Midnight Pleasures with a Scoundrel // Lorraine Heath
posted on 12 Dec 2009 19:35 by maxtreme in C-Club, Historicalหลายคนสงสัยนะคะว่า แม็กซ์พูดหลายครั้งช่วงนี้อ่านหนังสือสนุกมาก ๆ หลายเล่ม แต่ทำไมรีวิวที่ออกมาส่วนใหญ่ถึงไม่ได้คะแนนสูงเลยล่ะ
นั่นก็เพราะว่าแม็กซ์ยังไม่ได้เขียนถึงหนังสือพวกนั้นน่ะสิ รีวิวของวันนี้ก็ยังไม่ใช่เรื่องเหล่านั้นอยู่ดีค่ะ ที่เป็นอย่างนี้ไม่ใช่เพราะเล่นตัวอะไรนะคะ แต่ติดปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย เอาไว้เคลียร์เสร็จแล้วจะเขียนให้อ่านกันนะคะ (แต่บอกว่าได้ว่าชอบมาก ๆ)
หนังสือเล่มนี้แม็กซ์หยิบขึ้นมาอ่านตอนเที่ยงคืนเมื่อวานพอดิบพอดีค่ะ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งก็อ่านจบ ซึ่งถือว่าเร็วพอสมควร แต่ก็ไม่ใช่ว่า มันสนุกมาก หรือเลวร้ายมากจนต้องรีบอ่านขนาดนั้นหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะช่วงต้น ๆ ของเรื่องไม่ค่อยน่าสนใจ ทำให้เราอ่านผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ช่วงครึ่งหลังน่าติดตามชนิดว่า วางไม่ลง เลยทำให้อ่านเร็ว
ที่สำคัญหนังสือเรื่องนี้มีสปอยล์ใหญ่โตและชัดเจนมาก สปอยล์ที่ไม่ใช่การบอกว่า พระเอกรักนางเอกม้ากมาก แล้วนางเอกตามตื้อพระเอกตลอดอะไรพวกนี้นะคะ แต่เป็นสปอยล์ที่มีผลต่อเรื่องอย่างมาก และสามารถเปลี่ยนความคิดของแม็กซ์จากที่รู้สึกว่า เขียนเรื่องได้ไม่น่าสนใจมากเป็น น่าสนใจสุด ๆ
Midnight Pleasures with a Scoundrel ของลอเรนน์ ฮีท
หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สี่ของชุด The Scoundrels of St.James เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนที่เคยเป็นเด็กข้างถนนและทำมาหากินด้วยความไม่สุจริต ก่อนที่จะฟันฝ่าความยากจน จนสามารถกลายมาเป็นบุคคลผู้ประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ แต่ไม่จำเป็นต้องอ่านเล่มก่อนหน้าในชุดหรอกค่ะ เพราะแม็กซ์เองยังไม่ได้อ่านเล่มหนึ่งถึงสามในชุดนี้เลย ก็อ่านเล่มนี้รู้เรื่องเป็นอย่างดี
เรื่องนี้เล่าเรื่องของเจมส์ เด็กหนุ่มที่ในวัยเพียงไม่ถึงสิบปี ผู้เป็นบิดาก็ถูกจับแขวนคอในข้อหาขโมย แล้วเขาก็เข้าไปอยู่ในแก๊งค์เดียวกับเพื่อน ๆ หลายปีผ่านไป เจมส์กลายเป็นนักสืบที่ทำงานให้กับสก๊อตแลนด์ ยาร์ด ทำหน้าที่แสวงหาความยุติธรรมที่พ่อของเขาเคยถูกปฏิเสธ
หนึ่งในคดีที่เขารับทำก็คือ การตามหาความจริงเกี่ยวกับเจตนาของมิสเอลีนอร์ วัตกินส์ที่มีต่อมาร์ควิสแห่งร็อคเบอรี่ เนื่องจากมาร์ควิสผู้สูงศักดิ์แจ้งความร้องเรียนต่อสก๊อตแลนด ยาร์ดว่า เธอติดตามเขาไปทุกที่ และมีประสงค์ที่จะเอาชีวิตเขา
แต่เอลินอร์เป็นเพียงสาวบ้านนอกผู้ที่เพิ่งเดินทางเข้ากรุง เธอร่างเล็กบอบบาง มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยว่า เธอจะสามารถทำอะไรมาร์ควิสผู้ทรงอำนาจได้
