rwa

RWA 2011 (3)

posted on 13 Jul 2011 14:15 by maxtreme in AllAboutMax

มาถึงบลอกสุดท้ายแล้วค่ะ เป็นการเขียนที่มาราธอนมาก ส่วนหนึ่งเพราะเราค่อนข้างเหนื่อยกับการเดินทางทริปนี้นานกว่าปกติค่ะ (ทำให้รู้สึกตัวเลยว่า แก่แล้ว) 

วันที่ 1 กรกฎาคม 2011

วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายอย่างเป็นทางการของงานแล้วค่ะ และถือว่าเป็นวันที่เหนื่อย และหนักที่สุดสำหรับเราแล้ว โดยต้องตื่นเช้ากว่าปกติ เพราะวันนี้มีงานแจกลายเซ็นต์สามช่วง ของทั้งหมดเจ็ดสำนักพิมพ์ โดยเริ่มตั้งแต่ตอนเก้าโมงเช้า และนั่นหมายความว่า จะต้องไปเข้าแถวตั้งแต่ประมาณเจ็ดโมงกว่า

และการอยู่ในคิวลำดับต้น ๆ ถือว่า จำเป็นมากด้วยค่ะ เพราะเป้าหมายของเราในวันนี้ก็คือ สำนักพิมพ์เบิร์คเลย์ ซึ่งมีวิธีการจัดการไม่เหมือนใคร นั่นคือ สำนักพิมพ์แห่งนี้จะนับจำนวนคนที่อนุญาตให้เข้าไปในห้องเอาไว้ จากนั้นก็ต้องยืนรอต่อคิวไปจนกว่า จะมีคนเดินออกมาจากห้อง ไม่ได้ปล่อยให้เข้าไปกี่คนก็ได้เหมือนของสำนักพิมพ์อื่น 

ข้อดีก็คือ ถ้าคุณเข้าไปได้เร็ว ก็กินรวบ หมายถึงมีปัญญากวาดอะไรเท่าไหรก็ได้มาเท่านั้น ถ้าเข้าช้า ก็ต้องรอต่อไปว่าจะมีอะไรเหลือไหม 

งานของสนพ.เบิร์คเลย์ชนกันอย่างจังกับสนพ.แรนด้อมเฮ้าท์ นั่นทำให้เราลังเลเล็กน้อย แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้นค่ะ นั่นเพราะนักเขียนที่เราชื่นชอบอยู่ที่สนพ.เบิร์คเลย์เยอะมาก และด้วยกฎกติกาที่ไม่เหมือนคนอื่น ทำให้เราคิดว่า ยังไงก็ต้องเลือกเบิร์คเลย์ก่อน

เมื่อประตูเปิดออก จุดหมายของแม็กซ์ชัดเจนค่ะ นั่นก็คือ นลินี ซิงห์ เราวิ่งตรงไปยังหลังห้องที่นลินี นั่งอยู่กับบรรณาธิการของเธอ และทำให้เรารู้ในที่สุดว่า Leis Pederson เป็นผู้หญิง เราเข้าใจไปเองเสียนานว่า เป็นผู้ชาย (โง่จัง) เราเป็นคนแรกที่ไปถึงโต๊ะของเธอ (เพราะวิ่งแบบไม่อายใคร) และได้หนังสือปกแข็งเล่มแรกของนลินี ซิงห์เรื่อง Kiss of Snow มาในครอบครอง ทั้งที่ยังไม่ได้อ่านสองเล่มก่อนหน้าในชุดเลยค่ะ แต่ก็ปลื้ม และดีใจมาก จากนั้นเราก็เริ่มออกลาดตระเวณไล่เก็บหนังสือของนักเขียนหลายต่อหลายคน บางเล่มที่เรามีแล้ว แต่อยากได้ลายเซ็นต์ของนักเขียนอย่าง Dangerous in Diamond ของแมดเดลีน ฮันเตอร์, Red Heat ของนีนา บรันท์ส ซึ่งเธอนั่งอยู่ข้าง ๆ เมลจีน บรู๊คที่คิวยาวเหยียด แม็กซ์หักห้ามใจให้เดินไปเก็บงานของนักเขียนคนอื่นที่เรายังไม่มีก่อนค่ะ ก็เลยได้เรื่อง Nightfall ของเอเลน คอนเนอร์ซึ่งเป็นนามปากการ่วมกันของแคร์รี ล็อฟตี และแอน อาร์เกียเร เราก็เลยได้เรื่อง Skin Drive ของเธอมาอีกเล่มนึง แล้วก็ยังได้เรื่อง Darkest At Dawn ของอลิซาเบ็ธ เจนนิงค์ ซึ่งเราทำเปิ่นมากเลยค่ะ ไปลืมกระเป๋าทิ้งไว้ที่โต๊ะของเธอ 

