำแบบนั้น) ทำให้เราเบื่อหน่ายไปไม่น้อย พระเอกออกจะไนซ์และเก่งขนาดนี้ยังไม่รู้อีกเหรอว่าได้ของดีมาในมือ

ในขณะที่น้องชายฝาแฝดของทักเกอร์เชี่ยวชาญเรื่องการรักษาสัตว์เล็ก (อยู่ในเรื่อง My Sunshine) ทักเกอร์มุ่งเน้นไปที่สัตว์ในฟาร์ม ทำให้เรื่องนี้เราได้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์จำพวกนี้เยอะเลยค่ะ เราคิดว่าคนแต่งทำได้ดีในการถ่ายทอดข้อมูลให้น่าสนใจ และเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง

อย่างไรก็ตามเล่มนี้ยังคาดซึ้งแฟ็คเตอร์ที่เรามองหาในงานเขียนของแคทเธอรีน แอนเดอร์สัน คืออ่านไปได้เรื่อย ๆ แต่ไม่มีจุดที่ทำให้เราบ่อน้ำตาแตกได้

คะแนนที่ 60

Morning Light ของแคทเธอรีน แอนเดอร์สัน

เรื่องนี้เป็นเล่มที่แปดในชุด Kendrick/Coulter/Harrigan ซึ่งเป็นชื่อตระกูลสามตระกูลที่เกี่ยวพันกันผ่านการแต่งงานของตัวละครใน เรื่อง (เคนดริทแต่งงานกับคูลเตอร์ และคูลเตอร์ก็มาแต่งงานกับแฮร์ริแกน) โดยเล่มนี้มาถึงส่วนที่เป็นคาแร็คเตอร์ในตระกูลแฮร์ริแกนแล้วค่ะ

ลอนี แม็คยวนมีพลังพิเศษ เธอสามารถมองเห็นเหตุการณ์ในอนาคตได้ แต่นี่ก็เป็นเสมือนคำสาปที่ติดตามตัวเธอมาตลอด จนทำให้หญิงสาวต้องย้ายออกจากบ้านมายังที่ห่างไกล ที่ที่ไม่มีใครรู้ว่า เธอคือใคร แต่แล้วภาพนิมิตรที่เห็นมองเห็นขณะแตะตัวคลินท์ แฮร์ริแกนอย่างบังเอิญในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็ทำให้เธอไม่อาจอยู่เฉยได้ เพราะภาพเด็กชายที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ลอนีรู้จากนิมิตรว่า เด็กคนนั้นคือลูกชายของคลินท์ และตอนนี้กำลังติดอยู่ในป่าลึก กับสุนัขอีกหนึ่งตัว

แต่คลินท์ไม่มีลูก เขาเป็นโสด และคิดว่าลอนีสติไม่สมประกอบ จนกระทั่งเขาเห็นข่าวในโทรทัศน์ เหตุการณ์ที่ครอบครัวของวุฒิสมาชิกออกไปล่องแก่งแล้วประสบอุบัติเหตุ ภรรยาของวุฒิสภาพเป็นหญิงสาวจากอดีตของคลินท์ และอายุของลูกชายของทั้งคู่ก็อาจจะเป็นลูกของคลินท์ได้ นั่นมากพอที่จะทำให้คลินท์ตามหาลอนี และขอให้เธอช่วยเหลือ

ทั้งคู่ออกเดินทางไปในป่าลึก ติดตามเบาะแสตามภาพนิมิตรของลอนี หลังจากที่รู้ว่า ทีมกู้ภัยมองหาผิดที่ (และทั้งคู่ไม่รู้ว่าจะบอกพวกนั้นยังไงว่า หาผิดทาง เพราะไม่มีใครเชื่อเรื่องภาพนิมิตร)

เล่มนี้เป็นเรื่องราวของการค้นหาเด็กหายในป่า ในขณะที่ความสัมพันธ์ของตัวเองก็พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเราคงต้องบอกว่า เป็นเรื่องที่เราผิดหวังมาก เพราะ