หลังจากดองค้างมาหลายปี ในที่สุดแม็กซ์ก็เริ่มต้นอ่านหนังสือชุดบอสคาสเซิลเล่มแรก (แต่เป็นเล่มที่แปดในชุด) อย่างเรื่อง Wicked Lord at the Wedding ไปแล้ว ซึ่งผลของการอ่านเล่มนั้น ทำให้แม็กซ์รู้สึกสนใจในงานเขียนของจิลเลี่ยน ฮันเตอร์ขึ้นมาอย่างมาก และเป็นที่มาให้เราหยิบเอาหนังสือเล่มก่อนหน้าในชุดนี้มาอ่านติดต่อกันหลายเล่ม แม้จะไม่ได้เป็นการย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่เล่มแรกในชุดก็ตามค่ะ
หนังสือชุดบอสคาสเซิล เป็นเรื่องราวที่เริ่มต้นด้วยหกเล่มแรก เล่าเรื่องของพี่น้องในตระกูลนี้ ซึ่งประกอบด้วยลูกชายสี่คน และลูกสาวสองคน แต่ละคนแม้จะมีวิถีทางชีวิตเป็นของตัวเอง แต่ก็เต็มไปด้วยความรักในหมู่พี่น้อง หนังสือชุดนี้ไม่ถึงขนาดเป็นแนวเรื่องอย่างชุดมัลโลเรน ของโจ เบฟเวอรี่ ที่พี่ชายคนโตคอนโทรลชีวิตของน้อง ๆ ด้วยความห่วงใยนะคะ แต่ก็มีความผูกพันปรากฎในเรื่องพอสมควร เพียงแต่ไม่ใช่ประเด็นใหญ่
ซึ่งหนังสือหกเล่มนี้ประสบความสำเร็จมากในระดับนึง ทำให้คนแต่งตัดสินใจ (หรือสนพ.สั่งก็ไม่แน่ใจค่ะ) เขียนเพิ่มเรื่องของคนในตระกูลนี้ ไม่ใช่ว่า มีพี่น้องโผล่มาเพิ่มหรอกนะคะ แต่เสริมแต่งญาติห่าง ๆ ที่เป็นคนในตระกูลนี้เข้าไปอีก เป็นเรื่องราวของสี่พี่น้องผู้ชายตระกูลบอสคาสเซิลเช่นกัน ที่แยกสายตระกูลออกมา
แม็กซ์ไม่ได้อ่านเรียงตามลำดับที่ออกนะคะ แต่ตัดสินใจหยิบเอาเล่ม 5 - 7 มาอ่าน (ซึ่งเราอ่านเล่มแปดไปแล้ว)
The Sinful Nights of a Nobleman ของจิลเลี่ยน ฮันเตอร์
หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่ห้าในชุดบอสคาสเซิล ซึ่งจากประสบการณ์ที่อ่าน คิดว่าไม่จำเป็นต้องอ่านเรียงตามลำดับในชุดนะคะ เพียงแต่อาจจะโดนสปอยล์เรื่องราวในเล่มก่อนหน้าเล็กน้อยเท่านั้นเอง
แม็กซ์เลือกที่จะหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านก่อนเล่มอื่นในชุดนี้ (หลังจากติดใจจากการอ่านเรื่อง Wicked Lord at the Wedding) เพราะดูพล็อตเรื่องแล้วถูกใจมากค่ะ เรื่องราวของพระเอกและนางเอกที่จำใจต้องแต่งงานกันเพราะถูกจับได้ว่า มีเรื่องเสื่อมเสียเกิดขึ้น อันมีต้นเหตุมาจากความเข้าใจผิด
ลอร์ดเดวอน บอสคาสเซิลเป็นเพลย์บอย นั่นคงเป็นคำอธิบายตัวตนของเขาได้ดีที่สุด ในฐานะลูกชายคนสุดท้องของตระกูลบอสคาสเซิลอันอื้อฉาว เดวอนเป็นหนึ่งในคนที่สร้างเรื่องอื้อฉาวเหล่านั้น ในงานเลี้ยงซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเสื่อมเสีย เพราะเป็นสถานที่นัดพบกันของเหล่าชู้รัก เดวอนก็ไปที่นั่นเพื่อนัดสาวคนนึง
ปัญหาก็คือ เมื่อเขาไปตามนัด หลังจากไ้ดรับจดหมายจากแม่ม่ายคนนั้น กลับพบกับหญิงอีกคนที่ไม่สมควรมาอยู่กับเขาตามลำพัง และแน่นอนว่า ทั้งคู่ถูกจับได้ และมันก็เป็นอื้อฉาวมากพอที่จะบีบบังคับให้เดวอน ผู้ชายที่ปฏิญาณตนว่าจะเป็นหนุ่มโสดตลอดไป ต้องประกาศข่าวแต่งงาน