เดินไปเดินมา เห็นว่าคิวของเมลจีน บรู๊คค่อนข้างว่างแล้ว เราก็เลยเข้าไปต่อ เลยได้เรื่องสุดรัก สุดโปรดและชอบมาก ๆ อย่างเรื่อง The Iron Duke ที่มีลายเซ็นต์ของเธอมาในที่สุด แล้วยังไม่พอค่ะ เรายังพกเรื่อง Demon Blood จากเืมืองไทยไปให้เธอเซ็นต์ชื่ออีก (เราอาการหนักกับนักเขียนคนนี้มาก ๆ ค่ะ) 

แม็กซ์เสียสติอยู่ในห้องของเบิร์คเลย์อยู่นาน พอรู้ตัวเวลาก็ผ่านไปประมาณสามสิบนาทีแล้วค่ะ แต่เราก็ยังไม่กล้าออกจากห้อง เพราะถ้าออกแล้ว ต้องกลับมาเข้าคิวเพื่อรอเข้าห้องใหม่ เราเลยเดินสำรวจอีกรอบ เลยกลับไปเจอกับอลิซาเบ็ธ เจนนิงค์ที่เก็บกระเป๋าไว้ให้เรา เธอเลยเรียกให้เรากลับไปเอาคืนไปซะ (ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ) 

พอออกจากห้องของเบิร์คเลย์ และไปถึงห้องของแรนด้อมเฮ้าท์ ตลาดก็วายแล้วค่ะ นักเขียนไม่เหลือในห้องเลย หนังสือก็ไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่นักเขียนไม่กี่คนที่ยังพอเหลือหนังสืออยู่บ้าง แต่ว่าไปแล้วคนที่เหลืออยู่นี่ก็สุดยอดทั้งนั้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นซูซาน บร็อคแมนน์ หรือลารา เอเดียน แม็กซ์ก็เลยต่อคิวจนได้ลายเซ็นต์มาครบทั้งสองคน 

แม้จะหอบหนังสือมาเต็มกระเป๋าจากสนพ.เบิร์คเลย์แห่งเดียว ด้วยความงก เราก็ยังเสียดายหนังสือของสนพ.แรนด้อมเฮ้าท์อยู่ดีค่ะ ทำให้แม็กซ์ต้องปรับกลยุทธ์ในช่วงเที่ยงใหม่ เพราะช่วงเที่ยงนี่ถือว่าเป็นเวลาสำคัญเลยนะคะ เพราะสามสำนักพิมพ์จะจัดงานตรงกัน และเราต้องตีโจทย์ให้แตกว่า จะไปที่ไหนก่อนถึงจะเหมาะสมที่สุด

สำนักพิมพ์ทั้งสามที่จัดงานในเวลากันตอนเที่ยงก็คือ สนพ.เอ็นเอแอล, สนพ.พ็อคเก็ต, และสนพ.เคนซิงตัน ซึ่งถือเป็นน้องใหม่ที่มาแจกลายเซ็นต์เป็นครั้งแรกในงาน 

