UrbanFantasy

Fury's Kiss // Karen Chance

posted on 16 Oct 2012 14:01 by maxtreme in B-Club, UrbanFantasy directory Fiction

เราไม่ใช่แฟนหนังสือแนว Urban Fantasy ค่ะ เหตุผลหลักที่เราไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องแนวนี้ก็คือ ประเด็นรักสามเส้า (และนี่ก็คือเหตุผลหลักเช่นกันที่เราไม่ค่อยอยากอ่านเรื่องแนว YA)  ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้กับหนังสือแนวนี้ อีกเหตุผลนึงที่เราไม่ค่อยชอบเรื่องแนว UF ก็เพราะเรื่องมักจะถูกเล่าผ่านมุมมองของนางเอกเป็นหลัก ซึ่งตามที่เราอ่านมา มีอยู่สองประเภทใหญ่ ๆ คือ พวกที่เก่งเกิน เรียกว่ายิ่งใหญ่ที่สุด มีพลังมากที่สุด สมบูรณ์แบบมากที่สุด กับอีกพวกนึงก็คือ คนแต่งบรรยายว่าเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เอาเข้าใจก็ง่อยมาก 

ไม่ได้หมายความว่า หนังสือแนว UF เป็นแบบนี้ทั้งหมดนะคะ มีหลายชุดค่ะที่เขียนได้ดี (ที่เรานึกออกก่อนเลยก็คือชุดเคท เดเนียลส์ของไอโอนา แอนดรูวส์) 

เราอ่านงานเขียนของคาเรน แชนซ์ซึ่งโด่งดังกับชุดคาสซานดรา พาลเมอร์ไปสามเล่มค่ะ แต่ไม่ถูกใจ (ด้วยเหตุผลทั้งสองอย่างที่พูดไปแล้ว) แต่ไม่รู้อะไรดลใจนะคะ ทำให้เราตัดสินใจหยิบหนังสืออีกชุดนึงของเธอขึ้นมาอ่าน และทั้งที่เรื่องทั้งสองชุดนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในโลกเดียวกัน ตัวละครก็ใช้ร่วมกัน เรากลับพบว่าเราชอบหนังสือชุดนี้มากกว่าชุดแคสซี พาลเมอร์เยอะมาก 

เยอะมาก ๆ ค่ะ 

 

 

 Fury's Kiss ของคาเรน แชนซ์

เรื่องนี้เป็นเล่มที่สามในชุด Midnight's Daughter ที่เล่าเรื่องราวของดอริน่า บาสารับ ซึ่งลูกครึ่งแวมไพร์ กับมนุษย์ หรือที่เรียกกันว่า Dhampir แต่หนังสือชุดนี้ก็ยังมีความเกี่ยวข้องกับหนังสืออีกชุดนึงของนักเขียนคนเดียวกัน นั่นก็คือชุดแคสซี่ พาลเมอร์ โดยดอรี่เป็นลูกสาวของคนที่คาดว่าจะเป็นพระเอกในชุดแคสซี่ (ที่ต้องใช้คำว่าคาด เพราะมันไม่มีความแน่นอนในหนังสือแนว UF หรอกค่ะ)

เราเลิกอ่านหนังสือชุดแคสซี พาลเมอร์ไปตั้งแต่เล่มสาม แต่เราไม่มีปัญหาในการเรื่องนี้นะคะ แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเล่มนี้จะโยงใยเกี่ยวข้องกับหนังสือในชุดแคสซีก็ตาม กระนั้นเราคิดว่า น่าจะเป็นการดีกว่าถ้าอ่านเรื่องในชุดนี้เล่มหนึ่งกะสองมาก่อนที่จะเริ่มต้นที่เล่มนี้ อย่างน้อยก็จะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดอรี และหลุยส์ ซีซาร์ได้ดียิ่งขึ้น

ในภารกิจที่ดอรีได้รับมอบหมายจากสภาแวมไพร์ในการตามหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังขบวนการค้าของเถื่อน (ที่ลักลอบเข้ามาโลกมนุษย์จากโลกแห่งภูติ) ลอว์เรนซ์คู่หูของเธอ (เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง เพราะทั้งคู่เพิ่งทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรก) รวมทั้งแวมไพร์ที่ร่วมทีมออกตามล่าอีกสิบคนตายเรียบ เหลือเพียงดอรีคนเดียวที่รอดชีวิต และเธอก็ไม่อาจจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันนั้นได้เลย