กับโจเซลีน ลิดบูรี่ หญิงสาวที่เมื่อหลายปีก่อน เขาปล่อยให้รอเก้อในงานเลี้ยงที่พ่อของเธอจัดขึ้น
นั่นเพราะ พ่อของโจเซลีนคิดว่า เดวอนคงจะเป็นลูกเขยที่เหมาะสม เขาอาจเป็นบอสคาสเซิลที่อื้อฉาย แต่เขาก็ยังเป็นน้องชายของมาร์ควิสผู้ร่ำรวยและทรงอิทธิพล พ่อของเธอมองว่าเขาเหมาะสม ปัญหาก็คือ เดวอนลืมการเชื้อเชิญในคืนวันนั้น เขากำลังอยู่ในภาวะที่เที่ยวหัวหกก้นขวิด เขาเพิ่งสมัครเป็นทหาร และคิดว่าตัวเองคงไม่รอดจากสงคราม นั่นเป็นข้ออ้างให้เดวอนใช้ชีวิตสนุกสนานมากไปหน่อย
มันอาจเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ ในอดีตของเดวอน แต่มันเป็นเรื่องใหญ่ของโจเซลีน การไม่ปรากฎตัวของเดวอนเป็นเหตุผลที่ผู้เป็นบิดาใช้ในการหยามเหยียดความไม่มีค่าของเธอ ดังนั้นเมื่อมีชายคนนึงให้ความสนใจ โจเซลีนจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขา่ขอแต่งงาน และนั่นหมายถึงเธอตามเขาไปยังงานเลี้ยงของขึ้นชื่อเรื่องการลอบพบกันของคู่รัก
โจเซลีนก็ได้รับจดหมายลึกลับ ซึ่งอ้างว่ามาจากชายคนที่เธอคาดหวัง เพียงเพื่อจะพบกับเดวอน และมันทำให้ทั้งคู่ต้องแต่งงานกัน
พล็อตเรื่องเป็นแนวที่เราชอบค่ะ แต่สไตล์การเขียนเรื่องนี้ทำให้เรื่องดูไม่มีความน่าสนใจเลย ทั้งตัวละครดูแบนราบไม่มีมิติ เราไม่รู้สึกอะไรไปกับทั้งเดวอนและโจเซลีน เรามองไม่เห็นเสน่ห์ของเดวอนที่หลายคนในเรื่องกล่าวถึง เราคิดว่าโจเซลีนราบเรียบเหมือนกระดาษบาง ๆ โดยรวมมันเป็นเรื่องที่อ่านไปเพื่อให้จบ ถือเป็นความผิดหวังอย่างมากของเราเลยล่ะค่ะ
คะแนนที่ 57
The Devilish Pleasures of a Duke ของจิลเลี่ยน ฮันเตอร์
หนังสือเล่มที่หกในชุดบอสคาสเซิล เล่าเรื่องของเอ็มม่า สมาชิกคนเดียวในตระกูลบอสคาสเซิลสาขาลอนดอนที่ยังเป็นโสด
เราไม่ได้อ่านหนังสือเรื่องนี้เรียงกันมานะคะ ดังนั้นเราจึงไม่ได้รู้จักเอ็มม่ามาเป็นอย่างดี ในเรื่อง The Sinful Nights of a Nobleman ก็ไม่ได้กล่าวถึงเธอมากนัก แต่จากที่จับใจความได้ เอ็มม่าเป็นคนในตระกูลบอสคาสเซิลคนเดียวที่ควบคุมด้านมืดของตัวเองไว้ได้ เธอจะเป็นเหตุผลในยามที่ทุกคนก่อเรื่อง เป็นคนที่เข้าไปจัดการชีึวิตของพี่น้องทุกคน และนั่นทำให้เธอเหมาะสมกับอาชีพที่กำลังทำอยู่
เอ็มม่าเป็นเจ้าของโรงเรียนอบรมกุลสตรี แต่ในงานแต่งงานของอดีตนักเรียนของเธอ เอ็มม่าก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องอื้อฉาว เมื่อชายคนที่กำลังดูใจอยู่กับเธอลวนลามสาวใช้ในบ้าน และเมื่อเอ็มม่าเข้าไปขัดขวาง เขาก็พยายามทำเช่นนั้นกับเธอบ้าง และนั่นเ็ป็นเหตุให้เอเดียน รักซ์เลย์เข้าไปขัดขวาง และถูกทำร้ายจนหมดสติ
นั่นเป็นเหตุผลทำให้เขาต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงเรียนของเอ็มม่า (ซึ่งเป็นบ้านของพี่ชายของเธอด้วย) และเป็นจุดเริ่มต้นให้เอเดียนเข้ามาในชีวิตของเธอ