แม็กซ์เดินสำรวจอย่างสับสนค่ะ ไม่รู้ว่า จะเลือกที่ไหนดี ตอนแรกก็คือว่า น่าจะเป็นสนพ.พ็อคเก็ตแน่ ๆ เพราะว่า มีนักเขียนหลายคนที่เราอยากเจอ ไม่ว่าจะเป็นซินดี เจอราร์ด, แนนซี กิเดียน, หรือคาเรน ฮอร์คกินส์ แต่พอทางสนพ.เอ็นเอแอลเอารายชื่อนักเขียนมาติด แม็กซ์ก็เกิดอาการลังเลอย่างรุนแรง เพราะมีหนังสือของนักเขียนหลายคนที่เราอยากได้ บางเล่มก็เป็นเพราะชื่นชอบนักเขียน (คริสตินา ดอดจ์, โจ เบฟเวอลีย์) บางเล่มก็อยากทดลองอ่าน ทำให้เราเอากระเป๋าไปวางจองทั้งสองที่ซึ่งโชคดีว่า เพื่อนที่เรารู้จักเข้าแถวทั้งสองแถวอยู่ เขาก็เลยช่วยเฝ้าที่ไว้ในระหว่างที่เรายังตัดสินใจไม่ได้

และก็ยิ่งต้องสับสนมากขึ้นไปอีก เมื่อเราแอบไปดูห้องที่สนพ.เคนซิงตันจัดงาน เพราะเป็นห้องเล็กมาก จากการสอบถามคนที่กำลังเคลียร์พื้นที่ เราก็ได้รู้ว่า มีนักเขียนมากันไม่น้อยหน้างานของสองสนพ.แรกเลย แต่ที่แตกต่างก็คือ ปริมาณหนังสือของสนพ.เคนซิงตันน้อยมาก เรามองไปแล้วมีแค่ประมาณสิบเล่มต่อนักเขียนหนึ่งคนเท่านั้นเอง 

แม็กซ์จึงคิด แล้วก็คิด ท้ายสุดก็ตัดสินใจได้ว่า ยังไงก็ต้องลุยงานของเคนซิงตันก่อนค่ะ เพราะจำนวนหนังสือน้อยมาก ถ้ามาทีหลังมีหวังพลาดไม่ได้อะไรเลยเป็นแน่ อีกอย่างในห้องของเคนซิงตันมีนักเขียนที่ชื่อ แชนนอน แม็คเคนนาอยู่ในนั้น และแม้ว่า เราจะได้เจอเธอแล้วในงานขายหนังสือ แต่มันก็คุ้มค่าถ้าจะได้เจอเธออีกครั้ง 

เราจึงตระเวณเก็บกระเป๋าที่วางจองที่ของสนพ.อื่นแล้วมุ่งหน้ามารอที่หน้าห้องของสนพ.เคนซิงตันค่ะ โดยเรากำหนดเวลาให้ตัวเองไว้สิบนาทีในการเข้าไปในห้องนั้น แล้วจะต้องออกมาเพื่อตรงไปยังห้องของสนพ.พ็อตเก็ตก่อน เพราะชะโงกหน้าแอบเข้าไปดูในห้องนั้นแล้ว รู้ว่า ทั้งจีนา โชว์วอลเตอร์ และเครสลีย์ โคลมาร่วมงานแจกลายเซ็นต์ด้วย 

ปัญหาก็คือ สนพ.เคนซิงตันจัดห้องช้าค่ะ ทำให้กว่าจะเข้าห้องได้ ก็สายไปแล้วห้านาที ทำให้เราผิดเวลาจากที่ตั้งเป้าไว้ทีแรกห้านาที แต่เราก้ได้หนังสือของนักเขียนหลายคนที่เล็งเอาไว้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นแชนนอน แม็คเคนนา ที่เราได้เรื่อง Ultimate Weapon มา สำหรับคนที่อยากเห็นหน้าของแชนนอน นี่คือเธอค่ะ

 

 

ตัวจริงสวยกว่าในรูปมาก ๆ นะคะ ฝีมือการถ่ายรูปของเราแย่ไปสักหน่อย เลยมุมออกมาดูไม่ดีนัก

นอกจากนี้เรายังได้ลายเซ็นต์ของเอริกา ริดจ์ลีย์, เรื่อง The Naked King ของแชลลี แม็คเคนซี ซึ่งจากการที่เราได้พูดค