แต่เอลินอร์เดินทางมาลอนดอนเพื่อแก้แค้น ให้กับพี่สาวผู้จากไปของเธอ อลิสาเบ็ธเดินทางมาลอนดอนพร้อมความฝันในดวงตา ทุกอย่างถูกทำลายลงโดยการกระทำของร็อคเบอรี่ และหนทางเดียวที่เธอรู้ว่าจะเป็นการชดใช้อย่างสมน้ำสมเนื้อก็คือความตายของเขา และเจมส์ ชายที่เธอเพิ่งพบก็คือ เครื่องมือในแผนการของเธอ
เจมส์แฝงกายเข้าไปตีสนิทกับเอลินอร์เพื่อหลอกติดตามเธอทุกฝีก้าว เพื่อค้นหาเจตนาที่แท้จริงของเธอ โดยไม่คาดคิดว่า ตัวเองจะตกหลุมรักเป็นครั้งแรก หัวใจที่เขาเคยคิดว่าไม่มีความรู้สึก ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา โดยหญิงสาวที่เขาแน่ใจว่า ไม่มีวันทำเรื่องร้ายแรงอะไรได้
เจมส์คิดถูก และผิดในเวลาเดียวกัน
และนี่คือจุดเปลี่ยนของเรื่องที่ทำให้เราอ่านหนังสือเล่มนี้จบภายในเวลาชั่วโมงครึ่ง
ครึ่งเรื่องแรกค่อนข้างน่าเบื่อค่ะ แม็กซ์ไม่รู้สึกว่าเรื่องราวมีอะไรน่าสนใจ ก็แค่ก็จีบกันระหว่างเจมส์ และเอลินอร์ เราไม่เห็นว่า เอลินอร์ทำอะไรเพื่อการแก้แค้น ซึ่งดูเหมือนจะสุมอยู่ในใจของเธอเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อมาถึงครึ่งหลังของเรื่อง แม็กซ์ก็รู้ตัวว่าโดนคนแต่งเล่นกลหลอกซะเรามึนไปเลย
หลังจากที่คนแต่งเฉลยปริศนาในเรารู้แล้ว ข้อสงสัยและความน่าเบื่อที่เราเคยรู้สึกจึงกระจ่าง และทำให้เราเข้าใจว่าทำไมคนแต่งถึงได้วางพล็อตเช่นนี้ แถมในส่วนหลังของเรื่องก็เป็นส่วนที่ซึ้งมาก ๆ เพราะเจมส์ต้องเผชิญหน้ากับความเชื่อของตัวเอง หญิงที่เขารัก หรือความยุติธรรมที่เขามีหน้าที่ต้องปกป้อง
ความเป็นเพื่อนกันของกลุ่มเด็กที่เติบโตมาพร้อมกับเจมส์ทำให้เรื่องน่าอ่านเพิ่มขึ้น เพราะมันชี้ให้เห็นความผูกพันต่างสายเลือดของคนที่มีชะตากรรมร่วมกัน การที่คนเหล่านั้นซึ่งบัดนี้ประสบความสำเร็จในทางที่พวกเขาเลือก ล้วนยื่นมือมาช่วยเจมส์ในยามที่เขาต้องการ ทำเอาแม็กซ์ซึ้งไปเลยค่ะ
ในขณะเดียวกันสายใยความเป็นพี่น้องระหว่างเอลินอร์และอลิสาเบ็ธก็ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมเอลินอร์ถึงตัดสินใจทำในสิ่งที่เธอกระทำ ในสถานการณ์เดียวกัน แม็กซ์ก็คงจะทำเหมือนกัน และนั่นทำให้เราชื่นชอบมาก ๆ (สปอยล์) เพราะไม่ใช่ทุกครั้งหรอกนะคะ ที่นางเอกจะต้องออกอาการเป็นคนดี แล้วให้อภัยคนร้าย โดยเฉพาะคนร้ายทำกับอลิสาเบ็ธอย่างเจ็บปวดอย่างนั้น
อย่างไรก็ตามในแง่ของความลึกทางอารมณ์ เรื่องนี้ยังไปไม่ถึงในระดับที่ลอเรนน์เคยเขียนได้มาก่อน (แนะนำเรื่อง Never Marry a Cowboy) ซึ่งนั่นไม่ใช่ความเลวร้ายอะไร (เมื่อคิดว่าในอดีตลอเรนน์เป็นหนึ่งในนักเขียนที่ะรียกน้ำตาจากแม็กซ์ได้มากที่สุดคนนึง) แต่เราก็อดที่จะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้น่ะค่ะ
คะแนนที่ 63