เอเดียนซึ่งเป็นถึงทายาทของดยุค หากแต่ใช้ชีวิตเยี่ยงทหารรับจ้าง อันเนื่องมาจากความเข้าใจผิดของบิดาที่คิดว่าเขาเป็นลูกชายชู้ เอเดียนไม่ได้เติบโตมาอย่างดยุค เขาต่อสู้ให้กับคนที่จ่ายให้มากกว่า เหตุผลเดียวที่เขายอมกลับมาอังกฤษก็เพราะพ่อของเขาซึ่งรู้ความจริง ลงทุนเรียกตัวเขากลับ การได้พบกับเอ็มม่าทำให้เขาต้องกลับไปทบทวนการใช้ชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมด เพราะเขารู้ดีว่า การที่จะคู่ควรกับเธอ เขาต้องกลายเป็นดยุค
บอกตามตรงว่า เราไม่ได้คาดหวังกับเล่มนี้เลยนะคะ หลังจากที่ผิดหวังมาก ๆ กับการอ่านเรื่อง The Sinful Nights of a Nobleman แถมตัวละครในเล่มนี้ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรจากเล่มนั้นด้วย เราเลยไม่มีความคาดหวังมากนัก ซึ่งนั่นอาจจะกลายเป็นข้อดีค่ะ และช่วยอธิบายว่าทำไมเราถึงได้ชอบเล่มนี้มากกว่าเล่มอื่น ๆ
เราชอบการจีบกันระหว่างเอ็มม่าและเอเดียน มันน่ารักมาก ๆ ซึ่งเตือนให้เรานึกถึงงานเขียนของจูเลีย ควินน์อยู่พอสมควร หนังสือโรแมนซ์ที่ไม่มีอะไรในพล็อตมากมาย นอกจากเรื่องราวของตัวพระนาง ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากพอจะทำให้เรื่องน่าสนใจอยู่ได้
นอกจากนี้ฉากที่บรรดาพี่น้องของเอ็มม่าพากันออกโรงมาขัดคอความรักระหว่างเธอและเอเดียนก็เป็นฉากที่สนุกดีค่ะ เราคิดว่า ถ้าเราอ่านเรื่องในชุดนี้ตั้งแต่เล่มแรกไล่มา เราอาจจะชอบฉากนี้มากกว่านี้ แต่ถึงขนาดว่า แม็กซ์ไม่ค่อยผูกพันกับตัวละครในชุดนี้มากนัก เรายังเห็นความน่ารักของพี่น้องของเธอเลยค่ะ
สนุกกว่าที่คิดค่ะ คะแนนที่ 67
Wicked As Sin ของจิลเลียน ฮันเตอร์
หนังสือเล่มที่เจ็ดในชุดบอสคาสเซิล และเป็นเล่มแรกที่ไม่ใช่เรื่องราวของพี่น้องในชุดดั้งเดิมแห่งตระกูลนี้นะคะ เป็นเรื่องราวของกาเบรียล บอสคาสเซิล ญาติห่าง ๆ ที่ใช้นามสกุลเดียวกัน เล่มนี้ยังถือเป็นเล่มแรกในเรื่องราวของพี่น้องผู้ชายสี่คนของกาเบรียลที่เมื่อบิดาของพวกเขาเสียชีวิต ทั้งสี่ก็แยกย้ายกระจัดกระจายกันไปคนละทิศทาง
กาเบรียลเป็นตัวละครที่มีบทบาทในเล่มก่อนหน้าในชุดอยู่พอสมควรค่ะ แม็กซ์เข้าใจว่าเขาคงจะมีบทก่อนหน้าเรื่อง The Sinful Nights of a Nobleman แล้วล่ะ แต่เนื่องจากเราอ่านย้อนไปถึงแค่เล่มนั้น นั่นจึงเป็นไกลสุดที่เรารู้ ในเล่มที่เขาออกมามีบท แม็กซ์บอกเลยนะคะว่า จิลเลี่ยนเขียนให้เขามีความน่าสนใจ และทำให้คนอ่านอยากอ่านเรื่องของเขามาก ๆ ดังนั้นเราจึงไม่ีอยากบอกเลยค่ะว่า เล่มนี้ทำให้เราผิดหวังสุด ๆ
เหตุผลสำคัญเพราะเราไม่รู้สึกถึงความน่าสนใจของเขาในหนังสือเล่มที่เขาเป็นตัวเอกเองเลย มันแบนราบจนน่าเบื่อ ไม่มีความน่าสนใจ นางเอกของเขาเป็นผู้หญิงที่ไม่ใช่คนที่เราคิดว่าคู่ควรกับเขาเลย (อย่างน้อยก็ก่อนที่เราจะอ่านเล่มนี้ เพราะในเล่มนี้กาเบรียลเองก็น่าเบื่อมากพอกัน)