แต่สภาแวมไพร์ (หรือจะพูดให้ถูกหัวหน้าสปายแห่งสภาแวมไพร์) จำเป็นจะต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะตอนนี้ได้มีการประกาศสงครามเกิดขึ้น และแวมไพร์ได้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับอะไรก็ตามที่สามารถเอาชีวิตแวมไพร์ระดับซีเนียร์มาสเตอร์จำนวนสิบเอ็ดคนได้ในคืนเดียวเป็นสิ่งที่สำคัญมาก 

ข้อมูลนั้นซ่อนอยู่ในหัวของดอรี ซึ่งมีเพียงเมียร์ซี บิดาของเธอซึ่งเป็นแวมไพร์ที่มีความสามารถทางจิตจะสามารถเจาะเข้าไปได้ 

เรื่องนี้พล็อตสั้น ๆ ง่าย ๆ แต่มีอะไรหลายอย่างซ่อนอยู่ที่ทำให้คนอ่านแปลกใจได้เลยค่ะ โดยเฉพาะคนร้าย เรายอมรับว่า คิดไม่ถึงเลยนะคะ (ดังนั้นยกให้เป็นความดีของคนแต่ง)  อย่างไรก็ตามเนื่องจากเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของโลกใหญ่ที่เขียนไว้ในชุดแคสซี พาลเมอร์ ทำให้ตอนที่อ่านมีความรู้สึกว่า มีอะไรหลายอย่างที่ไม่กระจ่างนัก แต่กระนั้นข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของดอรีโดยตรง (เช่นสงครามเกิดขึ้นได้ยังไง แล้วอะไรทำให้สมาชิกสภาแวมไพร์ตายไปตั้งหกคน) สิ่งเหล่านี้แม้จะขาดหายไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้การอ่านติดขัด หรือเกิดปัญหา

ถ้าเราจะเปรียบเทียบ เรื่องนี้ก็เหมือนกับการเล่าเรื่องทหารชั้นผู้น้อยในสงครามโลก ไม่ได้บอกว่า ดอรีไม่มีความสำคัญ แต่เรื่องราวในเล่มนี้เป็นเพียงภาพเล็ก ๆ ในชุดของแคสซี แต่นั่นก็คือข้อดีของเรื่องชุดนี้ค่ะ 

เราชอบที่ไม่ซับซ้อนเกินเหตุ ไม่ได้ขยายใหญ่ให้นางเอกกลายเป็นผู้กู้โลก หรือเก่งกาจสุดในโลกใบนี้ ดอรีก็คือ dhampir ลูกครึ่งแวมไพร์กับมนุษย์ ไม่ได้รับการยอมรับจากแวมไพร์ และบ้าคลั่งเกินกว่าที่จะใช้ชีวิตแบบมนุษย์ปกติ ดอรีอยู่ตรงกลางระหว่างสองโลก แต่ในเล่มนี้เธอกำลังจะค้นพบความจริงเกี่ยวกับตัวเองที่ไม่เคยคาดคิดเอาไว้เลย

เล่มนี้เหมือนรีเซ็ทหนังสือสองเล่มแรกนะคะ โดยเฉพาะในส่วนของตัวตนของดอรี ไม่ได้ทำลายเรื่องราวที่ปูพื้นมาในสองเล่มแรก แต่ทำให้คนอ่าน (รวมทั้งดอรี) ได้เห็นเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพเต็ม เพราะ (สปอยล์) ดอรีไม่ได้บ้าคลั่งฆ่าคนเมื่อเธอควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างที่บรรยายไว้ในสองเล่มแรก ตัวตนของเธอถูกแยกออกจากกัน เพราะเมียร์ซีต้องการให้ลูกสาวของเขามีชีวิตรอดเติบโตขึ้นมาได้ เพื่อไม่ให้ด้านแวมไพร์ และมนุษย์ของเธอฆ่ากันเอง ในเล่มนี้ดอรีได้เจอกับดอรินา (ตัวตนที่เป็นแวมไพร์ของเธอ) ในที่สุด 

เราชอบความลับที่เปิดเผยขึ้นในเรื่องนี้นะคะ แต่ที่ชอบมากกว่า และถือเป็นส่วนที่ดีที่สุดของเราก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างดอรีและหลุยส์ ซีซาร์

คาแร็คเตอร์ของหลุยส์ ซีซาร์ถูกเปิดตัวครั้งแรกในหนังสือชุดแคสซี พาลเมอร์ แต่เขามีบทบาทสำคัญไม่น้อยในเรื่องราวของดอรี ในตอนจบของ Death's Mistress ดอรีใจอ่อนเริ่มต้นความสัมพันธ์ (ห่าง ๆ) กับเขา  และในเล่มนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอ และเขาก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นไปอีก แม้ดอรีจะบอกตัวเองเกือบตลอดเวลาถึงความไม่เหม