กาเบรียลซึ่งชนะพนันได้บ้านหลังนึงในชนบทได้เดินทางไปเพื่อสำรวจทรัพย์สินชิ้นใหม่ของเขา ซึ่งอยู่ในแถบุชุมชนที่เขาเคยพักอาศัยสมัยยังเด็ก (เมื่อเจ็ดปีก่อน) และนั่นทำให้เขาพบกับผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาไม่เคยลืมเลือน ตอนนี้อเลเธียเป็นผู้ดูแลบ้านให้กับพี่ชาย คนภายนอกคิดว่า เธอกำลังไว้ทุกข์ให้กับคู่หมั้นผู้ที่เสียชีวิตในการรบที่วอเตอร์ลู หากแต่ความจริงแล้ว อเลเธียพอใจกับชีวิตเรียบง่ายเช่นนี้ เพราะหลังจากประสบการณ์อันเลวร้ายกับคู่หมั้นผู้ชั่วช้า อเลเธียก็ไม่คิดที่จะแต่งงานอีกแล้ว ดังนั้นเธอจึงใช้ความเข้าใจผิดของทุกคน ที่คิดว่า เธอรักคู่หมั้นคนนี้มากจนไม่อาจมองชายอื่นได้อีกเป็นข้ออ้างที่จะไม่แต่งงาน
แต่การได้เจอกับกาเบรียลอีกครั้ง
เธอคือ เลดี้อเลเธีย หญิงสาวผู้ซึ่งพักในบ้านที่ติดกับบ้านใหม่ของกาเบรียล เด็กผู้หญิงคนที่กาเบรียลยังจำได้แม่นที่ยอมเลอะ และเดินลงมาเยี่ยมเขา ในยามที่เขาโดนพ่อเลี้ยงลงโทษให้อับอาย นั่นเป็นสิ่งที่ตราตรึงในความทรงจำของเขาเสมอ
การได้มาพบกันอีกครั้งทำให้กาเบรียลต้องทบทวนสถานภาพความเป็นโสดของตัวเอง เขาเริ่มตามจีบอเลเธียอย่างจริงจัง แต่กระนั้นในใจเขาก็ยังไม่มั่นใจ ด้วยคิดว่า เธอยังคงรักมั่นในคู่หมั้นผู้ตายไป
หนังสือเรื่องนี้นอกจากจะมีข้อเสียที่ไม่น่าสนใจแล้ว ก็ยังมีคาแร็คเตอร์ที่ไม่น่ารักอีกต่างหาก แม็กซ์รู้สึกไม่ชอบอเลเธีย เข้าใจนะคะที่เธอหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต แม็กซ์เข้าใจว่า คุณคงไม่มีวันลืมเลือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มันก็น่ารำคาญน่ะค่ะ ที่สำคัญบุคลิคของอเลเธียน่าเบื่อหน่ายมาก
กระทั่งกาเบรียลเองก็หมดสิ้นเสน่ห์ที่เขาเคยมีในเล่มก่อนหน้า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแม็กซ์ตั้งคำถามกับการที่เขามาหลงเสน่ห์ผู้หญิงที่ไม่น่าสนใจเอาเลยอย่างอเลเธียรึเปล่านะคะ แต่การจับคู่กันของทั้งสองคนทำลายหนังสือเล่มนี้
ตอนกลางถึงท้ายเรื่องคนแต่งพยายามยกประเด็นความรักเราแต่เก่าก่อนของทั้งคู่ขึ้นมา ซึ่งยิ่งทำให้เราตั้งข้อสงสัยในหนังสือเล่มนี้มากขึ้นไปอีก เพราะมันไม่มีอะไรบ่งบอกถึงความผูกพันที่มี หรือถ้ามีก็ยิ่งแย่ไปใหญ่เลย เพราะตอนต้นเรื่อง เขียนราวกับว่า กาเบรียลกลับมายังบ้านเกิด เพียงเพราะเขาชนะพนันได้บ้านมา ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะคิดถึงอเลเธีย (ทั้งที่ก็รู้อยู่ว่า เธออาศัยอยู่ในแถบนั้น) มันต้องกลางเรื่องนั้นแล้วล่ะ ถึงค่อยทำเป็นว่า แอบรักอเลเธียมานาน แต่ไม่กล้าเผยความในใจเพราะเธอมีคู่หมั้น มันทำให้พล็อตไม่ต่อเนื่องกันน่ะค่ะ ถ้าจะใช้พล็อตนี้ก็น่าจะเขียนบอกใบ้มาตั้งแต่ต้นค่ะ
คะแนนที่ 43